<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: กลไกเครื่องชงกาแฟ</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Nov 2011 12:16:58 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.4</generator>
	<item>
		<title>By: Titi</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-820</link>
		<dc:creator>Titi</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Oct 2010 01:37:48 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-820</guid>
		<description>ขอบคุณนะครับ..</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณนะครับ..</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: admin</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-819</link>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Oct 2010 16:00:08 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-819</guid>
		<description>รายละเอียดไม่ทราบนะครับ แต่หลักการคร่าวๆ คือหม้อต้มสำหรับชงแยกออกมาต่างหาก ลักษณะน่าจะคล้ายๆ กับของ silvia แต่ไม่ใช้ทำสตีม ในขณะที่การคุมอุณหภูมิใช้ PID ควบคุมเพื่อลด over shoot และ under shoot ทำให้อุณหภูมิเรียบกว่า แต่ต้องอย่าลืมว่าการออกแบบในรายละเอียดที่ต่างกันทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องที่ว่ามานั้นต่างกันทั้งหมดไม่ใช่ว่าเป็นมัลไทบอยเลอร์แล้วจะดีเหมือนกันทั้งหมด หรือดีกว่าฮีทเอกซ์เชนจ์ไปเสียทั้งหมด ต้องเทียบกันเป็นรุ่นๆ ไป

และบางทีต้องระวัง เพราะระบบนี้ในบางเครื่องบางรุ่นหากไม่ได้ชงนานๆ น้ำอาจจะ &quot;เย็น&quot; กว่าปกติ กลายเป็นว่าต้องฟลัชเพื่อให้ฮีทเตอร์ทำงานอุณหภูมิจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>รายละเอียดไม่ทราบนะครับ แต่หลักการคร่าวๆ คือหม้อต้มสำหรับชงแยกออกมาต่างหาก ลักษณะน่าจะคล้ายๆ กับของ silvia แต่ไม่ใช้ทำสตีม ในขณะที่การคุมอุณหภูมิใช้ PID ควบคุมเพื่อลด over shoot และ under shoot ทำให้อุณหภูมิเรียบกว่า แต่ต้องอย่าลืมว่าการออกแบบในรายละเอียดที่ต่างกันทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องที่ว่ามานั้นต่างกันทั้งหมดไม่ใช่ว่าเป็นมัลไทบอยเลอร์แล้วจะดีเหมือนกันทั้งหมด หรือดีกว่าฮีทเอกซ์เชนจ์ไปเสียทั้งหมด ต้องเทียบกันเป็นรุ่นๆ ไป</p>
<p>และบางทีต้องระวัง เพราะระบบนี้ในบางเครื่องบางรุ่นหากไม่ได้ชงนานๆ น้ำอาจจะ &#8220;เย็น&#8221; กว่าปกติ กลายเป็นว่าต้องฟลัชเพื่อให้ฮีทเตอร์ทำงานอุณหภูมิจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Titi</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-818</link>
		<dc:creator>Titi</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Oct 2010 18:53:42 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-818</guid>
		<description>เครื่องดีๆแบบที่ไม่ใช่ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน(หรือใช่) เช่น Speedster La Marzocco Synesso เห็นว่าไม่มีปัญหาความร้อนสะสมเวลาไม่ได้ชงต่อเนื่อง(ไม่ต้องไล่น้ำทิ้งก่อนชง)  มันมีการทำงานแตกต่างจากระบบ Hx และแบบหม้อต้มจ่ายน้ำตรงไปที่กาแฟอย่างไรครับ  ทำไมมันถึงไม่มีความร้อนสะสมอ่ะครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เครื่องดีๆแบบที่ไม่ใช่ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน(หรือใช่) เช่น Speedster La Marzocco Synesso เห็นว่าไม่มีปัญหาความร้อนสะสมเวลาไม่ได้ชงต่อเนื่อง(ไม่ต้องไล่น้ำทิ้งก่อนชง)  มันมีการทำงานแตกต่างจากระบบ Hx และแบบหม้อต้มจ่ายน้ำตรงไปที่กาแฟอย่างไรครับ  ทำไมมันถึงไม่มีความร้อนสะสมอ่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Titi</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-817</link>
		<dc:creator>Titi</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Oct 2010 05:53:01 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-817</guid>
		<description>แหล่ม... ขอบคุณคร้าบบบบ.</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>แหล่ม&#8230; ขอบคุณคร้าบบบบ.</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: vudh</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-816</link>
		<dc:creator>vudh</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Oct 2010 04:49:19 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-816</guid>
		<description>เป็นเรื่องการออกแบบนะครับ โดยทั่วไปหัวกรุ๊ปจะทำตัวเหมือนฮีทซิงค์ด้วยคือระบายความร้อนที่เกินออกไป และถ่ายความร้อนกลับมาให้ถ้าในกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนมีอุณหภูมิต่ำลง ระบบเทอร์โมไซฟอนส่งน้ำมาที่หัวกรุ๊ปเพื่อให้ระบายความร้อนของกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนออกเมื่อเย็นลงจึงหมุนกลับไปในหม้อต้ม ระบบจึงค่อนข้างปิดไม่ต้องเติมน้ำเข้าไปในหม้อต้มบ่อยๆ และอย่างที่บอกคือความร้อนจะไหลไปไหลมามีความการชดเชยกันตลอดเวลาทำให้เกิดความสมดุลย์และเสถียรภาพได้ 

น้ำชงมาจากกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนมันยังไม่ถึง 94 ดีนี่ครับ มันจะถึงพอดีเมื่อผ่านหัวกรุ๊ป 94 คือ 94 ที่สัมผัสกาแฟนะครับไม่ใช่สัมผัสหัวกรุ๊ป และถ้าอยากให้ร้อนน้อยกว่านี้ สมมติว่าเป็น 92 เราก็ไปลดอุณหภูมิในหม้อต้มลงโดยลดความดันหม้อต้มลง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นเรื่องการออกแบบนะครับ โดยทั่วไปหัวกรุ๊ปจะทำตัวเหมือนฮีทซิงค์ด้วยคือระบายความร้อนที่เกินออกไป และถ่ายความร้อนกลับมาให้ถ้าในกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนมีอุณหภูมิต่ำลง ระบบเทอร์โมไซฟอนส่งน้ำมาที่หัวกรุ๊ปเพื่อให้ระบายความร้อนของกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนออกเมื่อเย็นลงจึงหมุนกลับไปในหม้อต้ม ระบบจึงค่อนข้างปิดไม่ต้องเติมน้ำเข้าไปในหม้อต้มบ่อยๆ และอย่างที่บอกคือความร้อนจะไหลไปไหลมามีความการชดเชยกันตลอดเวลาทำให้เกิดความสมดุลย์และเสถียรภาพได้ </p>
<p>น้ำชงมาจากกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนมันยังไม่ถึง 94 ดีนี่ครับ มันจะถึงพอดีเมื่อผ่านหัวกรุ๊ป 94 คือ 94 ที่สัมผัสกาแฟนะครับไม่ใช่สัมผัสหัวกรุ๊ป และถ้าอยากให้ร้อนน้อยกว่านี้ สมมติว่าเป็น 92 เราก็ไปลดอุณหภูมิในหม้อต้มลงโดยลดความดันหม้อต้มลง</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Titi</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-815</link>
		<dc:creator>Titi</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Oct 2010 04:27:47 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-815</guid>
		<description>- ระบบ Hx ความร้อนไม่สะสมที่หัวกรุ๊ปเวลาไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง มันทำยังไงความร้อยถึงไม่สะสมอ่ะครับ ถ้าเอาน้ำหมุนเวียนจากหัวกรุ๊ปกลับเข้าไปที่หม้อต้มซึ่งร้อนตั้งร้อยกว่าองศา แบบนี้ก็ไม่ได้ระบายความร้อนออก ใช่หรือเปล่าครับพี่

- หัวกรุ๊ปมันเอาความร้อนมาจากหม้อต้ม แต่หม้อต้มเค้าตั้ง T ใว้สูงตั้ง 100 กว่าๆ   แบบนี้หัวกรุ๊ปมันจะไม่ร้อนเกินไปหรือครับ ถ้าน้ำชงกาแฟไหลเข้ามาที่ 94 แต่หัวกรุ๊ป T อยู่ร้อยกว่าๆ น้ำชงกาแฟก็จะร้อนเกินไปเพราะได้ความร้อนจากหัวกรุ๊ปเสริมเข้าไปอีก   ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ.</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>- ระบบ Hx ความร้อนไม่สะสมที่หัวกรุ๊ปเวลาไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง มันทำยังไงความร้อยถึงไม่สะสมอ่ะครับ ถ้าเอาน้ำหมุนเวียนจากหัวกรุ๊ปกลับเข้าไปที่หม้อต้มซึ่งร้อนตั้งร้อยกว่าองศา แบบนี้ก็ไม่ได้ระบายความร้อนออก ใช่หรือเปล่าครับพี่</p>
<p>- หัวกรุ๊ปมันเอาความร้อนมาจากหม้อต้ม แต่หม้อต้มเค้าตั้ง T ใว้สูงตั้ง 100 กว่าๆ   แบบนี้หัวกรุ๊ปมันจะไม่ร้อนเกินไปหรือครับ ถ้าน้ำชงกาแฟไหลเข้ามาที่ 94 แต่หัวกรุ๊ป T อยู่ร้อยกว่าๆ น้ำชงกาแฟก็จะร้อนเกินไปเพราะได้ความร้อนจากหัวกรุ๊ปเสริมเข้าไปอีก   ผมเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ.</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Titi</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-814</link>
		<dc:creator>Titi</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Oct 2010 04:02:30 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-814</guid>
		<description>ขอบคุณมากเลยครับที่ช่วยอธิบาย

- จริงๆผมคิดว่าเค้าคงออกแบบมาดีแล้วล่ะ เพียงแต่อยากรู้หลักการว่ามันเป็นยังไงน่ะครับ (ขี้สงสัยไปหน่อย  55) ผมยังไม่มีเครื่องเลยไม่รู้จะไปหาดูที่ไหน  ตอนนี้ซื้อMoka Pot มาเล่น  ว่าจะซื้อเครื่องสักตัวมาใช้เลยศึกษานิดนึงครับ  
- Rancilio New Slivia น้ำร้อนต้องมันผัสฮีทเตอร์(ถ้าไม่ได้ใช้ต่อเนื่องน้ำจะผ่านความร้อนมานาน จะไม่ค่อยดี ใช่มั้ยครับ) จะตั้งอุณหภูมิที่ประมาณ 90 c +-(ตั้งได้หรือเปล่าไม่รู้) แล้วใช้ปั้มสร้างแรงดันให้สูงแล้วส่งไปที่กาแฟใช่มั้ยครับ (มันเอาแรงดันสูงมาจากไหน ? มีปั้มหรือไม่) 
- Rancilio New Slivia หม้อต้มเล็กผลเดาน่าจะดีในแง่ที่ว่าร้อนเร็ว (แต่ก็เย็นเร็ว)น่าจะประหยัดไฟดี เพราะไม่ต้องทำให้น้ำร้อนจำนวนมากๆ แต่ใช้จริงนิดเดียว   หากเราจะชงต่อเนื่องเรารอนิดนึงเพื่อให้น้ำร้อนถึงจุดที่เหมาะสมก่อนที่กลั่นกาแฟ ถ้าเราทำแบบนี้ได้(ใจเย็น)อุณหภูมิน่าจะคงที่ใช้ได้เหมือนกัน ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ มองตามหลักกการน่ะครับ ของจริงยังไม่เคยสัมผัส

ปล.เห็นคนเปรียบเที่ยวระหว่าง Oscar กับ Rancilio New Slivia กันเยอะ ผมก็อยากได้มาเล่นมั่ง  อาจจะใช้ลองขายก็ได้(ดูใจตัวเองว่าชอบจริงหนือเปล่า) หรือจะข้ามไปเล่น Astoria Compact CKXR ก็กลัวหากไม่ได้เปิดร้านขายจะเสียของเปล่า ถ้าพี่พอมีเวลาช่วยแนะนำด้วยครับ ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะครับ เกรงใจครับ.</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณมากเลยครับที่ช่วยอธิบาย</p>
<p>- จริงๆผมคิดว่าเค้าคงออกแบบมาดีแล้วล่ะ เพียงแต่อยากรู้หลักการว่ามันเป็นยังไงน่ะครับ (ขี้สงสัยไปหน่อย  55) ผมยังไม่มีเครื่องเลยไม่รู้จะไปหาดูที่ไหน  ตอนนี้ซื้อMoka Pot มาเล่น  ว่าจะซื้อเครื่องสักตัวมาใช้เลยศึกษานิดนึงครับ<br />
- Rancilio New Slivia น้ำร้อนต้องมันผัสฮีทเตอร์(ถ้าไม่ได้ใช้ต่อเนื่องน้ำจะผ่านความร้อนมานาน จะไม่ค่อยดี ใช่มั้ยครับ) จะตั้งอุณหภูมิที่ประมาณ 90 c +-(ตั้งได้หรือเปล่าไม่รู้) แล้วใช้ปั้มสร้างแรงดันให้สูงแล้วส่งไปที่กาแฟใช่มั้ยครับ (มันเอาแรงดันสูงมาจากไหน ? มีปั้มหรือไม่)<br />
- Rancilio New Slivia หม้อต้มเล็กผลเดาน่าจะดีในแง่ที่ว่าร้อนเร็ว (แต่ก็เย็นเร็ว)น่าจะประหยัดไฟดี เพราะไม่ต้องทำให้น้ำร้อนจำนวนมากๆ แต่ใช้จริงนิดเดียว   หากเราจะชงต่อเนื่องเรารอนิดนึงเพื่อให้น้ำร้อนถึงจุดที่เหมาะสมก่อนที่กลั่นกาแฟ ถ้าเราทำแบบนี้ได้(ใจเย็น)อุณหภูมิน่าจะคงที่ใช้ได้เหมือนกัน ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ มองตามหลักกการน่ะครับ ของจริงยังไม่เคยสัมผัส</p>
<p>ปล.เห็นคนเปรียบเที่ยวระหว่าง Oscar กับ Rancilio New Slivia กันเยอะ ผมก็อยากได้มาเล่นมั่ง  อาจจะใช้ลองขายก็ได้(ดูใจตัวเองว่าชอบจริงหนือเปล่า) หรือจะข้ามไปเล่น Astoria Compact CKXR ก็กลัวหากไม่ได้เปิดร้านขายจะเสียของเปล่า ถ้าพี่พอมีเวลาช่วยแนะนำด้วยครับ ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะครับ เกรงใจครับ.</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: vudh</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-813</link>
		<dc:creator>vudh</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2010 16:52:56 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-813</guid>
		<description>ผมไม่ได้เข้าใจหลักเทอโมไดนามิกอย่างละเอียดนะครับ แต่เท่าที่ทราบมาสำหรับเครื่องเอสเปรสโซแบบแลกเปลี่ยนความร้อน การควบคุมอุณหภูมินั้นอยู่ที่การออกแบบของผู้ผลิต โดยหัวกรุ๊ปจะมีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ การที่ทำจากทองเหลืองซึ่งมีน้ำหนักมากในขณะที่น้ำสำหรับชงกาแฟที่ไหลผ่านโดยทั่วไปมีปริมาณเพียง 2ออนซ์(ต่อดับเบิ้ลช็อต)เท่านั้น น้ำที่ไหลผ่านมาที่หัวกรุ๊ปหากเย็นกว่าเล็กน้อยหัวกรุ๊ปจะถ่ายความร้อนชดเชยให้ หากน้ำที่ผ่านมาร้อนกว่าเล็กน้อย หัวกรุ๊ปจะช่วยระบายความร้อนที่เกินออกไป ในการใช้งานตามความเป็นจริง(คือที่ตั้งของร้านกาแฟส่วนใหญ่ในโลก) น้ำที่เข้ามาในเครื่องไม่ได้มีอุณหภูมิขึ้นลงหรือกระเพื่อมมากมายและก็ไม่ได้เป็นน้ำที่เย็นจัดหรือร้อนจัด การออกแบบเท่าที่เคยเห็นมีทั้งเชื่อมหัวกรุ๊ปเข้ากับกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนโดยตรง(ดังในรูปด้านบนนี้) หรือใช้วิธีหมุนน้ำกลับเข้ามาในบอยเลอร์อีกทีที่เรียกเทอร์โมไซฟอน(นิยมใช้กับหัวกรุ๊ปแบบ E61)ไม่ว่าจะเป็นแบบใดมีจุดประสงค์เพื่อให้ความร้อนจากหม้อต้มไหลไปมากับหัวกรุ๊ป เพื่อให้อุณหภูมิของทั้งระบบมีเสถีียรภาพที่สุด อุหภูมิของน้ำชงขึ้นอยู่กับอุณภูมิของหม้อต้มซึ่งเชื่อมต่อกับหัวกรุ๊ป ดังนั้เนหากร้านกาแฟของเราตั้งอยู่ในที่ที่น้ำในท่อไม่ได้มีความแปรปรวนอะไรมากจึงไม่น่ามีปัญหากับเสถียรภาพของอุณหภูมิน้ำชง ในแง่นี้ส่วนตัวผมจึงไม่ค่อยเห็นความจำเป็นเรื่อง PID เท่าใดนักเพราะเชื่อว่าหากฮีทเตอร์มีกำลังมากพอแล้ว แม้จะใช้ pressure stat ควบคุมก็ยังน่าจะให้อุณหภูมิน้ำชงที่สม่ำเสมอได้ เพราะความร้อนที่ไหลไปมามีการชดเชยกันได้บ้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าระบบถูกออกแบบมาดีพอ(สังเกตบางเครื่องมีความร้อนสะสมน้อยมากจนไม่ต้องทำ cooling flush) 

ส่วนผลกระทบจากการชงทั้งน้ำหนักการกด ความหยาบละเอียด รวมถึงปริมาณกาแฟที่ใช้ ซึ่งมีผลกระทบต่อลักษณะการไหลของเอสเปรสโซ ย่อมมีผลกับอุณภูมิแน่นอน แต่โดยทั่วไปการใช้กาแฟละเอียด กดหนัก กาแฟมาก ส่งผลให้น้ำไหลช้า กาแฟมีเวลาซับอุณหภูมิของน้ำมากกว่าอุณหภูมิของน้ำกาแฟที่ได้อาจต่ำกว่า ตรงข้ามถ้าน้ำไหลผ่านเร็วหมายถึงน้ำยังไม่ถูกกาแฟซับความร้อนออกไป น้ำกาแฟในถ้วยจึงอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า ในทางปฏิบัติเราจึงขอแค่เข้าใจธรรมชาติคร่าวๆ นี้ แล้วปรับตัวแปรต่างๆ ให้ลงตัวที่สุดกับกาแฟที่เราใช้ จากนั้นจึงพยายามทำซ้ำเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีเหมือนเดิมทุกครั้ง เราไม่เปลี่ยนไปมาไปเรื่อยๆ นะครับ 


ส่วน silvia นั้นถือว่าต่างกันไปเลย ผมเรียกว่าเป็นแบบหม้อต้มน้ำเดี่ยวหรือ single boiler คืออุณหภูมิน้ำชงจะถูกควบคุมด้วยด้วยเทอร์โมสตัทโดยตรง เช่นตั้งไว้ที่ 90 องศา ฮีทเตอร์ก็จะพยายามรักษาอุณภูมินั้น กรณีนี้หากเทอร์โมสตัทมีประสิทธิภาพต่ำจะทำให้เกิด over shoot หรือ under shoot ได้ ทำให้อุณหภูมิชงไม่มีเสถียรภาพ และด้วยความที่หม้อต้มน้ำมีขนาดเล็กจึงต้องมีน้ำเย็นหมุนเข้ามาเรื่อยๆ หากออกแบบไม่ดีจะยิ่งทำให้ควบคุมอุณหภูมิน้ำชงยากขึ้นไปอีก</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมไม่ได้เข้าใจหลักเทอโมไดนามิกอย่างละเอียดนะครับ แต่เท่าที่ทราบมาสำหรับเครื่องเอสเปรสโซแบบแลกเปลี่ยนความร้อน การควบคุมอุณหภูมินั้นอยู่ที่การออกแบบของผู้ผลิต โดยหัวกรุ๊ปจะมีส่วนสำคัญในเรื่องนี้ การที่ทำจากทองเหลืองซึ่งมีน้ำหนักมากในขณะที่น้ำสำหรับชงกาแฟที่ไหลผ่านโดยทั่วไปมีปริมาณเพียง 2ออนซ์(ต่อดับเบิ้ลช็อต)เท่านั้น น้ำที่ไหลผ่านมาที่หัวกรุ๊ปหากเย็นกว่าเล็กน้อยหัวกรุ๊ปจะถ่ายความร้อนชดเชยให้ หากน้ำที่ผ่านมาร้อนกว่าเล็กน้อย หัวกรุ๊ปจะช่วยระบายความร้อนที่เกินออกไป ในการใช้งานตามความเป็นจริง(คือที่ตั้งของร้านกาแฟส่วนใหญ่ในโลก) น้ำที่เข้ามาในเครื่องไม่ได้มีอุณหภูมิขึ้นลงหรือกระเพื่อมมากมายและก็ไม่ได้เป็นน้ำที่เย็นจัดหรือร้อนจัด การออกแบบเท่าที่เคยเห็นมีทั้งเชื่อมหัวกรุ๊ปเข้ากับกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนโดยตรง(ดังในรูปด้านบนนี้) หรือใช้วิธีหมุนน้ำกลับเข้ามาในบอยเลอร์อีกทีที่เรียกเทอร์โมไซฟอน(นิยมใช้กับหัวกรุ๊ปแบบ E61)ไม่ว่าจะเป็นแบบใดมีจุดประสงค์เพื่อให้ความร้อนจากหม้อต้มไหลไปมากับหัวกรุ๊ป เพื่อให้อุณหภูมิของทั้งระบบมีเสถีียรภาพที่สุด อุหภูมิของน้ำชงขึ้นอยู่กับอุณภูมิของหม้อต้มซึ่งเชื่อมต่อกับหัวกรุ๊ป ดังนั้เนหากร้านกาแฟของเราตั้งอยู่ในที่ที่น้ำในท่อไม่ได้มีความแปรปรวนอะไรมากจึงไม่น่ามีปัญหากับเสถียรภาพของอุณหภูมิน้ำชง ในแง่นี้ส่วนตัวผมจึงไม่ค่อยเห็นความจำเป็นเรื่อง PID เท่าใดนักเพราะเชื่อว่าหากฮีทเตอร์มีกำลังมากพอแล้ว แม้จะใช้ pressure stat ควบคุมก็ยังน่าจะให้อุณหภูมิน้ำชงที่สม่ำเสมอได้ เพราะความร้อนที่ไหลไปมามีการชดเชยกันได้บ้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าระบบถูกออกแบบมาดีพอ(สังเกตบางเครื่องมีความร้อนสะสมน้อยมากจนไม่ต้องทำ cooling flush) </p>
<p>ส่วนผลกระทบจากการชงทั้งน้ำหนักการกด ความหยาบละเอียด รวมถึงปริมาณกาแฟที่ใช้ ซึ่งมีผลกระทบต่อลักษณะการไหลของเอสเปรสโซ ย่อมมีผลกับอุณภูมิแน่นอน แต่โดยทั่วไปการใช้กาแฟละเอียด กดหนัก กาแฟมาก ส่งผลให้น้ำไหลช้า กาแฟมีเวลาซับอุณหภูมิของน้ำมากกว่าอุณหภูมิของน้ำกาแฟที่ได้อาจต่ำกว่า ตรงข้ามถ้าน้ำไหลผ่านเร็วหมายถึงน้ำยังไม่ถูกกาแฟซับความร้อนออกไป น้ำกาแฟในถ้วยจึงอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า ในทางปฏิบัติเราจึงขอแค่เข้าใจธรรมชาติคร่าวๆ นี้ แล้วปรับตัวแปรต่างๆ ให้ลงตัวที่สุดกับกาแฟที่เราใช้ จากนั้นจึงพยายามทำซ้ำเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีเหมือนเดิมทุกครั้ง เราไม่เปลี่ยนไปมาไปเรื่อยๆ นะครับ </p>
<p>ส่วน silvia นั้นถือว่าต่างกันไปเลย ผมเรียกว่าเป็นแบบหม้อต้มน้ำเดี่ยวหรือ single boiler คืออุณหภูมิน้ำชงจะถูกควบคุมด้วยด้วยเทอร์โมสตัทโดยตรง เช่นตั้งไว้ที่ 90 องศา ฮีทเตอร์ก็จะพยายามรักษาอุณภูมินั้น กรณีนี้หากเทอร์โมสตัทมีประสิทธิภาพต่ำจะทำให้เกิด over shoot หรือ under shoot ได้ ทำให้อุณหภูมิชงไม่มีเสถียรภาพ และด้วยความที่หม้อต้มน้ำมีขนาดเล็กจึงต้องมีน้ำเย็นหมุนเข้ามาเรื่อยๆ หากออกแบบไม่ดีจะยิ่งทำให้ควบคุมอุณหภูมิน้ำชงยากขึ้นไปอีก</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Titi</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-812</link>
		<dc:creator>Titi</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2010 03:44:30 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-812</guid>
		<description>สงสัยครับว่าระบบนี้มันคุมอุณหภูมิน้ำไปที่กาแฟอย่างไร เพราะ

- ถ้าเกิดน้ำที่เข้าปั้มอุณหภูมิร้อนหรือเย็นกว่า 25 C  น้ำออกไปที่กาแฟมันก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยหรือเปล่าครับ เพราะอัตราการไหลของน้ำมันคงจะคงที่ (ระยะเวลาที่น้ำจะแลกเปลี่ยนความร้อนก็จะคงที่) แบบนี้ต้องคุมอุณหภูมิน้ำเข้าด้วยถึงจะดีใช่มั้ยครับ
- แล้วมันคุมอุณหภูมิน้ำไปที่กาแฟได้อย่างไงอ่ะครับ  ถ้าเราบดละเอียด  น้ำผ่านช้าก็จะทำให้อุณหภูมิน้ำมันอาจจะเกิน 94 c ก็ได้เพราะเวลาในการแลกเปลี่ยนความร้อนมันมากขึ้น ถ้าบดหยาบผลลัพท์ก็ตรงข้ามกัน  ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ

แล้วมีกลไกการทำงานของเครื่องที่ไม่ใช่ Hx หรือเปล่าครับช่วยแนะน้ำด้วยครับ เช่นรุ่น Rancilio New Silvia 
 
     ขอบคุณครับ
มือใหม่ ไม่ค่อยมีความรู้ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สงสัยครับว่าระบบนี้มันคุมอุณหภูมิน้ำไปที่กาแฟอย่างไร เพราะ</p>
<p>- ถ้าเกิดน้ำที่เข้าปั้มอุณหภูมิร้อนหรือเย็นกว่า 25 C  น้ำออกไปที่กาแฟมันก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยหรือเปล่าครับ เพราะอัตราการไหลของน้ำมันคงจะคงที่ (ระยะเวลาที่น้ำจะแลกเปลี่ยนความร้อนก็จะคงที่) แบบนี้ต้องคุมอุณหภูมิน้ำเข้าด้วยถึงจะดีใช่มั้ยครับ<br />
- แล้วมันคุมอุณหภูมิน้ำไปที่กาแฟได้อย่างไงอ่ะครับ  ถ้าเราบดละเอียด  น้ำผ่านช้าก็จะทำให้อุณหภูมิน้ำมันอาจจะเกิน 94 c ก็ได้เพราะเวลาในการแลกเปลี่ยนความร้อนมันมากขึ้น ถ้าบดหยาบผลลัพท์ก็ตรงข้ามกัน  ผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ</p>
<p>แล้วมีกลไกการทำงานของเครื่องที่ไม่ใช่ Hx หรือเปล่าครับช่วยแนะน้ำด้วยครับ เช่นรุ่น Rancilio New Silvia </p>
<p>     ขอบคุณครับ<br />
มือใหม่ ไม่ค่อยมีความรู้ครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: arm</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/comment-page-1/#comment-738</link>
		<dc:creator>arm</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 19:40:48 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963#comment-738</guid>
		<description>ขอบคุณมากสำหรับความรู้ครับ


ปล.ภาพประกอบสวยดีครับชอบที่ให้สีกับน้ำที่ผ่านท่อจากสีฟ้าไล่ไปเป็นสีแดง
ถ้ากลับภาพให้ทิศทางไหลของน้ำจากซ้ายไปขวาจะดูเข้าใจได้เร็วขึ้น หรือใส่ลูกศรประกอบทิศทางของน้ำก็ได้ครับ ^^</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณมากสำหรับความรู้ครับ</p>
<p>ปล.ภาพประกอบสวยดีครับชอบที่ให้สีกับน้ำที่ผ่านท่อจากสีฟ้าไล่ไปเป็นสีแดง<br />
ถ้ากลับภาพให้ทิศทางไหลของน้ำจากซ้ายไปขวาจะดูเข้าใจได้เร็วขึ้น หรือใส่ลูกศรประกอบทิศทางของน้ำก็ได้ครับ ^^</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

