<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH &#187; เครื่องชงกาแฟ</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/category/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Dec 2011 18:38:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.4</generator>
		<item>
		<title>ความลี้ลับในการชงเอสเปรสโซ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/10/espresso-preinfusion/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2011/10/espresso-preinfusion/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2011 17:25:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1285</guid>
		<description><![CDATA[ด้วยเหตุที่เพิ่งได้เครื่อง reneka viva s กลับมาหลังจากที่ยืมเครื่อง royal vallelunga มาทดสอบได้อยู่พักหนึ่ง เวลาที่เพิ่งสับเครื่องใช้เราจะได้เห็นความแตกต่างของเครื่องค่อนข้างชัด (จริงๆ ถ้าให้ชัดต้องวางใช้คู่กันสักพัก) อารมณ์รวมๆ เมื่อสอบถามเหล่าบาริสต้าที่บาร์ของเรา ทุกคนรวมความเห็นว่าเครื่อง viva ให้ความรู้สึกที่มั่นคงมั่นใจกว่า เสียงที่เงียบกริบของปั๊มแบบ magnatic ใน viva บวกกับการประกอบที่แน่นหนามันทำให้อะไรดูดีไปหมด สิ่งที่สัมผัสตัวบาริสต้ามากที่สุดคือด้ามจับของ portafilter ที่มากับ viva เป็นยางและรูปทรงรีที่กระชับนุ่มมือช่วยให้การทำงานหนักตลอดทั้งวันมันมั่นใจและไม่เจ็บมือ ต่อเมื่อพิจารณาเฉพาะ shot espresso ที่ได้จาก viva ของเรากลับพบว่าครีมามีสีจางกว่าช็อตจากเครื่องที่สับออกไป ที่สำคัญคือความชัดเจนของกลิ่นน้อยกว่า เลยทำให้ต้องมาคิดว่าเป็นเพราะอะไร ?  ก็เลยเอาซะหน่อยครับ ลองหาอะไรปรับดู ที่อยู่ในใจตลอดเวลาคือเรื่องอุณหภูมิกับเรื่อง preinfusion แต่วันนี้เราลองที่เรื่อง preinfusion อย่างเดียวก่อน เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายภาพครีมาก่อนปรับแต่งไว้ และภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดใช้โทรศัพท์ถ่ายมันเลยไม่ชัดเท่าที่ควร คีย์บอร์ดที่ใช้ปรับจังหวะ preinfusion อันนี้ต้องขอยืมช่างมาครับ เพราะไม่ได้ให้มากับเครื่อง ลองปรับไปหลายแบบ โดยไม่ได้มีแนวความคิดหรือเหตุผลอะไรเท่าไหร่ จากเดิมที่ตั้งไว้คือ เปิดน้ำ 0.7 วินาที และปิดน้ำ 2.2 วินาที ยังถามตัวเองว่าทำไมต้องตั้งให้ปิดน้ำนานขนาดนั้นเลยลองปิดน้ำสั้นลงตามลำดับก็พบว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยเหตุที่เพิ่งได้เครื่อง <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/" target="_blank">reneka viva s</a> กลับมาหลังจากที่ยืมเครื่อง <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2011/09/royal-vallelunga-espresso-machine/" target="_blank">royal vallelunga</a> มาทดสอบได้อยู่พักหนึ่ง เวลาที่เพิ่งสับเครื่องใช้เราจะได้เห็นความแตกต่างของเครื่องค่อนข้างชัด (จริงๆ ถ้าให้ชัดต้องวางใช้คู่กันสักพัก) อารมณ์รวมๆ เมื่อสอบถามเหล่าบาริสต้าที่บาร์ของเรา ทุกคนรวมความเห็นว่าเครื่อง viva ให้ความรู้สึกที่มั่นคงมั่นใจกว่า เสียงที่เงียบกริบของปั๊มแบบ magnatic ใน viva บวกกับการประกอบที่แน่นหนามันทำให้อะไรดูดีไปหมด สิ่งที่สัมผัสตัวบาริสต้ามากที่สุดคือด้ามจับของ portafilter ที่มากับ viva เป็นยางและรูปทรงรีที่กระชับนุ่มมือช่วยให้การทำงานหนักตลอดทั้งวันมันมั่นใจและไม่เจ็บมือ</p>
<p><span id="more-1285"></span>ต่อเมื่อพิจารณาเฉพาะ shot espresso ที่ได้จาก viva ของเรากลับพบว่าครีมามีสีจางกว่าช็อตจากเครื่องที่สับออกไป ที่สำคัญคือความชัดเจนของกลิ่นน้อยกว่า เลยทำให้ต้องมาคิดว่าเป็นเพราะอะไร ? </p>
<p><img src="http://www.seat2cup.com/images/prebrew6.jpg" alt="" width="454" height="340" /></p>
<p>ก็เลยเอาซะหน่อยครับ ลองหาอะไรปรับดู ที่อยู่ในใจตลอดเวลาคือเรื่องอุณหภูมิกับเรื่อง <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2011/01/preinfusion/" target="_blank">preinfusion</a> แต่วันนี้เราลองที่เรื่อง preinfusion อย่างเดียวก่อน เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายภาพครีมาก่อนปรับแต่งไว้ และภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดใช้โทรศัพท์ถ่ายมันเลยไม่ชัดเท่าที่ควร</p>
<p><img src="http://www.seat2cup.com/images/prebrew5.jpg" alt="" width="454" height="340" /></p>
<p>คีย์บอร์ดที่ใช้ปรับจังหวะ preinfusion อันนี้ต้องขอยืมช่างมาครับ เพราะไม่ได้ให้มากับเครื่อง</p>
<p><img class="alignnone" title="prebrew" src="http://www.seat2cup.com/images/prebrew1.jpg" alt="" width="454" height="340" /></p>
<p>ลองปรับไปหลายแบบ โดยไม่ได้มีแนวความคิดหรือเหตุผลอะไรเท่าไหร่ จากเดิมที่ตั้งไว้คือ เปิดน้ำ 0.7 วินาที และปิดน้ำ 2.2 วินาที ยังถามตัวเองว่าทำไมต้องตั้งให้ปิดน้ำนานขนาดนั้นเลยลองปิดน้ำสั้นลงตามลำดับก็พบว่า กลิ่นของเอสเปรสโซเปลี่ยนไปเรื่อย จนมาลงตัวที่ เปิดน้ำ 0.6 และปิดน้ำ 1.2 วินาที</p>
<p><img src="http://www.seat2cup.com/images/prebrew4.jpg" alt="" width="454" height="340" /></p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.seat2cup.com/images/prebrew3.jpg" alt="" width="454" height="340" /></p>
<p><img title="prebrew" src="http://www.seat2cup.com/images/prebrew2.jpg" alt="" width="454" height="340" /></p>
<p>ครีมาสีเข้มขึ้น กลิ่นหอมชัดเจนขึ้น จาก S2C espresso blend ที่คุ้นเคยดี เราได้ toast ชัดหน่อยอาจเพราะกาแฟยังค่อนข้างใหม่ แต่ที่ได้เพิ่มเติมจากตอนแรกชัดขึ้นคือพวกผลไม้ เรซิน และเครื่องเทศ  ซึ่งโดยรวมน่าจะใกล้เคียงเอสเปรสโซที่ผ่านหัว e61 จาก vallelunga แล้ว</p>
<p>เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น แต่บางทีความเคยชินก็ทำให้เราเพิกเฉยหรือมองข้ามอะไรบางอย่างไป การ dial in หรือปรับแต่งทุกอย่างที่เรามีให้เข้ากันลงตัวนั้นมันไม่มีสูตรสำเร็จที่จะถามจากใครได้เพราะแต่ละคนยูนีกคือมีสิ่งต่างๆ ทั้งเครื่องชงเครื่องบด น้ำ กาแฟ เทคนิกการชง และฯลฯ ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่น้ำสัมผัสกาแฟใน portafilter ของการชงเอสเปรสโซสำหรับผมและหลายคนยังถือเป็นเรื่องลี้ลับ ที่ต้องลองผิดลองถูกโดยใช้ประสบการณ์และทักษะการชิมเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุม</p>
<p>เรื่องการตั้งจังหวะการ preinfusion มีฐานความคิดที่ต้องการให้กาแฟพองตัวรอการสกัดที่แรงดันน้ำสูงเพื่อการสกัดที่สม่ำเสมอ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามันควรเป็นเท่าไหร่แน่</p>
<p>เอสเปรสโซที่ดีบางทีก็มาจากแรงบันดาลใจมากกว่าความรู้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2011/10/espresso-preinfusion/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีวิว เครื่องชงกาแฟ royal vallelunga</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/09/royal-vallelunga-espresso-machine/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2011/09/royal-vallelunga-espresso-machine/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2011 06:14:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[royal]]></category>
		<category><![CDATA[vallelunga]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1244</guid>
		<description><![CDATA[รอยัลอยู่ในตลาดเมืองไทยแบบเงียบๆ มาเกือบปีแล้ว ด้วยความที่นโยบายตลาดของโรงงานแบบเน้นขายไม่เน้นสร้างอิมเมจ จึงหาข้อมูลอ้างอิงอะไรยาก รวมทั้งตัวผู้นำเข้าเองคือ P&#38;F Coffee ก็กำลังง่วนกับการสร้างแบรนด์กาแฟคั่วของตัวเอง มันก็เลยเงียบสนิท  แต่ถ้าคนที่เคยเดินทางหรืออาศัยอยู่ในอิตาลีอาจเคยเห็นผ่านตาบ้างเพราะเป็นเครื่องแนว italian tradition แท้ๆ สร้างขึ้นเพื่อทำกาแฟสไตล์อิตาเลี่ยนเป็นหลักพร้อมกับราคาที่สมเหตุผล ที่ซีททูคัพเราคิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยใช้เครื่องชงอิตาเลี่ยน หัวกรุ๊ปแบบ e61 ตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรกที่ถนนรางน้ำเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้โอกาสจึงขอยืมเครื่องรุ่น vallelunga ตัวนี้จาก P&#38;F Coffee มาทดลองใช้เป็นการชั่วคราว เพื่อรำลึกความหลัง และใช้ทดสอบกับเอสเปรสโซเบลนด์ตัวปัจจุบันของเรา เมื่อคุณแน่จากอิมเพรสโซเชียงใหม่มาเยี่ยมเลยถือโอกาสชวนกันทำคลิปรีวิวแบบง่ายๆ ซะเลย เพื่อแนะนำให้ท่านที่สนใจมองไว้เป็นอีกทางเลือก  เราแบ่งหัวข้อที่เราอยากพูดถึงเป็น 5 ข้อ ได้ผลดังนี้                                                        แน่                  วุฒิ รูปโฉม / design                      7.5                 8.5 เอสเปรสโซ                                8                     9   การใช้งาน                                7                    8.5 วัสดุ การประกอบ                        8                   8 ความคุ้มค่า                                 7                   7     สรุป แบรนด์รอยัลเป็นแบรนด์ลูกของ BFC [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รอยัลอยู่ในตลาดเมืองไทยแบบเงียบๆ มาเกือบปีแล้ว ด้วยความที่นโยบายตลาดของโรงงานแบบเน้นขายไม่เน้นสร้างอิมเมจ จึงหาข้อมูลอ้างอิงอะไรยาก รวมทั้งตัวผู้นำเข้าเองคือ P&amp;F Coffee ก็กำลังง่วนกับการสร้างแบรนด์กาแฟคั่วของตัวเอง มันก็เลยเงียบสนิท  แต่ถ้าคนที่เคยเดินทางหรืออาศัยอยู่ในอิตาลีอาจเคยเห็นผ่านตาบ้างเพราะเป็นเครื่องแนว italian tradition แท้ๆ สร้างขึ้นเพื่อทำกาแฟสไตล์อิตาเลี่ยนเป็นหลักพร้อมกับราคาที่สมเหตุผล</p>
<p><span id="more-1244"></span><img class="alignnone" title="vallelunga" src="http://www.seat2cup.com/images/vallelunga.jpg" alt="" width="397" height="297" /></p>
<p>ที่ซีททูคัพเราคิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยใช้เครื่องชงอิตาเลี่ยน หัวกรุ๊ปแบบ e61 ตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรกที่ถนนรางน้ำเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้โอกาสจึงขอยืมเครื่องรุ่น vallelunga ตัวนี้จาก P&amp;F Coffee มาทดลองใช้เป็นการชั่วคราว เพื่อรำลึกความหลัง และใช้ทดสอบกับเอสเปรสโซเบลนด์ตัวปัจจุบันของเรา เมื่อคุณแน่จากอิมเพรสโซเชียงใหม่มาเยี่ยมเลยถือโอกาสชวนกันทำคลิปรีวิวแบบง่ายๆ ซะเลย เพื่อแนะนำให้ท่านที่สนใจมองไว้เป็นอีกทางเลือก </p>
<p>เราแบ่งหัวข้อที่เราอยากพูดถึงเป็น 5 ข้อ ได้ผลดังนี้</p>
<p>                                                       แน่                  วุฒิ</p>
<ol>
<li>รูปโฉม / design                      7.5                 8.5</li>
<li>เอสเปรสโซ                                8                     9  </li>
<li>การใช้งาน                                7                    8.5</li>
<li>วัสดุ การประกอบ                        8                   8</li>
<li>ความคุ้มค่า                                 7                   7</li>
</ol>
<p><strong> </strong><br />
<iframe width="420" height="345" src="http://www.youtube.com/embed/pJX3U23OFXQ" frameborder="0" allowfullscreen></iframe><br />
<strong> <br />
สรุป</strong></p>
<p>แบรนด์<a href="http://www.royal1.it/default.asp" target="_blank">รอยัล</a>เป็นแบรนด์ลูกของ BFC ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องเอสเปรสโซขนาดใหญ่ มีทีมงานวิจัยพัฒนาที่เน้นทั้งด้านประสิทธิภาพและดีไซน์ซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่อง รุ่นที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักมากกว่าอาจเป็นรุ่น <a href="http://www.royal1.it/download.asp?est=pdf&amp;nf=SYNCHRO 2009 - con Marchio ROYAL- pag x pag" target="_blank">Synchro</a> ซึ่งเป็นระบบ multiboiler ที่พัฒนาร่วมกับบาริสต้าระดับแชมป์จากประเทศออสเตรเลีย สำหรับ  <a href="http://www.royal1.it/download.asp?est=pdf&amp;nf=Vallelunga 2009 - con Marchio ROYAL- pag x pag" target="_blank">vallelunga</a> ตัวนี้ถือเป็นเครื่องชงกาแฟประสิทธิภาพสูงใช้งานได้และเชื่อถือได้แน่นอน จุดเด่นคือเป็น italian tradition ใช้หัวกรุ๊ป e61 ที่ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาอุณหภูมิ ตัวไฮโดรลิคเรียบง่ายไม่มีความซับซ้อนอะไรเน้นเลือกใช้วัสดุที่ดีทั้งภายนอกภายใน และเครมว่าตัวบอยเลอร์นั้นผลิตเองบวกกับขนาดของหม้อต้มน้ำขนาด 14 ลิตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่มากหากเทียบกับเครื่องขนาด 2 กรุ๊ปด้วยกันจึงมั่นใจในเรื่องการรักษาอุณหภูมิและความทนทานดูแลรักษาง่ายค่าใช้จ่ายในการดูแลไม่น่าสูง เมื่อใส่เทคโนโยลีสมัยใหม่เข้าไปที่สำคัญคือตั้งจังหวะ preinfusion ได้ ทำให้กลิ่นรสกาแฟออกมาเต็ม รูปโฉมดีมีดีไซน์แล้วแต่คนชอบ สะดวกสบายมีระบบ auto back flushing ช่วยให้การล้างหัวกรุ๊ปง่ายดาย ส่วนตัวผมมุ่งความสนใจไปที่เรื่องรสชาติของเอสเปรสโซ เมื่อปรับตั้งอุณหภูมิและจังหวะ preinfusion ลงตัวแล้วยังรู้สึกว่าให้รายละเอียดของกลิ่นและรสดีมาก ครีมาสีเข้ม เหมาะกับเอสเปรสโซเบลนด์สไตล์อิตาเลี่ยนอย่างที่ซีททูคัพทำอยู่ เรื่องความคุ้มค่านั้นบางคนอาจมองว่าราคาสูงไปนิด แต่หากเปรียบเทียบขนาดบอยเลอร์แล้วจะพบว่า vallelunga ให้หม้อต้มที่ใหญ่กว่ามาก(โดยทั่วไปเครื่อง 2 หัวกรุ๊ปจะมีหม้อต้มขนาดประมาณ 8-12 ลิตร) นั่นหมายถึงความได้เปรียบในแง่การรักษาอุณหภูมิให้มีเสถียรภาพมากกว่า มั่นใจในกาแฟที่ออกมาได้ทุกถ้วยไม่ว่าจะใช้งานหนักหรืองานเบา</p>
<p>ท่านที่สนใจช่วงนี้เชิญมาชิม espresso blend ของเราจากเครื่องนี้ได้ที่ Seat2Cup ครับ น่าจะตั้งอยู่อย่างน้อยก็จนสิ้นเดือนนี้</p>
<p><strong>รายละเอียดเพิ่มเติมที่ </strong><a href="http://www.pnfcoffee.com" target="_blank"><strong>P&amp;F Coffee</strong></a><strong> ครับ</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2011/09/royal-vallelunga-espresso-machine/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลไกเครื่องชงกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Jul 2010 19:12:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[heat exchange]]></category>
		<category><![CDATA[ฮีทเอกซ์เชนจ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[แลกเปลี่ยนความร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=963</guid>
		<description><![CDATA[เรามีแนวคิดในการเลือกเครื่องเอสเปรสโซคร่าวๆ แล้ว สำหรับมือใหม่ควรทำความเข้าใจกลไกหรือไฮโดรลิกของเครื่องเอสเปรสโซสักเล็กน้อย โดยเฉพาะระบบแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันกว้างขวางที่สุด จากไดอะแกรมข้างบนนี้ จะเห็นว่าภายในเครื่องเอสเปรสโซระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น มีส่วนประกอบสำคัญอย่างน้อย 2 ส่วนคือ หม้อต้มน้ำ (ที่เห็นกลมๆ ลูกใหญ่) และ ปั้มน้ำ หลักการทำงานของเครื่องแบบนี้ง่ายมาก คือในหม้อต้มน้ำจะมีฮีทเตอร์คอยต้มน้ำให้ร้อนประมาณ 115-120 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เกิดความดันในหม้อต้มราว 0.7-1.2 บาร์ โดยจะสอดกระบอกทองแดงเปล่าๆ ไว้ภายใน และเชื่อมต่อกระบอกนี้ไปยังหัวกรุ๊ปชงกาแฟ การชงกาแฟแต่ละครั้งจะเริ่มจากเมื่อเรากดปุ่มทำกาแฟ ปั้มน้ำจะดูดน้ำจากแหล่งน้ำเข้ามา(ที่เห็นเป็นเส้นสีฟ้า) แล้วอัดเข้าไปในกระบอกซึ่งฝังตัวอยู่ในหม้อต้มน้ำดัวยความดันประมาณ 9 บาร์ น้ำที่ถูกอัดเข้ามาจะรับความร้อนจากภายในหม้อต้ม ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเดินทางมาถึงที่หัวกรุ๊ปชงกาแฟน้ำเหล่านี้จะมีอุณภูมิสูงถึง 90 C ซึ่งสามารถชงกาแฟเอสเปรสโซได้พอดี ที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น น่าจะเนื่องจากน้ำที่เราใช้ชงกาแฟไม่ได้ถูกต้มโดยตรง แต่เราไปต้มน้ำอื่นก่อนแล้วค่อยเอาความร้อนนั้นมาทำให้น้ำชงกาแฟร้อน จะเห็นว่าไฮโดรลิคแบบนี้เรียบง่าย สะดวกสบาย หากต่อท่อออกมาจากหม้อต้มจะให้ไอน้ำสำหรับอุ่นนม และน้ำร้อนสำหรับชงชาหรือกาแฟอเมริกาโน่ ซึ่งเราสามารถใช้งานไปพร้อมๆ กันได้ทั้งสามส่วน คือชงกาแฟ สตีมนม และปล่อยน้ำร้อนไปด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อว่าน้ำที่ใช้ชงกาแฟนั้นเป็นน้ำที่สดใหม่ทุกครั้ง และอุณหภูมิไม่เคยถึงจุดเดือด ว่ากันว่าให้น้ำที่ &#8220;หวาน&#8221; และทำเอสเปรสโซได้อร่อยกว่า อีกทั้งน้ำชงกาแฟยังไม่ต้องสัมผัสกับฮีทเตอร์จึงไม่มีปฏิกริยาเคมีบางอย่างที่เราไม่ต้องการ ความเข้าใจในระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนี้จะนำมาซึ่งความเข้าใจในเรื่องอื่นๆ อีกหลายประการ เช่นเราสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงกาแฟนั้นมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำโดยตรง เสถียรภาพของอุณหภูมิน้ำชงขึ้นกับเสถียรภาพของอุณหภูมิในหม้อต้ม เราจึงสังเกตได้ว่าเครื่องเอสเปรสโซสำหรับใช้งานหนักนั้นจะมีหม้อต้มน้ำขนาดใหญ่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรามีแนวคิดใน<a href="http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/" target="_blank">การเลือกเครื่องเอสเปรสโซ</a>คร่าวๆ แล้ว สำหรับมือใหม่ควรทำความเข้าใจกลไกหรือไฮโดรลิกของเครื่องเอสเปรสโซสักเล็กน้อย โดยเฉพาะระบบแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันกว้างขวางที่สุด<span id="more-963"></span></p>
<p><img class="alignnone" title="heat exchange system" src="http://www.seat2cup.com/images/HX.jpg" alt="" width="500" height="369" /></p>
<p>จากไดอะแกรมข้างบนนี้ จะเห็นว่าภายในเครื่องเอสเปรสโซระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น มีส่วนประกอบสำคัญอย่างน้อย 2 ส่วนคือ หม้อต้มน้ำ (ที่เห็นกลมๆ ลูกใหญ่) และ ปั้มน้ำ</p>
<p>หลักการทำงานของเครื่องแบบนี้ง่ายมาก คือในหม้อต้มน้ำจะมีฮีทเตอร์คอยต้มน้ำให้ร้อนประมาณ 115-120 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เกิดความดันในหม้อต้มราว 0.7-1.2 บาร์ โดยจะสอดกระบอกทองแดงเปล่าๆ ไว้ภายใน และเชื่อมต่อกระบอกนี้ไปยังหัวกรุ๊ปชงกาแฟ การชงกาแฟแต่ละครั้งจะเริ่มจากเมื่อเรากดปุ่มทำกาแฟ ปั้มน้ำจะดูดน้ำจากแหล่งน้ำเข้ามา(ที่เห็นเป็นเส้นสีฟ้า) แล้วอัดเข้าไปในกระบอกซึ่งฝังตัวอยู่ในหม้อต้มน้ำดัวยความดันประมาณ 9 บาร์ น้ำที่ถูกอัดเข้ามาจะรับความร้อนจากภายในหม้อต้ม ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเดินทางมาถึงที่หัวกรุ๊ปชงกาแฟน้ำเหล่านี้จะมีอุณภูมิสูงถึง 90 C ซึ่งสามารถชงกาแฟเอสเปรสโซได้พอดี</p>
<p>ที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น น่าจะเนื่องจากน้ำที่เราใช้ชงกาแฟไม่ได้ถูกต้มโดยตรง แต่เราไปต้มน้ำอื่นก่อนแล้วค่อยเอาความร้อนนั้นมาทำให้น้ำชงกาแฟร้อน</p>
<p>จะเห็นว่าไฮโดรลิคแบบนี้เรียบง่าย สะดวกสบาย หากต่อท่อออกมาจากหม้อต้มจะให้ไอน้ำสำหรับอุ่นนม และน้ำร้อนสำหรับชงชาหรือกาแฟอเมริกาโน่ ซึ่งเราสามารถใช้งานไปพร้อมๆ กันได้ทั้งสามส่วน คือชงกาแฟ สตีมนม และปล่อยน้ำร้อนไปด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ยังเชื่อว่าน้ำที่ใช้ชงกาแฟนั้นเป็นน้ำที่สดใหม่ทุกครั้ง และอุณหภูมิไม่เคยถึงจุดเดือด ว่ากันว่าให้น้ำที่ &#8220;หวาน&#8221; และทำเอสเปรสโซได้อร่อยกว่า อีกทั้งน้ำชงกาแฟยังไม่ต้องสัมผัสกับฮีทเตอร์จึงไม่มีปฏิกริยาเคมีบางอย่างที่เราไม่ต้องการ</p>
<p><img class="alignnone" title="boiler" src="http://www.seat2cup.com/images/boiler1.jpg" alt="" width="466" height="333" /></p>
<p>ความเข้าใจในระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนี้จะนำมาซึ่งความเข้าใจในเรื่องอื่นๆ อีกหลายประการ เช่นเราสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงกาแฟนั้นมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำโดยตรง เสถียรภาพของอุณหภูมิน้ำชงขึ้นกับเสถียรภาพของอุณหภูมิในหม้อต้ม เราจึงสังเกตได้ว่าเครื่องเอสเปรสโซสำหรับใช้งานหนักนั้นจะมีหม้อต้มน้ำขนาดใหญ่ และมีฮีทเตอร์ต้มน้ำที่กำลังสูงตามกันไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถรักษาเสถียรภาพของอุณหภูมิได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบในส่วนอื่นๆ ที่เหลือด้วย ที่จะสามารถทำให้การชงมีความสม่ำเสมอที่สุด เรื่องนี้ผู้ผลิตแต่ละรายจึงอาจสามารถผลิตเครื่องที่มีประสิทธิภาพได้แตกต่างกันไป</p>
<p>นอกจากนี้การที่กระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนฝังอยู่ในหม้อต้มน้ำซึ่งมีอุณหภูมิสูงมาก ดังนั้นการชงกาแฟจากเครื่องลักษณะนี้เราจะต้องไล่น้ำก่อนชงเสมอ (ที่เรียก cooling flush) เนื่องจากในขณะที่เครื่องไม่ถูกใช้งานนั้นจะมีน้ำจำนวนหนึ่งค้างอยู่ในกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนทำให้น้ำเหล่านี้มีอุณภูมิสูงเกินไป หากไม่ไล่ออกก่อนจะทำให้กาแฟที่สกัดได้มีลักษณะของการถูกสกัดมากเกินไป เช่นขมไหม้ มีกลิ่นควัน ต่อเมื่อมีการใช้งานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ความจำเป็นในการไล่น้ำทิ้งจึงลดความสำคัญลงไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Slayer Espresso</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/03/slayer-espresso/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/03/slayer-espresso/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 18:23:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>
		<category><![CDATA[slayer espresso]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[แค่จะโน้ตไว้สั้นๆ ครับสำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านหูเรื่องนี้ Slayer ถือเป็นโปรเจ็คเครื่องเอสเปรสโซสุดเทพ ที่กำลังจะผลิตเพื่อจำหน่ายจริง(หมายความว่ายังไม่มีจำหน่ายในนาทีนี้) ได้ยินมาว่าผู้ก่อตั้งบางคนเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อตั้ง Synesso เมื่อหลายปีก่อน ความพิเศษของ Slayer น่าจะอยู่ที่การปรับความดันปั๊มน้ำได้อย่างอิสสระในแต่ละหัวกรุ๊ป ว่ากันว่าทำให้สามารถคั้นกาแฟที่บดละเอียดมากๆ หรือกาแฟที่คั่วเข้มให้ออกมาได้นุ่มนวลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นการปลดล็อครสชาติบางอย่างในกาแฟเอสเปรสโซตัวเดิม เป็นการขยายอาณาเขตความมหัศจรรย์ของโลกเอสเปรสโซให้กว้างขวางออกไปอีก เป็นความบ้าของคนบางคนที่อาจสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับอีกหลายคน หรืออาจเป็นแค่คำโฆษณาสไตล์อเมริกันที่หลายคนสะอิดสะเอียน จะเป็นอะไรเราคงได้เห็นกันในไม่ช้านะครับ ผมแค่กำลังคิดอยู่ว่าจะมีคนไทยคนไหนบ้าพอเอาเข้ามาเล่นหรือเอามาทำตลาดบ้างมั๊ย.. Slayer Espresso Machine @ Fratello &#8211; teaser from Chris Prefontaine on Vimeo. ยังมีวิดีโอเรื่องนี้ให้ดูอีกคลิกนี่เลยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แค่จะโน้ตไว้สั้นๆ ครับสำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านหูเรื่องนี้ <a href="http://www.slayerespresso.com/" target="_blank">Slayer</a> ถือเป็นโปรเจ็คเครื่องเอสเปรสโซสุดเทพ ที่กำลังจะผลิตเพื่อจำหน่ายจริง(หมายความว่ายังไม่มีจำหน่ายในนาทีนี้) ได้ยินมาว่าผู้ก่อตั้งบางคนเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อตั้ง <a href="http://www.synesso.com/index.shtml" target="_blank">Synesso</a> เมื่อหลายปีก่อน ความพิเศษของ Slayer น่าจะอยู่ที่การปรับความดันปั๊มน้ำได้อย่างอิสสระในแต่ละหัวกรุ๊ป ว่ากันว่าทำให้สามารถคั้นกาแฟที่บดละเอียดมากๆ หรือกาแฟที่คั่วเข้มให้ออกมาได้นุ่มนวลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นการปลดล็อครสชาติบางอย่างในกาแฟเอสเปรสโซตัวเดิม เป็นการขยายอาณาเขตความมหัศจรรย์ของโลกเอสเปรสโซให้กว้างขวางออกไปอีก เป็นความบ้าของคนบางคนที่อาจสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับอีกหลายคน หรืออาจเป็นแค่คำโฆษณาสไตล์อเมริกันที่หลายคนสะอิดสะเอียน จะเป็นอะไรเราคงได้เห็นกันในไม่ช้านะครับ ผมแค่กำลังคิดอยู่ว่าจะมีคนไทยคนไหนบ้าพอเอาเข้ามาเล่นหรือเอามาทำตลาดบ้างมั๊ย..<br />
<object width="400" height="267" data="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=3206799&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=3206799&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" /></object><br />
<a href="http://vimeo.com/3206799">Slayer Espresso Machine @ Fratello &#8211; teaser</a> from <a href="http://vimeo.com/user1298789">Chris Prefontaine</a> on <a href="http://vimeo.com">Vimeo</a>.</p>
<p>ยังมีวิดีโอเรื่องนี้ให้ดูอีก<a href="http://vimeo.com/3372757" target="_blank">คลิกนี่</a>เลยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/03/slayer-espresso/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thailand Coffee Tea&amp;Drinks 2009</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/02/thailand-coffee-teadrinks-2009/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/02/thailand-coffee-teadrinks-2009/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2009 17:31:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขันชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขันบาริสต้า]]></category>
		<category><![CDATA[งานกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=367</guid>
		<description><![CDATA[  ต้องขอโทษที่ไม่ได้บล็อคให้เร็วกว่านี้นะครับ เพราะยุ่งและเหนื่อยมาก ต้องช่วยน้องๆ ขนของไปแข่ง วิ่งไปบรรยาย กลับมาช่วยเตรียมตัวแข่งอีก แก้ว Signature Drinks ที่เตรียมไว้พอดีแตกไป 2 ใบ โชคดีที่หาเอาในห้างชั้นล่างมาทดแทนได้ทัน  การแข่งขันครั้งนี้ถือว่าเราเตรียมตัวมาดีแต่ก็มาพบปัญหาจนได้คือบาริสต้า &#8220;สา&#8221; ของเราใส่พอร์ตถะฟิลเตอร์ไม่ถนัดเนื่องจากบ่าฟิลเตอร์ที่หัวกรุ๊ปของเครื่องที่ใช้แข่งค่อนข้างตื้น เป็นปัญหาที่ไม่ได้คาดไว้ เราพยายามลดโดสกาแฟลง แต่บาริสต้าของเราชั่วโมงบินน้อยเลยปรับตัวไม่ทันและเป็นปัญหาที่ทำลายสมาธิและความมั่นใจในการแข่งขันอย่างมาก ผลจึงเป็นไปตามคาดคือไม่สามารถเล็ดลอดฝ่าเข้าไปในรอบสุดท้ายได้ เมื่อการแข่งขันรอบแรกจบลงผู้จัดแข่งเปิดโอกาสให้ตรวจสอบสกอร์ชีททำให้เห็นว่าคะแนนเอสเปรสโซทำได้ดีมาก จะไปเสียเรื่องคาปูชิโน่ที่โฟมไม่ดีและอุณภูมิต่ำไป และที่ฉุดคะแนนอีกเรื่องคือการนำเสนอ ผมก็พอเข้าใจเพราะเด็กประสบการณ์น้อยมาก และเป็นคนปากหนักพูดไม่ค่อยเก่งแถมยังพูดไม่ค่อยชัดติดสำเนียงกระเหรี่ยงเพราะโตที่แม่สอด แต่อาชีพบาริสต้าถ้าไม่สามารถนำเสนอกับลูกค้าให้เข้าใจได้แม้กาแฟจะดีแค่ไหนก็ไม่อาจสร้างความประทับใจให้ใครได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับที่เราต้องทำจริงๆ ในงานบาร์ประจำวัน นอกจากเวทีแข่ง NTBC ที่จัดโดยสมาคมบาริสต้าไทยแล้ว ด้านนอกงานยังมีงานแข่งของมือสมัครเล่นที่จัดเป็นครั้งแรกโดยบริษัทกาแฟอโรม่าซึ่งผมได้ไปช่วยเป็นกรรมการให้ด้วย วันแรกเป็นการแข่งขันเมนูกาแฟร้อนมีผู้เข้าแข่งขันประมาณ 10 คน ผมได้ตัดสินก็ให้นึกถึงบรรยากาศที่คล้ายกันกับเวทีระดับมืออาชีพเมื่อหลายปีก่อนแต่บัดนี้ผู้ร่วมแข่งขันได้พัฒนาไปไกลมากแล้ว เวทีเล็กนี้จึงถือเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้มือสมัครเล่นได้มีส่วนร่วมแสดงออกและสร้างเสริมแรงบันดาลใจได้อย่างดี แต่ด้วยความที่เป็นการจัดครั้งแรกจึงอาจมีความไม่เรียบร้อยขลุกขลักอยู่บ้าง หากได้ปรับรายละเอียดบางอย่างน่าจะเป็นเวทีที่เปิดกว้างมากขึ้นในปีถัดๆ ไป งานนี้มีเหตุให้รับผิดชอบและต้องดื่มกาแฟเยอะนอนน้อย จนรู้สึกเหนื่อยๆ และมึนๆ อาจเขียนวกวนบ้างนะครับ และต้องขอโทษเพื่อนๆ พี่น้องหลายคนที่เจอกันในงานแต่ไม่ได้คุยกันทั่วถึง บางคนไม่ได้เจอกันนานผมก็จำไม่ค่อยได้ กว่าจะนึกได้ก็ทำเอาเก้อไปแล้ว บางคนได้แค่ทักและยังไม่ได้คุยเลย ต้องวิ่งไปมา ที่ต้องขอบคุณคือบูธบางกอกเอสเปรสโซแลป และพีเบอรี่ลิมิเต็ดที่ให้ที่พักพิง ส่วนตัวผมถือเป็นไฮไลท์ของงานนี้เลยคือได้ชิมเอสเปรสโซเบลนด์จากสแควร์ไมล์โรสเตอร์ชงด้วยเครื่องพลัสฟอร์ยูที่บูธพีเบอรี่ และได้ชิมกาแฟเอลซาวาดอร์ที่ดีมากๆ จากโรงคั่วเดียวกันแต่ด้วยฝีมือการดริปของคุณบุ๊งที่บูธบางกอกเอสเปรสโซ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img class="alignnone size-full wp-image-371" title="baristacom09" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2009/02/baristacom09.jpg" alt="baristacom09" width="461" height="345" /></p>
<p>ต้องขอโทษที่ไม่ได้บล็อคให้เร็วกว่านี้นะครับ เพราะยุ่งและเหนื่อยมาก ต้องช่วยน้องๆ ขนของไปแข่ง วิ่งไปบรรยาย กลับมาช่วยเตรียมตัวแข่งอีก แก้ว Signature Drinks ที่เตรียมไว้พอดีแตกไป 2 ใบ โชคดีที่หาเอาในห้างชั้นล่างมาทดแทนได้ทัน</p>
<p><span id="more-367"></span> การแข่งขันครั้งนี้ถือว่าเราเตรียมตัวมาดีแต่ก็มาพบปัญหาจนได้คือบาริสต้า &#8220;สา&#8221; ของเราใส่พอร์ตถะฟิลเตอร์ไม่ถนัดเนื่องจากบ่าฟิลเตอร์ที่หัวกรุ๊ปของเครื่องที่ใช้แข่งค่อนข้างตื้น เป็นปัญหาที่ไม่ได้คาดไว้ เราพยายามลดโดสกาแฟลง แต่บาริสต้าของเราชั่วโมงบินน้อยเลยปรับตัวไม่ทันและเป็นปัญหาที่ทำลายสมาธิและความมั่นใจในการแข่งขันอย่างมาก ผลจึงเป็นไปตามคาดคือไม่สามารถเล็ดลอดฝ่าเข้าไปในรอบสุดท้ายได้ เมื่อการแข่งขันรอบแรกจบลงผู้จัดแข่งเปิดโอกาสให้ตรวจสอบสกอร์ชีททำให้เห็นว่าคะแนนเอสเปรสโซทำได้ดีมาก จะไปเสียเรื่องคาปูชิโน่ที่โฟมไม่ดีและอุณภูมิต่ำไป และที่ฉุดคะแนนอีกเรื่องคือการนำเสนอ ผมก็พอเข้าใจเพราะเด็กประสบการณ์น้อยมาก และเป็นคนปากหนักพูดไม่ค่อยเก่งแถมยังพูดไม่ค่อยชัดติดสำเนียงกระเหรี่ยงเพราะโตที่แม่สอด แต่อาชีพบาริสต้าถ้าไม่สามารถนำเสนอกับลูกค้าให้เข้าใจได้แม้กาแฟจะดีแค่ไหนก็ไม่อาจสร้างความประทับใจให้ใครได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับที่เราต้องทำจริงๆ ในงานบาร์ประจำวัน</p>
<p>นอกจากเวทีแข่ง NTBC ที่จัดโดยสมาคมบาริสต้าไทยแล้ว ด้านนอกงานยังมีงานแข่งของมือสมัครเล่นที่จัดเป็นครั้งแรกโดยบริษัทกาแฟอโรม่าซึ่งผมได้ไปช่วยเป็นกรรมการให้ด้วย วันแรกเป็นการแข่งขันเมนูกาแฟร้อนมีผู้เข้าแข่งขันประมาณ 10 คน ผมได้ตัดสินก็ให้นึกถึงบรรยากาศที่คล้ายกันกับเวทีระดับมืออาชีพเมื่อหลายปีก่อนแต่บัดนี้ผู้ร่วมแข่งขันได้พัฒนาไปไกลมากแล้ว เวทีเล็กนี้จึงถือเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้มือสมัครเล่นได้มีส่วนร่วมแสดงออกและสร้างเสริมแรงบันดาลใจได้อย่างดี แต่ด้วยความที่เป็นการจัดครั้งแรกจึงอาจมีความไม่เรียบร้อยขลุกขลักอยู่บ้าง หากได้ปรับรายละเอียดบางอย่างน่าจะเป็นเวทีที่เปิดกว้างมากขึ้นในปีถัดๆ ไป</p>
<p>งานนี้มีเหตุให้รับผิดชอบและต้องดื่มกาแฟเยอะนอนน้อย จนรู้สึกเหนื่อยๆ และมึนๆ อาจเขียนวกวนบ้างนะครับ และต้องขอโทษเพื่อนๆ พี่น้องหลายคนที่เจอกันในงานแต่ไม่ได้คุยกันทั่วถึง บางคนไม่ได้เจอกันนานผมก็จำไม่ค่อยได้ กว่าจะนึกได้ก็ทำเอาเก้อไปแล้ว บางคนได้แค่ทักและยังไม่ได้คุยเลย ต้องวิ่งไปมา ที่ต้องขอบคุณคือบูธบางกอกเอสเปรสโซแลป และพีเบอรี่ลิมิเต็ดที่ให้ที่พักพิง ส่วนตัวผมถือเป็นไฮไลท์ของงานนี้เลยคือได้ชิมเอสเปรสโซเบลนด์จากสแควร์ไมล์โรสเตอร์ชงด้วยเครื่องพลัสฟอร์ยูที่บูธพีเบอรี่ และได้ชิมกาแฟเอลซาวาดอร์ที่ดีมากๆ จากโรงคั่วเดียวกันแต่ด้วยฝีมือการดริปของคุณบุ๊งที่บูธบางกอกเอสเปรสโซ แถมด้วยเอสเปรสโซเบลนด์ของคุณบุ๊งจากเครื่องมิราจที่ผมคิดว่าไม่ได้ด้อยกว่าเอสเปรสโซเบลนด์จากโรงคั่วดังในเมืองนอกเลย</p>
<p>ที่ต้องขอบคุณมากที่สุดคือทุกๆ ท่านที่เอาใจช่วยทีมของเราในการแข่งขันบาริสต้าครับ ทั้งเพื่อนๆ โรงคั่วด้วยกันรวมถึงแฟนๆ บล็อคที่ตามอ่าน และลูกค้าบาร์กาแฟที่บางคนถึงกับตามมาเชียร์ที่ขอบเวที เราทุกคนที่ซีทฯ ซาบซึ้งมาก และขอตอบแทนกำลังใจของทุกท่านด้วยการพยายามทำกาแฟให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ขอบคุณมากครับ</p>
<p>สำหรับภาพถ่ายในงานบางส่วน <a href="http://vudhphotos.multiply.com/photos/album/12#" target="_blank">คลิก</a> ชมได้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/02/thailand-coffee-teadrinks-2009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องเอสเปรสโซสำหรับเปิดร้านกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Sep 2008 16:08:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=152</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งใจจะโน้ตไว้สั้นๆ ครับ เป็นข้อคิดนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเปิดร้าน แต่ถ้าเป็นมือเก่าคงไม่ต้องบอกอะไรเพราะท่านคงช่ำชองการเลือกเครื่องมือเครื่องไม้อยู่แล้ว โดยมากคนที่คิดจะเปิดร้านเมื่อได้ทำเลที่หมายตาแล้วมักเริ่มมองหาผู้สนับสนุนทางด้านกาแฟประกอบกันไป ส่วนใหญ่เจาะจงไปที่บริษัทจำหน่ายเครื่องชงกาแฟเป็นหลัก จากประสบการณ์ที่ได้จากลูกค้าและสังเกตจากคนที่เปิดร้านกาแฟผมสรุปข้อคิดแนวทางการเลือกเครื่องชงตามที่นึกได้เป็นข้อๆ อย่างนี้นะครับ เลือกเมล็ดกาแฟ หรือรสชาติกาแฟเสียก่อน  เพราะความเป็นจริงคือเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้ออาจให้รสชาติกาแฟที่ต่างกันได้ครับ ดังนั้นแนวทางที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะมีรสชาติกาแฟอย่างที่ต้องการในร้านของเรา คือนำเมล็ดกาแฟที่เราเลือกไว้แล้วไปทดลองกับเครื่องชงที่เราสนใจแล้วตรวจสอบรสชาติว่าเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ ทั้งนี้อย่าลืมว่ารสชาตินั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกด้วยเช่นเครื่องบด น้ำ และวิธีการชง เรียนกาแฟก่อนดีมั๊ย  ถ้าอ่านข้อ 1. แล้วงงหรือไม่มั่นใจ อาจจะต้องคิดถึงการ take course กาแฟ เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจไว้บ้าง ปัจจุบันมีสำนักสอนมากมายนะครับลองกูเกิ้ลได้ตามอัชฌาศํย อย่างน้อยจะทำให้เราไม่กลัวเครื่องสามารถทดลองใช้งาน และเข้าใจเรื่องรสชาติกาแฟมากขึ้นบ้าง แบรนด์ เครื่องชงเกือบทุกเครื่องในโลกติดยี่ห้อกันทั้งนั้นครับ แต่แบรนด์หมายถึงผู้ผลิตที่มีประวัติดีให้ความมั่นใจได้พอสมควร หากเป็นมือเก่าเขาสามารถขุดหาเครื่องดีๆ ที่ไม่ต้องมีแบรนด์หรือไม่ต้องมีชื่อเสียงมากก็ได้ แต่สำหรับมือใหม่การเลือกแบรนด์ที่ดีมีชื่อเสียงจะทำให้อุ่นใจได้ง่ายกว่า ส่วนเราจะรู้ว่ามีแบรนด์ใดที่น่าสนใจบ้างคงต้องตั้งงบไว้ แล้วสอบถามจากคนในแวดวงหรือกูเกิ้ลประกอบกัน สักพักจะมีชื่อแบรนด์มาประดับไว้ในใจไม่มากก็น้อย รูปโฉม เมื่อได้แบรนด์ที่สนใจมาจำนวนหนึ่งแล้ว การจะตัดสินใจลงไปว่าเอาเครื่องไหนดีอย่าลืมพิจารณาเรื่องรูปโฉมนะครับ เพราะมันจะต้องอยู่ตำตาตำใจเราไปอีกนาน บางคนเปรียบเหมือนภรรยา บางคนเปรียบเหมือนรถยนต์ นอกจากจะนิสัยดีแล้วหน้าตาต้องพอดูได้ด้วย เคยเห็นหลายคนเลือกจากเหตุผลอย่างเดียวนานวันเข้าก็เฝ้าแต่อิจฉาเครื่องสวยๆ ของคนอื่น และอย่าลืมว่าเครื่องชงกาแฟนั้นยังถือเป็นเครื่องตกแต่งร้านอย่างหนึ่งด้วย นอกจากจะหน้าตาดียังต้องเข้ากับการตกแต่งหรือธีมของร้านอีกด้วย ขนาดเหมาะสม เครื่องเอสเปรสโซขนาดเล็กหม้อต้มน้ำขนาด 1-2 ลิตรสามารถชงกาแฟได้วันหนึ่งเป็นร้อยถ้วย แต่จากตัวตนของร้านที่สัมพันธ์มาถึงทำเลจะบอกเราว่าเครื่องควรมีขนาดเท่าไหร่กันแน่ ถ้าเป็นลักษณะการขายของซีททูคัพเนื่องจากมีลูกค้าเข้าเป็นจำนวนมากในช่วงพักกลางวันเราจึงต้องการเครื่องขนาดตั้งแต่ 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งใจจะโน้ตไว้สั้นๆ ครับ เป็นข้อคิดนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเปิดร้าน แต่ถ้าเป็นมือเก่าคงไม่ต้องบอกอะไรเพราะท่านคงช่ำชองการเลือกเครื่องมือเครื่องไม้อยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-152"></span></p>
<p>โดยมากคนที่คิดจะเปิดร้านเมื่อได้ทำเลที่หมายตาแล้วมักเริ่มมองหาผู้สนับสนุนทางด้านกาแฟประกอบกันไป ส่วนใหญ่เจาะจงไปที่บริษัทจำหน่ายเครื่องชงกาแฟเป็นหลัก จากประสบการณ์ที่ได้จากลูกค้าและสังเกตจากคนที่เปิดร้านกาแฟผมสรุปข้อคิดแนวทางการเลือกเครื่องชงตามที่นึกได้เป็นข้อๆ อย่างนี้นะครับ</p>
<ol>
<li><strong>เลือกเมล็ดกาแฟ หรือรสชาติกาแฟเสียก่อน</strong>  เพราะความเป็นจริงคือเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้ออาจให้รสชาติกาแฟที่ต่างกันได้ครับ ดังนั้นแนวทางที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะมีรสชาติกาแฟอย่างที่ต้องการในร้านของเรา คือนำเมล็ดกาแฟที่เราเลือกไว้แล้วไปทดลองกับเครื่องชงที่เราสนใจแล้วตรวจสอบรสชาติว่าเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ ทั้งนี้อย่าลืมว่ารสชาตินั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกด้วยเช่นเครื่องบด น้ำ และวิธีการชง</li>
<li><strong>เรียนกาแฟก่อนดีมั๊ย</strong>  ถ้าอ่านข้อ 1. แล้วงงหรือไม่มั่นใจ อาจจะต้องคิดถึงการ take course กาแฟ เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจไว้บ้าง ปัจจุบันมีสำนักสอนมากมายนะครับลองกูเกิ้ลได้ตามอัชฌาศํย อย่างน้อยจะทำให้เราไม่กลัวเครื่องสามารถทดลองใช้งาน และเข้าใจเรื่องรสชาติกาแฟมากขึ้นบ้าง</li>
<li><strong>แบรนด์ </strong>เครื่องชงเกือบทุกเครื่องในโลกติดยี่ห้อกันทั้งนั้นครับ แต่แบรนด์หมายถึงผู้ผลิตที่มีประวัติดีให้ความมั่นใจได้พอสมควร หากเป็นมือเก่าเขาสามารถขุดหาเครื่องดีๆ ที่ไม่ต้องมีแบรนด์หรือไม่ต้องมีชื่อเสียงมากก็ได้ แต่สำหรับมือใหม่การเลือกแบรนด์ที่ดีมีชื่อเสียงจะทำให้อุ่นใจได้ง่ายกว่า ส่วนเราจะรู้ว่ามีแบรนด์ใดที่น่าสนใจบ้างคงต้องตั้งงบไว้ แล้วสอบถามจากคนในแวดวงหรือกูเกิ้ลประกอบกัน สักพักจะมีชื่อแบรนด์มาประดับไว้ในใจไม่มากก็น้อย</li>
<li><strong>รูปโฉม </strong>เมื่อได้แบรนด์ที่สนใจมาจำนวนหนึ่งแล้ว การจะตัดสินใจลงไปว่าเอาเครื่องไหนดีอย่าลืมพิจารณาเรื่องรูปโฉมนะครับ เพราะมันจะต้องอยู่ตำตาตำใจเราไปอีกนาน บางคนเปรียบเหมือนภรรยา บางคนเปรียบเหมือนรถยนต์ นอกจากจะนิสัยดีแล้วหน้าตาต้องพอดูได้ด้วย เคยเห็นหลายคนเลือกจากเหตุผลอย่างเดียวนานวันเข้าก็เฝ้าแต่อิจฉาเครื่องสวยๆ ของคนอื่น และอย่าลืมว่าเครื่องชงกาแฟนั้นยังถือเป็นเครื่องตกแต่งร้านอย่างหนึ่งด้วย นอกจากจะหน้าตาดียังต้องเข้ากับการตกแต่งหรือธีมของร้านอีกด้วย</li>
<li><strong>ขนาดเหมาะสม </strong>เครื่องเอสเปรสโซขนาดเล็กหม้อต้มน้ำขนาด 1-2 ลิตรสามารถชงกาแฟได้วันหนึ่งเป็นร้อยถ้วย แต่จากตัวตนของร้านที่สัมพันธ์มาถึงทำเลจะบอกเราว่าเครื่องควรมีขนาดเท่าไหร่กันแน่ ถ้าเป็นลักษณะการขายของซีททูคัพเนื่องจากมีลูกค้าเข้าเป็นจำนวนมากในช่วงพักกลางวันเราจึงต้องการเครื่องขนาดตั้งแต่ 2 หัวกรุ๊ปและหม้อต้มขนาด 10 ลิตรขึ้นไป แม้ในช่วงอื่นของวันจะมีลูกค้าน้อยลง แต่เราไม่สามารถให้ลูกค้ารอเราได้ไม่ว่าช่วงเวลาใด เครื่องยิ่งใหญ่ยิ่งดียิ่งทำได้เร็วยิ่งได้เปรียบ และอย่าลืมว่าการขายกาแฟในเมืองไทยเราใช้ถ้วยขนาดใหญ่ ร้านกาแฟโดยมากจะใช้กาแฟขนาด double shot เป็นส่วนมาก ทำให้กำลังการผลิตยิ่งน้อยลงไปเมื่อเทียบกับบาร์ในอิตาลีที่ดื่มกันคนละ 1 shot เท่านั้น แต่หากร้านของท่านขายแบบทยอยขาย คือไม่มีลูกค้าจำนวนมากในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งการเลือกใช้เครื่องที่เล็กลงย่อมประหยัดและคุ้มค่ากว่า</li>
<li><strong>ดีลเลอร์ </strong>ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ เพราะดีลเลอร์ผู้ขายเครื่องให้เราจะเป็นผู้ดูแลแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องชงของเราไปตลอดเวลาการดำเนินการ ดีลเลอร์ไม่เพียงแต่ต้องซ่อมหรือป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดกับเครื่องแล้วยังต้องมีความเข้าใจเรื่องกาแฟพอสมควร หลายครั้งพบว่าดีลเลอร์เพียงแต่ซ่อมเครื่องให้ทำงานได้ แต่ไม่เข้าใจกาแฟและไม่สามารถทำให้รสชาติออกมาเป็นปกติอย่างที่ควรจะเป็นได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าดีลเลอร์รายใดใช้ได้ ทางหนึ่งคือสอบถามจากผู้ที่เป็นลูกค้าปัจจุบัน ไม่ก็ลองตั้งคำถามต่างๆ ใส่ดีลเลอร์รายนั้นๆ ดูซิครับหากตอบหรืออธิบายให้เราเข้าใจไม่ได้ให้ลองเปลี่ยนไปที่อื่นดีกว่า</li>
</ol>
<p>นึกได้เท่านี้ก่อนนะครับ ผมไม่ได้พูดเรื่อง specification มากนักเพราะอาจจะยากเกินไปสำหรับมือใหม่ แต่อย่างน้อยคนที่จะเปิดร้านควรเข้าใจคร่าวๆ ในเรื่องระบบไฮโดรลิกหรือการทำความร้อนของเครื่องเอสเปรสโซ โดยเฉพาะ <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/" target="_blank">&#8220;เครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อน&#8221;</a> ที่ใช้เป็นส่วนใหญ่ในท้องตลาด ว่ากลไกเป็นอย่างไร จะช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อรวมถึงการใช้งานด้วย ส่วนเรื่องทางเทคนิคที่มากกว่านี้ผมเชื่อว่าเครื่องในท้องตลาดส่วนใหญ่มีราคาตามคุณภาพกันไป หากได้ตระเวณไปดูกับหลายๆ ดีลเลอร์แล้วน่าจะพอเปรียบเทียบกันได้และสามารถหาเครื่องที่เหมาะสมลงตัวได้ไม่ยาก&#8230;ขอให้โชคดีนะครับ</p>
<p><strong>ปรึกษาการเลือกเครื่องชงกาแฟที่ฟอรรั่ม </strong><a href="http://coffee.thai-forum.net" target="_blank"><strong>กาแฟพิเศษ</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สปอนเซอร์เครื่องเอสเปรสโซรายใหม่ WBC</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/espro-mc-sponsor/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/espro-mc-sponsor/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Aug 2008 13:38:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Nuova Simonelli]]></category>
		<category><![CDATA[WBC]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งประกาศได้วันสองวันนี้เองครับ สำหรับสปอนเซอร์เครื่องเอสเปรสโซและเครื่องบดกาแฟที่จะใช้ในการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกในปี 2009-2011 ได้แก่เครื่องชงเอสเปรสโซจาก Nuova Simonelli รุ่น Aurelia ขนาด 3 หัวกรุ๊ป และเครื่องบด K30 จาก MahlKoenig ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นพอสมควรครับ หลังจากที่ La Marzocco ผูกขาดการเป็นผู้สนับสนุนในรายการนี้มายาวนาน  ส่วนตัวผมแล้วไม่ค่อยได้สนใจรายละเอียดเรื่องการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันมากนัก เพราะคิดว่าเครื่องที่จะได้ใช้ในการแข่งขันในที่สุดนั้นน่าจะเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้อยู่แล้ว การได้รับเลือกอาจถือเป็นการรับรองได้แบบกว้างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นคือเครื่องที่ดีที่สุดในโลก การเสนอตัวเป็นผู้สนับสนุนนั้นมีเป้าหมายทางการตลาดของตัวผู้เสนอเองผมไม่ถือเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่งในรายการนี้ การแข่งขันควรจะมีเพียงอย่างเดียวคือ &#8220;ความสามารถของคนชงหรือบาริสต้า&#8221; เท่านั้น แต่ถ้าผมเป็นบาริสต้าที่มีสิทธิในการแข่งขัน ผมจะแอบดีใจเล็กน้อยที่จะได้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นนิดหน่อยสำหรับการได้เป็นสปอนเซอร์ของ Nuova Simonelli ครั้งนี้ เพราะหากรุ่นที่ใช้เป็น  Aurelia ที่มี specification เดิมๆ เหมือนเครื่องที่มีอยู่ในท้องตลาด ถือเป็นเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนหรือ heat exchange แบบเดียวกับที่ผมและเพื่อนๆ อีกมากมายใช้กันอยู่ จะทำให้การเตรียมตัวเตรียมรสชาติกาแฟเพื่อใช้แข่งขันนั้นง่ายดายขึ้น เสียงวิพากษ์คงมีสะพัดไปในบล็อกกาแฟทั่วโลก แต่ถึงอย่างไรต้องขอแสดงความยินดีกับ Nuova Simonelli และ MahlKonig ด้วยความจริงใจครับ เพราะอย่างน้อยการได้รับเป็นผู้สนับสนุนนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเรื่องการเงินแล้ว ยังหมายถึงมาตรฐานความสามารถในการผลิตเครื่องระดับคุณภาพสูงอีกด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งประกาศได้วันสองวันนี้เองครับ สำหรับสปอนเซอร์เครื่องเอสเปรสโซและเครื่องบดกาแฟที่จะใช้ในการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกในปี 2009-2011 ได้แก่เครื่องชงเอสเปรสโซจาก Nuova Simonelli รุ่น <a title="เครื่องชงกาแฟ Nuova Simonelli Aurelia" href="http://www.nuovasimonelli.it/espresso_coffee_machines/view.aspx?Action=link&amp;Id=13917" target="_blank">Aurelia</a> ขนาด 3 หัวกรุ๊ป และเครื่องบด K30 จาก <a title="เครื่องบดกาแฟจาก Mahlkoenig" href="http://www.mahlkoenig.com/" target="_blank">MahlKoenig</a> ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นพอสมควรครับ หลังจากที่ <a href="http://www.lamarzocco.com/fb80.html" target="_blank">La Marzocco </a>ผูกขาดการเป็นผู้สนับสนุนในรายการนี้มายาวนาน </p>
<p><span id="more-138"></span>ส่วนตัวผมแล้วไม่ค่อยได้สนใจรายละเอียดเรื่องการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันมากนัก เพราะคิดว่าเครื่องที่จะได้ใช้ในการแข่งขันในที่สุดนั้นน่าจะเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้อยู่แล้ว การได้รับเลือกอาจถือเป็นการรับรองได้แบบกว้างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นคือเครื่องที่ดีที่สุดในโลก การเสนอตัวเป็นผู้สนับสนุนนั้นมีเป้าหมายทางการตลาดของตัวผู้เสนอเองผมไม่ถือเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่งในรายการนี้ การแข่งขันควรจะมีเพียงอย่างเดียวคือ &#8220;ความสามารถของคนชงหรือบาริสต้า&#8221; เท่านั้น</p>
<p>แต่ถ้าผมเป็นบาริสต้าที่มีสิทธิในการแข่งขัน ผมจะแอบดีใจเล็กน้อยที่จะได้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นนิดหน่อยสำหรับการได้เป็นสปอนเซอร์ของ Nuova Simonelli ครั้งนี้ เพราะหากรุ่นที่ใช้เป็น  Aurelia ที่มี specification เดิมๆ เหมือนเครื่องที่มีอยู่ในท้องตลาด ถือเป็นเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนหรือ heat exchange แบบเดียวกับที่ผมและเพื่อนๆ อีกมากมายใช้กันอยู่ จะทำให้การเตรียมตัวเตรียมรสชาติกาแฟเพื่อใช้แข่งขันนั้นง่ายดายขึ้น</p>
<p>เสียงวิพากษ์คงมีสะพัดไปในบล็อกกาแฟทั่วโลก แต่ถึงอย่างไรต้องขอแสดงความยินดีกับ Nuova Simonelli และ MahlKonig ด้วยความจริงใจครับ เพราะอย่างน้อยการได้รับเป็นผู้สนับสนุนนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเรื่องการเงินแล้ว ยังหมายถึงมาตรฐานความสามารถในการผลิตเครื่องระดับคุณภาพสูงอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/espro-mc-sponsor/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

