<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Apr 2012 15:33:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espresso-machine/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espresso-machine/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Apr 2012 06:41:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ยี่ห้อเครื่องชงกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1450</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นพื้นที่โฆษณานะครับ และออกตัวไว้ชัดเลยว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ดังนั้นอาจพูดถึงแต่อันที่รู้จักมักคุ้นหรือที่ได้เคยสัมผัสมาบ้าง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลกันนะครับ เคยเกริ่นไปคร่าวๆ แล้วสำหรับแนวทางกว้างๆ ในการเลือกเครื่องชงกาแฟ แต่หลายๆ ท่านโดยเฉพาะที่เป็นมือใหม่และเพิ่งเริ่มสนใจการทำกาแฟแบบเอสเปรสโซยังชอบถามให้จำเพาะเจาะจงลงไปว่าเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี เพราะส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินหรือรู้จักเครื่องชงใดๆ มาก่อนเลย ความเป็นจริงคือเครื่องชงกาแฟในโลกนี้มีหลายแบรนด์และมากมายหลายรุ่นมาก มากเกินกว่าจะพูดถึงได้หมด แต่ถ้าให้พูดถึงเฉพาะเครื่องที่สามารถนำมาชงขายได้ และที่มีจำหน่ายอยู่ในเมืองไทย ผมอาจให้ชื่อไว้ได้บ้างโดยกล่าวถึงผู้นำเข้าหรือดีลเลอร์เท่าที่ทราบคู่กันไป ให้พอเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาเครื่องชงกาแฟที่ถูกใจท่านอย่างนี้นะครับ Faema  อ่านว่าฟาเอม่า แบรนด์อันดับหนึ่งในอิตาลี ที่มีประวัติมายาวนานและมีนวตกรรมออกสู่โลกเอสเปรสโซเรื่อยมา สำหรับเมืองไทยเรามีบริษัทกาแฟอโรม่าเป็นผู้นำเข้ามาจำหน่าย รุ่นที่ผมคิดว่าประสิทธิภาพสูงและไม่แพงจนเกินไปน่าใช้สำหรับบาร์กาแฟคือรุ่น E91 AMBASSADOR Nuova Simonelli ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อีกรายจากอิตาลีที่ในบ้านเรามียอดขายเครื่องถล่มทลาย เพราะมีหลากหลายรุ่นตั้งแต่เครื่องเล็กๆ จนถึงเครื่องระดับมืออาชีพ ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีคือรุ่น Oscar เครื่องเล็กที่เหมาะใช้ในบ้าน แต่เมืองไทยเราเอามาชงขายกัน ล่าสุดคือ Musica เครื่องเล็กๆ แต่ประสิทธิภาพพอชงขายได้ ส่วนเครื่องระดับมืออาชีพที่ขายดิบขายดีคือรุ่น Appia ที่ราคาและเงื่อนไขการรับประกันทำให้หลายคนไม่ไปที่อื่น ส่วนรุ่นที่ผมแนะนำคือรุ่น Aurelia ซึ่งเป็นซีรีส์เดียวกันกับตัวที่ใช้สปอนเซอร์การแข่งขันชิงแชมป์บาริสต้าโลก ในเมืองไทยเรานำเข้าโดยบริษัทรีเทลลิงค์ และมีดีลเลอร์ที่ขายให้หลายสิบเจ้า Astoria แบรนด์เครื่องชงจาก CMA โรงงานผลิตเครื่องเอสเปรสโซขนาดใหญ่จากอิตาลี Astoria เป็นอีกแบรนด์ที่มี product range ครบทุกระดับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นพื้นที่โฆษณานะครับ และออกตัวไว้ชัดเลยว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ดังนั้นอาจพูดถึงแต่อันที่รู้จักมักคุ้นหรือที่ได้เคยสัมผัสมาบ้าง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลกันนะครับ</p>
<p>เคยเกริ่นไปคร่าวๆ แล้วสำหรับ<a href="http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/" target="_blank">แนวทางกว้างๆ ในการเลือกเครื่องชงกาแฟ </a>แต่หลายๆ ท่านโดยเฉพาะที่เป็นมือใหม่และเพิ่งเริ่มสนใจการทำกาแฟแบบเอสเปรสโซยังชอบถามให้จำเพาะเจาะจงลงไปว่าเครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี เพราะส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินหรือรู้จักเครื่องชงใดๆ มาก่อนเลย</p>
<p>ความเป็นจริงคือเครื่องชงกาแฟในโลกนี้มีหลายแบรนด์และมากมายหลายรุ่นมาก มากเกินกว่าจะพูดถึงได้หมด แต่ถ้าให้พูดถึงเฉพาะเครื่องที่สามารถนำมาชงขายได้ และที่มีจำหน่ายอยู่ในเมืองไทย ผมอาจให้ชื่อไว้ได้บ้างโดยกล่าวถึงผู้นำเข้าหรือดีลเลอร์เท่าที่ทราบคู่กันไป ให้พอเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาเครื่องชงกาแฟที่ถูกใจท่านอย่างนี้นะครับ</p>
<p><img title="E91" src="http://www.seat2cup.com/images/faemaE91.jpg" alt="" width="389" height="245" /><span id="more-1450"></span></p>
<ol>
<li><strong>Faema </strong> อ่านว่าฟาเอม่า แบรนด์อันดับหนึ่งในอิตาลี ที่มีประวัติมายาวนานและมีนวตกรรมออกสู่โลกเอสเปรสโซเรื่อยมา สำหรับเมืองไทยเรามีบริษัทกาแฟอโรม่าเป็นผู้นำเข้ามาจำหน่าย รุ่นที่ผมคิดว่าประสิทธิภาพสูงและไม่แพงจนเกินไปน่าใช้สำหรับบาร์กาแฟคือรุ่น <a href="http://aromaonline.aromathailand.com/index.php?lay=show&amp;ac=cat_show_pro_detail&amp;cid=12932&amp;pid=160112">E91 AMBASSADOR</a></li>
<li><strong>Nuova Simonelli</strong> ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อีกรายจากอิตาลีที่ในบ้านเรามียอดขายเครื่องถล่มทลาย เพราะมีหลากหลายรุ่นตั้งแต่เครื่องเล็กๆ จนถึงเครื่องระดับมืออาชีพ ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีคือรุ่น Oscar เครื่องเล็กที่เหมาะใช้ในบ้าน แต่เมืองไทยเราเอามาชงขายกัน ล่าสุดคือ Musica เครื่องเล็กๆ แต่ประสิทธิภาพพอชงขายได้ ส่วนเครื่องระดับมืออาชีพที่ขายดิบขายดีคือรุ่น Appia ที่ราคาและเงื่อนไขการรับประกันทำให้หลายคนไม่ไปที่อื่น ส่วนรุ่นที่ผมแนะนำคือรุ่น <a href="http://www.nuovasimonelli.it/en/products/traditional-machines/aurelia/aurelia-v">Aurelia</a> ซึ่งเป็นซีรีส์เดียวกันกับตัวที่ใช้สปอนเซอร์การแข่งขันชิงแชมป์บาริสต้าโลก ในเมืองไทยเรานำเข้าโดย<a href="http://www.retailink.co.th/mainpage/content.php?sec_id=1&amp;cat_id=3&amp;brand=4&amp;bid=10&amp;brand_pro=Nuova%20Simonelli">บริษัทรีเทลลิงค์</a> และมีดีลเลอร์ที่ขายให้หลายสิบเจ้า</li>
<li><strong>Astoria</strong> แบรนด์เครื่องชงจาก CMA โรงงานผลิตเครื่องเอสเปรสโซขนาดใหญ่จากอิตาลี Astoria เป็นอีกแบรนด์ที่มี product range ครบทุกระดับ ตอบสนองทุกความต้องการ ผมเคยสัมผัสตั้งแต่เครื่องเล็กๆ จนถึงเครื่องระดับมืออาชีพหลายต่อหลายรุ่น ถือว่ามีมาตรฐานการผลิต และได้เอสเปรสโซออกมาดีมาก ในบ้านเรามี<a href="http://www.vppcoffee.com/product/coffee-machines/">บริษัทกาแฟ วีพีพี</a> และ<a href="http://www.espressofriend.com/เครื่องชงกาแฟ/sub-astoria/เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่%20Astoria%20รุ่น%20Plus%204%20You">บริษัทกาแฟพีเบอรี่</a>เป็นผู้นำเข้า รุ่นที่แนะนำสำหรับบาร์กาแฟคือ Grolia หรือ Plus 4U</li>
<li><strong>Sanremo</strong> อีกแบรนด์จากอิตาลี แม้จะเป็นโรงงานเล็กๆ และผมมีโอกาสได้สัมผัสน้อยมาก แต่ต้องกล่าวถึงเพราะผู้นำเข้าคือ <a href="http://www.espressoman.net/home/index.php">espresso man</a> โดยคุณตู๋ผู้คร่ำหวอดวงการเอสเปรสโซเมืองไทยมายาวนาน เรียกว่าถ้าคุณตู๋เลือกมาแล้วย่อมรับประกันคุณภาพและเชื่อใจในบริการหลังขายได้แน่นอน อยู่ที่ว่าท่านถูกชะตากับรูปโฉมเครื่องหรือไม่</li>
<li><strong>La Marzocco</strong> นี่ก็อีกแบรนด์จากอิตาลี และเป็นแค่โรงงานเล็กๆ แต่รุ่งเรืองขึ้นมาจากการเป็นเครื่องที่กาแฟสตาร์บัคส์เลือกใช้ในช่วงแรกๆ จุดเด่นของ Marzocco คือสร้างเครื่องด้วยมือและปราณีตมาก มีการวางพื้นฐานของเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเอง และ product range ของ Marzocco มีเพียงเครื่องระดับไฮเอนด์กับเครื่องในฝันเท่านั้น ในเมืองไทยนำเข้าโดย<a href="http://www.boncafe.co.th/prods/equipment/lamarzocco-th.html">บริษัทบอนกาแฟ</a> และมี exclusive dealer ในรุ่น Strada และ GS3 โดย<a href="http://www.bluekoff.com/product/?xID=219">บริษัทกาแฟบลูคอฟ</a></li>
<li><strong>Reneka</strong> แบรนด์เครื่องชงจากฝรั่งเศส นำเข้าโดย<a href="http://www.pnfcoffee.com">กาแฟพีแอนด์เอฟ</a> อันนี้ผมคุ้นเคยดีเพราะใช้งานจริงมาหลายปี ปัญหาของเครื่องชงที่ไม่ใช่สัญชาติอิตาเลี่ยนคือมักจะถูกดูแคลนและน่าสงสัยว่ามันจะทำเอสเปรสโซได้ดีแค่ไหน  แต่ด้วยอายุแบรนด์  80 ปี เรเนก้าได้พิสูจน์ตัวเองแล้วด้วยการทำเครื่องเอสเปรสโซที่เหนือชั้นกว่าเครื่องแบรนด์เก่าแก่จากอิตาลีหลายต่อหลายแบรนด์ รุ่นที่ซีททูคัพใช้งานมายาวนานคือรุ่น VIVA S ซึ่งปัจจุบันพัฒนามาเป็นรุ่น LIFE ที่กำลังสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการเอสเปรสโซด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย สามารถลดปัญหาความไม่สม่ำเสมอในการชง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ร้านกาแฟส่วนใหญ่ต้องเจอ</li>
<li><strong>Kees van der Westen</strong> อันนี้ก็ไม่ได้มาจากอิตาลีและไม่ใช่ชื่อแบรนด์แต่เป็นชื่อศิลปินผู้สร้างเครื่องเอสเปรสโซระดับเทพชาวฮอลแลนด์ ที่ต้องกล่าวชื่อ Kees ไว้ก่อนเพราะเขาทำไว้หลายโปรเจค ทุกโปรเจคได้รับการยอมรับจากนักชงชั้นนำทั่วโลก ทั้ง Mirage Speedster และล่าสุดคือ Spirit เครื่องของ Kees ในเมืองไทยเรานำเข้าโดย <a href="http://happyespresso.net/machine/mirage-classic/">Happy Espresso</a></li>
</ol>
<p>เท่านี้ก่อนนะครับ เอามากองไว้ก่อนให้ชื่อผ่านหู แต่อย่างที่กล่าวไว้ มันยังมีเครื่องชงอีกหลายแบรนด์หลายรุ่นมีทั้งที่คุณภาพดีและไม่ดี น่าใช้และไม่น่าใช้ สำหรับ 7 แบรนด์ที่ผมเลือกมาพูดถึงไว้นั้น ผมพิจารณาในแง่ของชื่อเสียงหรือ reputation ของแบรนด์บวกกับประสิทธิภาพของเครื่องและสังเกตว่าจะจำเพาะเครื่องระดับมืออาชีพสำหรับร้านกาแฟที่จริงจังเสียส่วนใหญ่ หมายความว่าถ้าผมจะต้องเลือกเครื่องไว้ใช้เอง แบรนด์ที่อยู่ในใจอันดับต้นๆ คงไม่พ้นผู้ผลิตทั้ง 7 รายนี้ แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าความรู้และประสบการณ์ของผมนั้นจำกัดด้วยเหตุว่าไม่ได้เป็นดีลเลอร์ขายเครื่องมานานมากแล้ว ได้สัมผัสเครื่องชงแบบจริงๆ จังๆ จากการใช้งานจริงไม่กี่รุ่นเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงตัวดีลเลอร์ซึ่งมีชื่อเสียงในการบริการหลังการขายแตกต่างกันไป แต่นำมาเรียบเรียงไว้พอเป็นข้อมูลเพื่อไม่ให้มือใหม่เคว้งคว้างจนเกินไป</p>
<p>ขอให้ได้เครื่องที่ถูกใจไว้ใช้งานกันนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espresso-machine/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอสเปรสโซเย็น</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espressoyen/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espressoyen/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Apr 2012 18:13:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซเย็น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1440</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องเอสเปรสโซเย็นนี้เคยคิดจะเขียนถึงนานแล้ว แต่ก็ยั้งมือไว้เพราะได้อ่านข้อเขียนของเพื่อนๆ หรือผู้อาวุโสบางท่านที่คอยอธิบายเป็นระยะคิดว่าให้ความเข้าใจได้พอสมควรแล้ว แต่ข้อถกเถียงเรื่องนี้ยังหาที่สุดไม่ได้และยังเป็นหัวข้อที่คุยสนุกทุกเมื่อเชื่อวัน หากคิดอยากจะกลับไปค้นคว้าหาอ่านทบทวนกลับล้มเหลว เพราะข้อเขียนเหล่านั้นกระจัดกระจายหายไปกับสายลมแล้ว จึงอยากโน้ตแปะไว้เช่นเคยครับว่าความเห็นส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร เท่าที่ทราบตำนานความเป็นมาของคำว่า “เอสเปรสโซเย็น” นั้นผมวิเคราะห์เอาเองจากที่ได้ยินได้ฟังมาว่าน่าจะมาจากที่คอกาแฟผู้รักการดื่มรุ่นเก๋าท่านเรียกขานไว้ ตั้งแต่ยุคที่เอสเปรสโซบุกเมืองไทยช่วงแรกราวสิบกว่าปีมาแล้ว ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นคนไทยเคยชินกับกาแฟเย็นที่น้ำกาแฟชงด้วยการแช่ถุงในน้ำร้อนวิธีแบบนี้ไม่เคยโบราณมาก่อนทั้งที่คนไทยเชื้อสายจีนชงให้ดื่มมาจะเป็นร้อยปีแล้ว กระทั่งถึงยุคที่เอสเปรสโซบุก เครื่องเอสเปรสโซเริ่มจำหน่ายอย่างกว้างขวาง ถ้าใครจำได้ช่วงราวๆ ปี 2540 เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซแบบอัตโนมัติ(fully automatic) ถูกนำมาใช้ชงกาแฟคั่วขายกันตามซุ้มกาแฟใหญ่เล็กไปจนถึงร้านกาแฟสมัยใหม่ที่ค่อยๆ เกิดขึ้น ก่อนที่จะพรึบเป็นดอกเห็ดอย่างทุกวันนี้ ปัญหาคือช่วงนั้นมันเป็นรอยต่อของวัฒนธรรมกาแฟแบบเดิมๆ ของเรา ที่คาเฟ่หมายถึงร้านกาแฟที่อยู่ตามชุมชน มุมถนน หรือซอยใกล้บ้าน เช้าๆ ชาวบ้านจะมารวมตัวกันซดโอยัวะ อ่านหนังสือพิมพ์แกล้มด้วยปาท่องโก๋ แล้วคุยกันถึงข่าวคราวที่เป็น talk of the town ในวันนั้น คนในชุมชนรู้จักมักคุ้นกันดี คาเฟ่แบบนี้บางท่านเลยเรียกสภากาแฟเพราะมีการอภิปรายกันอย่างเมามันด้วยเหตุเป็นที่รวมตัวของสมาชิกชุมชนในระแวกนั้น สังคมเมืองพัฒนาขึ้น ชนชั้นกลางขยายตัว ประชากรในเมืองเพิ่มขึ้น สังคมเลยซับซ้อนขึ้นและคนเริ่มห่างเหินกัน กลายมาเป็นต่างคนต่างอยู่ การจับกลุ่มของชุมชนที่พักอาศัยใกล้เคียงกันค่อยๆ น้อยลง กลายเป็นการจับกลุ่มทางสังคมแทน  วิถีชีวิตแบบใหม่ก็ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้น วัฒนธรรมคาเฟ่สมัยใหม่กลายมาเป็นสิ่งรองรับให้กับสังคมเมืองที่ซับซ้อนขึ้นนี้ และปรากฏการณ์การหลั่งไหลเข้ามาของเครื่องเอสเปรสโซในเมืองไทยก็เริ่มขึ้นพร้อมกับวัฒนธรรมคาเฟ่สมัยใหม่นี้เอง เอาล่ะสิครับ ของเก่าก็ยังไม่สาปสูญ ของใหม่ก็เริ่มเข้ามา ปัญหาจึงตกอยู่ที่ผู้บริโภคเวลาที่จะสือสารกันนั้นทำอย่างไรจะให้เข้าใจว่ากาแฟที่เขาต้องการนั้นมันชงแบบไหน คราวนี้กาแฟแบบที่ชงมาดั้งเดิมเลยกลายเป็นกาแฟโบราณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องเอสเปรสโซเย็นนี้เคยคิดจะเขียนถึงนานแล้ว แต่ก็ยั้งมือไว้เพราะได้อ่านข้อเขียนของเพื่อนๆ หรือผู้อาวุโสบางท่านที่คอยอธิบายเป็นระยะคิดว่าให้ความเข้าใจได้พอสมควรแล้ว แต่ข้อถกเถียงเรื่องนี้ยังหาที่สุดไม่ได้และยังเป็นหัวข้อที่คุยสนุกทุกเมื่อเชื่อวัน หากคิดอยากจะกลับไปค้นคว้าหาอ่านทบทวนกลับล้มเหลว เพราะข้อเขียนเหล่านั้นกระจัดกระจายหายไปกับสายลมแล้ว</p>
<p><img class="alignnone" title="เอสเปรสโซเย็น" src="http://www.seat2cup.com/images/esyen.jpg" alt="" width="494" height="370" /></p>
<p><span id="more-1440"></span></p>
<p>จึงอยากโน้ตแปะไว้เช่นเคยครับว่าความเห็นส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร เท่าที่ทราบตำนานความเป็นมาของคำว่า <strong>“เอสเปรสโซเย็น”</strong> นั้นผมวิเคราะห์เอาเองจากที่ได้ยินได้ฟังมาว่าน่าจะมาจากที่คอกาแฟผู้รักการดื่มรุ่นเก๋าท่านเรียกขานไว้ ตั้งแต่ยุคที่เอสเปรสโซบุกเมืองไทยช่วงแรกราวสิบกว่าปีมาแล้ว ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นคนไทยเคยชินกับกาแฟเย็นที่น้ำกาแฟชงด้วยการแช่ถุงในน้ำร้อนวิธีแบบนี้ไม่เคยโบราณมาก่อนทั้งที่คนไทยเชื้อสายจีนชงให้ดื่มมาจะเป็นร้อยปีแล้ว กระทั่งถึงยุคที่เอสเปรสโซบุก เครื่องเอสเปรสโซเริ่มจำหน่ายอย่างกว้างขวาง ถ้าใครจำได้ช่วงราวๆ ปี 2540 เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซแบบอัตโนมัติ(fully automatic) ถูกนำมาใช้ชงกาแฟคั่วขายกันตามซุ้มกาแฟใหญ่เล็กไปจนถึงร้านกาแฟสมัยใหม่ที่ค่อยๆ เกิดขึ้น ก่อนที่จะพรึบเป็นดอกเห็ดอย่างทุกวันนี้</p>
<p>ปัญหาคือช่วงนั้นมันเป็นรอยต่อของวัฒนธรรมกาแฟแบบเดิมๆ ของเรา ที่คาเฟ่หมายถึงร้านกาแฟที่อยู่ตามชุมชน มุมถนน หรือซอยใกล้บ้าน เช้าๆ ชาวบ้านจะมารวมตัวกันซดโอยัวะ อ่านหนังสือพิมพ์แกล้มด้วยปาท่องโก๋ แล้วคุยกันถึงข่าวคราวที่เป็น talk of the town ในวันนั้น คนในชุมชนรู้จักมักคุ้นกันดี คาเฟ่แบบนี้บางท่านเลยเรียก<strong>สภากาแฟ</strong>เพราะมีการอภิปรายกันอย่างเมามันด้วยเหตุเป็นที่รวมตัวของสมาชิกชุมชนในระแวกนั้น</p>
<p>สังคมเมืองพัฒนาขึ้น ชนชั้นกลางขยายตัว ประชากรในเมืองเพิ่มขึ้น สังคมเลยซับซ้อนขึ้นและคนเริ่มห่างเหินกัน กลายมาเป็นต่างคนต่างอยู่ การจับกลุ่มของชุมชนที่พักอาศัยใกล้เคียงกันค่อยๆ น้อยลง กลายเป็นการจับกลุ่มทางสังคมแทน  วิถีชีวิตแบบใหม่ก็ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้น วัฒนธรรมคาเฟ่สมัยใหม่กลายมาเป็นสิ่งรองรับให้กับสังคมเมืองที่ซับซ้อนขึ้นนี้ และปรากฏการณ์การหลั่งไหลเข้ามาของเครื่องเอสเปรสโซในเมืองไทยก็เริ่มขึ้นพร้อมกับวัฒนธรรมคาเฟ่สมัยใหม่นี้เอง</p>
<p>เอาล่ะสิครับ ของเก่าก็ยังไม่สาปสูญ ของใหม่ก็เริ่มเข้ามา ปัญหาจึงตกอยู่ที่ผู้บริโภคเวลาที่จะสือสารกันนั้นทำอย่างไรจะให้เข้าใจว่ากาแฟที่เขาต้องการนั้นมันชงแบบไหน คราวนี้กาแฟแบบที่ชงมาดั้งเดิมเลยกลายเป็น<strong>กาแฟโบราณ</strong> กาแฟแบบใหม่เราก็มีคำว่า “<strong>เอสเปรสโซ</strong>” ให้ใช้ จะบอกว่าถูกผิดแบบแผนอย่างไรก็ไม่ทราบได้เพราะไม่ได้มีใครมาบัญญัติให้  เรียกว่าผู้บริโภค(หรืออาจจะด้วยความร่วมมือกับผู้ขาย) ช่วยแก้ปัญหากันเองแบบลูกทุ่งๆ ให้สื่อสารกันเข้าใจ เพื่อที่ตนเองจะได้สิ่งที่ต้องการ</p>
<p><strong>เคยดื่มกาแฟเย็น (จากวิธีที่เพิ่งจะโบราณ)</strong></p>
<p>อยากดื่มกาแฟเย็นเหมือนเดิม แต่จากการชงแบบใหม่ มันหอมกว่าเข้มข้นกว่า เพราะใช้กาแฟคั่วแท้ๆ และใช้เครื่องชง จะเรียกยังไงดี เพราะถ้าบอกกาแฟเย็นอาจจะได้กาแฟจากวิธีที่เพิ่งจะโบราณ งั้นเรียก <strong>“เอสเปรสโซเย็น”</strong> เข้าใจมั๊ย</p>
<p>จบครับ ทุกคนแฮบปี้ คนดื่มแฮปปี้ คนขายแฮปปี้ ต่างคนต่างได้สิ่งที่ตนเองต้องการ</p>
<p>แล้วยังจะมีปัญหาอะไรอีก</p>
<p>ความเป็นจริงก็คือตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บนความเจริญงอกงามของวัฒนธรรมคาเฟ่สมัยใหม่ มีกลุ่มคนที่มุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ จริงจังกับงานที่ทำ และต้องการให้ทุกอย่างถูกต้องตามแบบแผนประเพณี <strong>คนกลุ่มนี้ไม่แฮปปี้ด้วย</strong> เพราะเมื่อย้อนกลับมาพิจารณาคำว่า <strong>“เอสเปรสโซเย็น”</strong> ข้อถกเถียงสนุกๆ จึงเกิดขึ้น บ้างก็ว่าเมนูนี้มันไม่มีในโลกหรอก บ้างก็ว่ามีแต่ไม่ใช่อย่างที่เห็น มันไม่ควรจะใส่นมข้น และมีรสชาติหวานมันอย่างนั้น นั่นมันไร้รสนิยม และเป็นการเหยียบย่ำประเพณีอันดีที่ควรรักษาไว้ พร้อมกับน้ำเสียงเหยียดๆ ว่านี่มัน <strong>“ไทยแลนด์โอนลี่”</strong> อีกแล้ว</p>
<p>เรื่องนี้ผมเคยเทียบเคียงให้นักเรียนกาแฟในชั้นเรียนฟังบ่อยๆ ว่าบางทีรู้สึกเหมือนคุยกันเรื่องผี <strong>ตกลงผีมีจริงหรือไม่</strong> ถ้ามีหน้าตามันเป็นอย่างไร ผีของผมกับผีของคุณหน้าตามันเหมือนกันมั๊ย คุยกันเรื่องนี้ไม่เห็นจะได้ข้อสรุปซักครั้งแต่ก็สนุกทุกครั้ง</p>
<p>ต่อเมื่อถูกคาดคั้นเอามากๆ ในฐานะที่มายืนสอนเขา ผมจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการอ้างอิงจากบุคคลที่น่าเชื่อถือ ในชั้นเรียนกาแฟหากพูดถึงตำรับกาแฟที่เป็นสากล ผมมักจะอ้างอิงข้อเขียนของนักเขียนชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงคือ <strong>Mr.Kenneth Davids</strong> นักชิมกาแฟระดับกูรู ผู้เขียนหนังสือชื่อ Coffee: A Guide to Buying, Brewing, and Enjoying โดยเมื่อกล่าวถึงเมนูกาแฟที่ชื่อ <strong>Iced Espresso</strong> ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับภาษาไทยว่าเอสเปรสโซเย็นที่สุดแล้ว เคน เดวิดบอกว่าเมนูนี้เท่าที่เขาทำการสืบเสาะและวิจัยมา(ด้วยวิธีใดนั้นสุดจะคาดเดา) ทำด้วยการสกัดเอสเปรสโซ 2 ช็อต ใส่น้ำตาลซักหน่อยเอาไปแช่เย็น เวลาเสิร์ฟให้ราดลงบนน้ำแข็งบดในแก้วแฟนซี แล้วท้อปปิ้งด้วยวิปครีมเล็กน้อย ถ้าเชื่อผม เชื่อเคน เดวิด เรื่องเอสเปรสโซเย็นก็ได้ข้อยุติแบบนี้ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลตามสมควรไม่ขัดแย้งกับแบบแผนในรายการเครื่องดื่มร้อนใดๆ</p>
<p>แต่มันไม่จบง่ายๆ หรอกครับ สำหรับคนที่เดินทางมาทั่วโลก (คือเขาคิดว่าเขาไปมาทั่วแล้วแต่ก็ไม่รู้ไปที่ไหนมาบ้าง) แล้วไม่เคยพบว่าคาเฟ่ที่ไหนขาย Iced Espresso เลย ก็จะบอกว่าผม หรือเคน เดวิดนี่มั่วแล้ว Iced Espresso มันไม่มีหรอกบนโลกใบนี้ อันนี้ก็เป็นไปได้ครับ เพราะพี่เค้าไม่เคยเจอเลย จะให้เขาเชื่อว่ามีได้อย่างไร (แต่คนที่ไม่เคยเจอผี ยังเชื่อว่าผีมีจริงมีอยู่ไม่น้อย) และถ้าว่าไม่มีผมก็ว่าไม่น่าแปลกเพราะฟังจากที่เคน เดวิดพูด มันน่าจะยุ่งยากในการทำ และอาจจะไม่มีใครดื่ม ก็เลยไม่ค่อยมีใครขาย ไม่เจอถือว่าไม่แปลก</p>
<p><strong>เอ้า ! ไม่มีก็ไม่มี</strong></p>
<p>คราวนี้แฟนๆ กาแฟที่ติดสั่งเอสเปรสโซเย็นดื่มตลอดสิบกว่าปีนี้มาถึงร้านเรา แล้วจะทำยังไง ?</p>
<p>ที่ซีททูคัพเราไม่ยากครับ ถ้าพนักงานชงไม่แน่ใจอาจจะถามไถ่ให้พอรู้ว่าท่านต้องการอะไรแน่ แต่เกือบร้อยทั้งร้อยกับอีกสองคน เมื่อสั่ง “เอสเปรสโซเย็น” เราก็ทำกาแฟเย็นสูตรที่มีส่วนผสมของนมข้นซึ่งเราเรียกของเราเองว่า <strong>“กาแฟเย็น”</strong> ให้ไป ไม่เคยมีปัญหาครับ</p>
<p>เราไม่ได้ขึ้นป้ายเมนูว่า “เอสเปรสโซเย็น” แต่ถ้าเข้าใจแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร ก็เปล่าประโยชน์ที่จะยกให้มันกลายเป็นข้อถกเถียงซึ่งอาจทำให้ใครเสียหน้าหรือเสียใจ เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ นั่นถือเป็นความสำเร็จแล้ว</p>
<p>ความเห็นส่วนตัวของผมคือประเพณีกาแฟที่ค่อนข้างเคร่งครัดน่าจะเป็นรายการเครื่องดื่มร้อน ด้วยเหตุที่วัฒนธรรมกาแฟสมัยใหม่ที่เราเห็นทุกวันนี้งอกงามมาจากชาติตะวันตกซึ่งนิยมดื่มกาแฟร้อนมากกว่า ในขณะที่ประเพณีรายการเครื่องดื่มเย็นนั้นเราเทียบเคียงมาจากเครื่องดื่มร้อนอีกทีหนึ่ง เช่นถ้าลาเต้ร้อนหมายถึงเอสเปรสโซกับนมสดเยอะๆ ลาเต้เย็นก็หมายถึงเอสเปรสโซกับนมสดเยอะๆ เช่นกัน ใครหยอดนมข้นเข้าไปเราถือว่าผิดประเพณี แต่หากจะทำหรือดัดแปลงอย่างไรก็ไม่ถึงกับผิดขั้นฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย หรือทำให้วัฒนธรรมกาแฟโลกต้องล่มสลายอย่างไร ดังจะเห็นว่าเชนกาแฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยังมีการผสมโน่นนี่เข้าไป เสกสรรค์เติมแต่งชื่อให้พิศดารจนเกือบลืมไปว่านั่นเป็นชื่อเครื่องดื่ม กลับกลายเป็นการเพิ่มอัตราการบริโภคกาแฟของชาวโลกให้สูงอย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p>ความคิดที่แว่บเข้ามาในหัวผมคือ ครั้งหนึ่งเราก็ไม่เคยมีคำว่า<strong> “คาปูชิโน่”</strong> หรือ <strong>“กาแฟลาเต้”</strong> ในโลกใบนี้มาก่อนเหมือนกัน</p>
<p>ถ้าเราจะบัญญัติคำว่า “เอสเปรสโซเย็น” เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า <strong>“espresso yen”</strong> ซึ่งหมายถึงเอาเอสเปรสโซมาผสมกับนมข้นแล้วราดบนน้ำแข็ง พบที่ประเทศไทยเป็นที่แรก อย่างนี้จะผิดอะไรมากมั๊ย</p>
<p>ครั้งหนึ่งคำว่า จ๊าบ แหล่ม แจ่มแมว ศัพท์มันๆ ที่วัยรุ่นชอบใช้มันไม่มีในพจนานุกรมหรอกครับ คำพวกนี้ถือเป็นคำเถื่อน จนกระทั่งคำไหนที่ราชบัณฑิตยสถานยอมรับนั่นแหละจึงจะกลายสภาพเป็นคำไทยคำหนึ่งอย่างถูกต้อง เรื่องของกาแฟก็คล้ายกัน ผิดแต่ว่าประเทศ<strong>เรามันยังไม่มีสถาบันกาแฟไหนที่จะมาคอยรับรองสิ่งต่างๆ ให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน</strong></p>
<p>โอเค ถ้าท่านเป็น purist หรือค่อนข้างอนุรักษ์นิยม หากไม่สบายใจที่ต้องทำอะไรแบบนั้นก็ไม่ต้องทำ แต่ก็อย่าถึงกับหงุดหงิดเมื่อเห็นคนอื่นทำ หรือถึงกับต้องไปทำร้ายความรู้สึกใคร เพราะมันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร มันมีที่มาที่ไป ที่พอจะเข้าใจได้</p>
<p>เรื่องกาแฟเป็นเรื่อง ไลฟ์สไตล์ ซึ่งมันมีหลายสไตล์ แต่ละสไตล์จะสนองกับตัวตนของคนๆ นั้น มันจะไม่เหมือนกันไปทั้งหมด ขอแค่เราทำความเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่างนี้เราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espressoyen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซีททูคัพ รับสมัครพนักงาน</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/barista-need/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/barista-need/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Apr 2012 17:51:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[งานร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1430</guid>
		<description><![CDATA[อายุไม่เกิน 30 ปี มีหน้าที่ทำเครื่องดื่ม อาหารว่าง ให้บริการลูกค้า และรักษาร้านให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การชงกาแฟ แต่ควรเข้าใจว่างานบริาการคืออะไร ดื่มกาแฟได้ ชอบและสนใจเรื่องกาแฟ มีความตั้งใจที่จะทำงานจริงๆ หากต้องการมาหาประสบการณ์เพื่อไปเปิดร้านเอง ขอให้สามารถทำงานได้อย่างน้อย 1 ปี ติดต่อโดยส่งข้อมูลการสมัครงานทางอีเมล์   vhaska@yahoo.com &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อายุไม่เกิน 30 ปี มีหน้าที่ทำเครื่องดื่ม อาหารว่าง ให้บริการลูกค้า และรักษาร้านให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการ</p>
<p>ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การชงกาแฟ แต่ควรเข้าใจว่างานบริาการคืออะไร</p>
<p>ดื่มกาแฟได้ ชอบและสนใจเรื่องกาแฟ มีความตั้งใจที่จะทำงานจริงๆ หากต้องการมาหาประสบการณ์เพื่อไปเปิดร้านเอง ขอให้สามารถทำงานได้อย่างน้อย 1 ปี</p>
<p>ติดต่อโดยส่งข้อมูลการสมัครงานทางอีเมล์   <a href="mailto:vhaska@yahoo.com">vhaska@yahoo.com</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/barista-need/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องชงกาแฟ Marzocco Mistral original series</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/marzocco-mistral/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/marzocco-mistral/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Apr 2012 02:21:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Marzocco]]></category>
		<category><![CDATA[Mistral]]></category>
		<category><![CDATA[ลามาร์ซอคโก้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1416</guid>
		<description><![CDATA[โปรเจค Mistral เกิดจากมิตรภาพของผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเอสเปรสโซสองคนคือ Kent Bakke (ซีอีโอของ Marzocco International) และ Kee van der Westen ด้วยแรงบันดาลใจอย่างไรไม่ทราบได้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเทคโนโลยีของมาร์ซอคโก้แบรนด์เครื่องชงจากโรงงานเล็กๆ ในฟิเรนเซ่ที่ได้รับความนับถือจากบาริสต้าชั้นนำทั่วโลก ได้ถูกนำมาเรียบเรียงและจัดวางใหม่ด้วยการดีไซน์และเก็บรายละเอียดด้วยมือของผู้สร้างเครื่องชงกาแฟระดับอัจฉริยะชาวดัทช์นามคีวานเดอร์เวสเท่น Mistral เครื่องแรกผลิตขึ้นในปี 1995 โดยแบบ 2 หัวกรุ๊ปเรียกดูเอท และแบบ 3 หัวกรุ๊ปเรียกทริปเพล็ท (Triplette) อาจมีบางเครื่องที่เป็น 4 หรือ 5 หัวกรุ๊ปซึ่งสั่งทำพิเศษ เครื่องสุดท้ายของซีรีส์นี้สิ้นสุดการผลิตลงในปี 2004 ตลอดเกือบสิปปีมีมิสทรัลที่ผลิตออกไปรวมทั้งหมดเพียง 116 เครื่อง กระจายไปอยู่ตามร้านกาแฟชั้นนำทั่วโลก จนกระทั่ง Mistral ซีรี่ส์ปัจจุบันได้ถูกออกแบบขึ้นมาแทนโดยมาร์ซอคโกซื้อลิขสิทธ์การออกแบบจาก Kee ไปและนำไปผลิตเอง ความพิเศษของ Mistral ซีรี่ส์แรกจึงกลายเป็นเครื่องระดับตำนานเพราะมันคือมาร์ซอคโกที่ผลิตด้วยมือของคีซึ่งมีเพียงร้อยกว่าเครื่องเท่านั้น ในฐานะโรงคั่วและร้านกาแฟเล็กๆ อย่างซีททูคัพ นี่คือความภูมิใจและสร้างความปลาบปลื้มอย่างมากครับ ที่โชคดีมีคนปล่อยเครื่องนี้ออกมาในจังหวะที่เราสามารถซื้อได้พอดี เพราะมันกลายเป็นของสะสมที่หายากอย่างหนึ่งไปแล้วและมีราคาค่าตัวสูงมาก เรานำมารื้อ ล้าง เปลี่ยนอะไหล่ที่จำเป็นและประกอบใหม่ทั้งหมด เพื่อปลุกประสิทธิภาพของเครื่องให้กลับมาได้มากที่สุด ใช้เวลาปรับจูนรายละเอียดต่างๆ จนคิดว่าตอนนี้น่าจะได้กาแฟที่พอใช้ได้แล้วครับ ต้องขอขอบคุณพี่ไนซ์กาแฟพีแอนด์เอฟเช่นเคย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โปรเจค Mistral เกิดจากมิตรภาพของผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเอสเปรสโซสองคนคือ Kent Bakke (ซีอีโอของ Marzocco International) และ <a href="http://www.keesvanderwesten.com/earlier-work-mistral.html">Kee van der Westen</a> ด้วยแรงบันดาลใจอย่างไรไม่ทราบได้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเทคโนโลยีของมาร์ซอคโก้แบรนด์เครื่องชงจากโรงงานเล็กๆ ในฟิเรนเซ่ที่ได้รับความนับถือจากบาริสต้าชั้นนำทั่วโลก ได้ถูกนำมาเรียบเรียงและจัดวางใหม่ด้วยการดีไซน์และเก็บรายละเอียดด้วยมือของผู้สร้างเครื่องชงกาแฟระดับอัจฉริยะชาวดัทช์นามคีวานเดอร์เวสเท่น</p>
<p><img class="alignnone" title="mistral original series" src="http://www.seat2cup.com/images/mistral-mb.jpg" alt="" width="472" height="630" /></p>
<p><span id="more-1416"></span></p>
<p>Mistral เครื่องแรกผลิตขึ้นในปี 1995 โดยแบบ 2 หัวกรุ๊ปเรียกดูเอท และแบบ 3 หัวกรุ๊ปเรียกทริปเพล็ท (Triplette) อาจมีบางเครื่องที่เป็น 4 หรือ 5 หัวกรุ๊ปซึ่งสั่งทำพิเศษ เครื่องสุดท้ายของซีรีส์นี้สิ้นสุดการผลิตลงในปี 2004 ตลอดเกือบสิปปีมีมิสทรัลที่ผลิตออกไปรวมทั้งหมดเพียง 116 เครื่อง กระจายไปอยู่ตามร้านกาแฟชั้นนำทั่วโลก จนกระทั่ง Mistral ซีรี่ส์ปัจจุบันได้ถูกออกแบบขึ้นมาแทนโดยมาร์ซอคโกซื้อลิขสิทธ์การออกแบบจาก Kee ไปและนำไปผลิตเอง ความพิเศษของ Mistral ซีรี่ส์แรกจึงกลายเป็นเครื่องระดับตำนานเพราะมันคือมาร์ซอคโกที่ผลิตด้วยมือของคีซึ่งมีเพียงร้อยกว่าเครื่องเท่านั้น</p>
<p>ในฐานะโรงคั่วและร้านกาแฟเล็กๆ อย่างซีททูคัพ นี่คือความภูมิใจและสร้างความปลาบปลื้มอย่างมากครับ ที่โชคดีมีคนปล่อยเครื่องนี้ออกมาในจังหวะที่เราสามารถซื้อได้พอดี เพราะมันกลายเป็นของสะสมที่หายากอย่างหนึ่งไปแล้วและมีราคาค่าตัวสูงมาก เรานำมารื้อ ล้าง เปลี่ยนอะไหล่ที่จำเป็นและประกอบใหม่ทั้งหมด เพื่อปลุกประสิทธิภาพของเครื่องให้กลับมาได้มากที่สุด ใช้เวลาปรับจูนรายละเอียดต่างๆ จนคิดว่าตอนนี้น่าจะได้กาแฟที่พอใช้ได้แล้วครับ</p>
<p>ต้องขอขอบคุณพี่ไนซ์กาแฟพีแอนด์เอฟเช่นเคย ที่ช่วยเป็นธุระให้ตั้งแต่การเสาะหาเครื่อง นำเข้า หาอะไหล่ และฟื้นฟูสภาพเครื่อง จนโปรเจคนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอบคุณครับ</p>
<p><img class="alignnone" title="mistral current series" src="http://www.seat2cup.com/images/mistral-c.jpg" alt="" width="472" height="630" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/q4CmZ-ALcQc" frameborder="0" width="420" height="315"></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/marzocco-mistral/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อัตราการชงกับ perfect shot</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/03/brewratio-perfect-shot/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/03/brewratio-perfect-shot/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Mar 2012 06:47:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1405</guid>
		<description><![CDATA[เกริ่นไปแล้วกับเรื่อง perfect shot เมื่อนักเรียนชงกาแฟมือใหม่เข้าใจลักษณะช็อตต่างๆ แล้ว ทั้งแบบที่เพอร์เฟคและไม่เพอร์เฟค ในคลาสสอนชงกาแฟเรามักเน้นความสำคัญของเรื่องระยะเวลาในการสกัดหรือ extraction time ก่อนเลย เพราะสำหรับเรื่องการชงเอสเปรสโซนั้นมีความสำคัญกับรสชาติอย่างยิ่งยวด เราให้สนใจแต่เวลา ว่าเวลาในการสกัดเท่าไหร่ถึงจะได้ช็อตกาแฟที่ดีด้วยการชิมคู่กันไปกับการทดลองสกัดกาแฟในเวลาต่างๆ กัน โดยปัจจัยอื่นๆ นั้นเราถือว่าควบคุมไว้คงที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของน้ำชงซึ่งเครื่องชงรับผิดชอบเรื่องนี้ไป หรือในส่วนของอัตราการชง เราก็ให้นักเรียนทำตามตำราอิตาเลี่ยนคือตวงกาแฟประมาณ 7 กรัมเพื่อสกัดกาแฟปริมาณ 1 ออนซ์ แต่ปัญหาของมือใหม่ที่พบบ่อยๆ คือ เขายังคงยึดติดกับเวลาตามที่สอนอย่างเคร่งครัด แต่พบว่ารสชาติมันไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ ทั้งๆ ที่พยายามทำจนได้เวลาอย่างที่ตกลงกันไว้แล้ว และมั่นใจว่าเป็นเวลาที่เคยทดลองและพบว่าได้ช็อตที่ดีแล้ว เมื่อสอบสวนอย่างถี่ถ้วนจึงมักพบว่า ช็อตที่เคยเพอร์เฟคมันไม่เพอร์เฟคอีกต่อไป เพราะอัตราการชงนั้นไม่เท่าเดิม ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ตวงกาแฟไม่เท่าเดิม ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ทำการทดลอง ใช้กาแฟ 7 กรัม ทำช็อตได้ 1 ออนซ์ ในเวลา 28 วินาที ได้ช็อตที่ดีเยี่ยม จึงตกลงปลงใจว่าจะพยายามชงในเวลานี้ แต่ต่อมาตวงกาแฟเข้าไปตั้ง 9 กรัม ทำช็อตออกมา 1 ออนซ์ ในเวลา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เกริ่นไปแล้วกับเรื่อง <a title="perfect shot" href="http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/perfect-shot/">perfect shot</a> เมื่อนักเรียนชงกาแฟมือใหม่เข้าใจลักษณะช็อตต่างๆ แล้ว ทั้งแบบที่เพอร์เฟคและไม่เพอร์เฟค ในคลาสสอนชงกาแฟเรามักเน้นความสำคัญของเรื่องระยะเวลาในการสกัดหรือ <strong>extraction time</strong> ก่อนเลย เพราะสำหรับเรื่องการชงเอสเปรสโซนั้นมีความสำคัญกับรสชาติอย่างยิ่งยวด</p>
<p><img title="shot" src="http://www.seat2cup.com/images/shot1.jpg" alt="" width="357" height="439" /></p>
<p><img title="More..." src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-includes/js/tinymce/plugins/wordpress/img/trans.gif" alt="" /><span id="more-1405"></span></p>
<p>เราให้สนใจแต่เวลา ว่าเวลาในการสกัดเท่าไหร่ถึงจะได้ช็อตกาแฟที่ดีด้วยการชิมคู่กันไปกับการทดลองสกัดกาแฟในเวลาต่างๆ กัน โดย<a title="ปัจจัยในการชงกาแฟ" href="http://vudh.wordpress.com/2008/04/24/brewing_principle/">ปัจจัยอื่นๆ</a> นั้นเราถือว่าควบคุมไว้คงที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของน้ำชงซึ่งเครื่องชงรับผิดชอบเรื่องนี้ไป หรือในส่วนของอัตราการชง เราก็ให้นักเรียนทำตามตำราอิตาเลี่ยนคือตวงกาแฟประมาณ 7 กรัมเพื่อสกัดกาแฟปริมาณ 1 ออนซ์</p>
<p>แต่ปัญหาของมือใหม่ที่พบบ่อยๆ คือ เขายังคงยึดติดกับเวลาตามที่สอนอย่างเคร่งครัด แต่พบว่ารสชาติมันไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่ ทั้งๆ ที่พยายามทำจนได้เวลาอย่างที่ตกลงกันไว้แล้ว และมั่นใจว่าเป็นเวลาที่เคยทดลองและพบว่าได้ช็อตที่ดีแล้ว</p>
<p>เมื่อสอบสวนอย่างถี่ถ้วนจึงมักพบว่า ช็อตที่เคยเพอร์เฟคมันไม่เพอร์เฟคอีกต่อไป เพราะอัตราการชงนั้นไม่เท่าเดิม ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ตวงกาแฟไม่เท่าเดิม</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ทำการทดลอง ใช้กาแฟ 7 กรัม ทำช็อตได้ 1 ออนซ์ ในเวลา 28 วินาที ได้ช็อตที่ดีเยี่ยม จึงตกลงปลงใจว่าจะพยายามชงในเวลานี้ แต่ต่อมาตวงกาแฟเข้าไปตั้ง 9 กรัม ทำช็อตออกมา 1 ออนซ์ ในเวลา 28 วินาทีเท่าเดิม รสชาติมันจะเหมือนเดิมได้อย่างไร ?</p>
<p><strong>ตามทฤษฎีคือเมื่อกาแฟมากขึ้น มันจึงต้องการเวลาในการสกัดมากขึ้น หรือหากให้เวลาในการสกัดเท่าเดิมน้ำกาแฟที่ออกมาควรจะมากกว่าเดิม เพื่อรักษาอัตราส่วนต่างๆ ไว้ และเป็นการรักษารสชาติที่ดีเด่นไว้</strong> ดังนั้นความผิดพลาดที่กล่าวไปจะทำให้ได้กาแฟที่มีลักษณะของช็อตที่เกิดจาก under extraction และหากทำกลับกันคือตวงกาแฟได้น้อยกว่าเดิม เมื่อทำน้ำออกมาเท่าเดิมในเวลาเท่าเดิม การสกัดจะคล้อยไปทาง over extraction อย่างเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่มักพบว่ากลายเป็นปัญหาอยู่เรื่อยสำหรับนักชงมือใหม่ วิธีแก้ปัญหามีทางเดียวคือพยายามฝึกทักษะในการตวงให้แม่นยำ และทำความเข้าใจกับเรื่องพื้นฐานในการชงกาแฟกับรสชาติกาแฟอย่างที่กล่าวไปข้างต้น</p>
<p>นอกจากจะเป็นปัญหาของมือใหม่แล้ว ในหมู่นักชงมือเก่าเรื่องนี้ยังเป็นข้อถกเถียงที่สนุกสนานสำหรับกลุ่มนักชงนักดื่มที่ชอบใช้กาแฟเยอะๆ เพราะต้องการอะไรที่มันชัดๆ แต่หากไม่เข้าใจหรือขาดความระมัดระวังแล้ว ผลลัพธ์ที่คิดว่ามันเยอะมันชัด ที่แท้อาจจะยังน้อยเกินกว่าที่มันควรจะเป็น และนั่นมันไม่สามารถเรียกว่าเพอร์เฟคอะไรได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/03/brewratio-perfect-shot/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมชิมกาแฟเอสเปรสโซ #5</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/03/espresso-tasting-5-2/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/03/espresso-tasting-5-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Mar 2012 06:16:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1397</guid>
		<description><![CDATA[มาแล้วครับ เอสเปรสโซเทสติ้งคลาสแรกของปีนี้ กำหนดไว้วันที่ 24 มีนาคมนี้ครับ ตั้งแต่ 13.00 น. ถึง 16.30 น. ที่บาร์กาแฟซีททูคัพ อาคารชาญอิสสระ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เราจะพูดถึงปรัชญาของเอสเปรสโซ หลักในการชง การดื่ม อาจมีการชิมกาแฟจากการชงวิธีอื่นด้วยให้พอเชื่อมโยงกับการชิมเอสเปรสโซได้ ยังคงเน้นความเข้าใจด้านรสชาติด้วยการทำโจทย์กาแฟให้ง่ายๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ให้สามารถเริ่มประเมินหรือให้คะแนนกาแฟได้จริง เป็นการปูพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปฝึกฝนหรือใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป ค่าใช้จ่ายท่านละ 1,350.-  รับได้ไม่เกิน 9 ท่านเท่านั้น ท่านที่ต้องการเข้าอบรมกรุณาสำรองที่นั่งโดยโอนเงินเต็มจำนวนมาที่บัญชี วุฒิพร หัสการณ์ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 7142159524 เมื่อโอนแล้วช่วย sms แจ้งที่หมายเลข 086สาม166629 (ขอสงวนสิทธิ์การจองที่นั่งให้ท่านที่โอนและ sms เข้ามาก่อนนะครับ) สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าอบรมได้ตามนี้ครับ คุณต้น คุณมุก คุณบี คุณส้ม คุณสมบูรณ์ คุณศศิวิมล คุณเค คุณสาธิต คุณเอก เต็มแล้วนะครับ ต้องขออภัยท่านที่สนใจแต่ไม่สามารถสำรองที่นั่งได้ เนื่องจากที่นั่งมีจำกัดและบางครั้งเต็มอย่างรวดเร็วเพราะเราแจ้งข่าวถึงผู้สนใจที่ลงชื่อไว้จากครั้งก่อน หากท่านสนใจเข้าร่วมอบรมครั้งต่อไปช่วยลงชื่อพร้อม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาแล้วครับ เอสเปรสโซเทสติ้งคลาสแรกของปีนี้ กำหนดไว้วันที่ 24 มีนาคมนี้ครับ ตั้งแต่ 13.00 น. ถึง 16.30 น. ที่บาร์กาแฟซีททูคัพ อาคารชาญอิสสระ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่</p>
<p><strong><img class="alignnone" title="spro 5" src="http://www.seat2cup.com/images/esprotasting5.jpg" alt="" width="482" height="321" /></strong></p>
<p>เราจะพูดถึงปรัชญาของเอสเปรสโซ หลักในการชง การดื่ม อาจมีการชิมกาแฟจากการชงวิธีอื่นด้วยให้พอเชื่อมโยงกับการชิมเอสเปรสโซได้ ยังคงเน้นความเข้าใจด้านรสชาติด้วยการทำโจทย์กาแฟให้ง่ายๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ให้สามารถเริ่มประเมินหรือให้คะแนนกาแฟได้จริง เป็นการปูพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปฝึกฝนหรือใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป</p>
<p><span id="more-1397"></span></p>
<p>ค่าใช้จ่ายท่านละ 1,350.-  รับได้ไม่เกิน 9 ท่านเท่านั้น ท่านที่ต้องการเข้าอบรมกรุณาสำรองที่นั่งโดยโอนเงินเต็มจำนวนมาที่บัญชี วุฒิพร หัสการณ์ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 7142159524 เมื่อโอนแล้วช่วย sms แจ้งที่หมายเลข 086สาม166629 <strong> (ขอสงวนสิทธิ์การจองที่นั่งให้ท่านที่โอนและ sms เข้ามาก่อนนะครับ) สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าอบรมได้ตามนี้ครับ</strong></p>
<ol>
<li>คุณต้น</li>
<li>คุณมุก</li>
<li>คุณบี</li>
<li>คุณส้ม</li>
<li>คุณสมบูรณ์</li>
<li>คุณศศิวิมล</li>
<li>คุณเค</li>
<li>คุณสาธิต</li>
<li>คุณเอก</li>
</ol>
<p><strong>เต็มแล้วนะครับ</strong></p>
<p>ต้องขออภัยท่านที่สนใจแต่ไม่สามารถสำรองที่นั่งได้ เนื่องจากที่นั่งมีจำกัดและบางครั้งเต็มอย่างรวดเร็วเพราะเราแจ้งข่าวถึงผู้สนใจที่ลงชื่อไว้จากครั้งก่อน หากท่านสนใจเข้าร่วมอบรมครั้งต่อไปช่วย<strong>ลงชื่อพร้อม email ต่อท้ายไว้ใน comment ของโพสต์นี้ครับ</strong> ผมจะส่งข่าวให้ก่อนมีการประกาศอย่างเป็นทางการ</p>
<p>สำหรับท่านที่เคยเข้าอบรมในคอร์สเอสเปรสโซก่อนหน้านี้ ท่านมีสิทธิ์เข้ามาร่วมแจมการฝึกให้คะแนนกาแฟ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. <strong>โดยไม่มีค่าใช้จ่าย</strong>นะครับ ท่านใดจะมาร่วมกรุณาแจ้งล่วงหน้าด้วยการลงชื่อต่อในคอมเม้นต์ของโพสต์นี้ครับ จะได้เตรียมกาแฟไว้ให้ รับได้ไม่เกิน 4 ท่านเท่านั้น สงวนสิทธิ์ให้ท่านที่ลงชื่อก่อนครับ</p>
<p><!-- using Like-Button-Plugin-For-Wordpress [v4.4.4] | by Stefan Natter (http://www.gb-world.net) -->*ผู้เข้าอบรมกรุณาหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม และเนื่องจากเริ่มอบรมเวลา 13.00 น. จึงควรเลี่ยงอาหารกลางวันที่รสจัด และไม่ควรรับประทานให้อิ่มมากเกินไป</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/03/espresso-tasting-5-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bangkok Barista Jam</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/bangkok-barista-jam/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/bangkok-barista-jam/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Feb 2012 02:00:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1367</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ครับ บริษัทกาแฟคอฟฟี่เวิร์คร่วมกับแบรนด์ผงล้างทำความสะอาดเครื่องชงคาเฟ็ตโต้จัดกิจจกรรมพิเศษบางกอกบาริสต้าแจมที่ร้านกาแฟดีนแอนด์เดลูก้าสาขามหานครวันที่ 6 และ 7 มีนาคมนี้ โดยรับสมัครบาริสต้าหรือนักชงกาแฟรุ่นใหม่ๆ มาร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเป็นการเปิดโลกทัศน์ในโลกของกาแฟ ไฮไล์คือพบฟีฟี่บาริสต้าที่ผ่านเวทีแข่งขันมามากมาย และเครื่องลาชิมบาลี M39 ที่ถือว่าใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุดของเครื่องเอสเปรสโซที่มีในโลกขณะนี้ รับสมัครถึง 29 ก.พ. นี้เท่านั้นนะครับ สนใจคลิก รายละเอียดเพิ่มเติมครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ครับ บริษัทกาแฟคอฟฟี่เวิร์คร่วมกับแบรนด์ผงล้างทำความสะอาดเครื่องชงคาเฟ็ตโต้จัดกิจจกรรมพิเศษบางกอกบาริสต้าแจมที่ร้านกาแฟดีนแอนด์เดลูก้าสาขามหานครวันที่ 6 และ 7 มีนาคมนี้ โดยรับสมัครบาริสต้าหรือนักชงกาแฟรุ่นใหม่ๆ มาร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเป็นการเปิดโลกทัศน์ในโลกของกาแฟ ไฮไล์คือพบฟีฟี่บาริสต้าที่ผ่านเวทีแข่งขันมามากมาย และเครื่องลาชิมบาลี M39 ที่ถือว่าใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุดของเครื่องเอสเปรสโซที่มีในโลกขณะนี้</p>
<p>รับสมัครถึง 29 ก.พ. นี้เท่านั้นนะครับ สนใจคลิก <a href="http://www.seat2cup.com/Bangkok Barista Jam 2012 Thai[1].pdf" target="_blank">รายละเอียดเพิ่มเติมครับ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/bangkok-barista-jam/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การคัดสรรเมล็ดกาแฟที่ดี</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/coffee-bean-selection/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/coffee-bean-selection/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 14:46:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1357</guid>
		<description><![CDATA[รู้จักชนิดของเมล็ดกาแฟต่างๆ การรู้จักชนิดต่างๆ ของเมล็ดกาแฟ จะทำให้เราพอเข้าใจที่มาของรสชาติกาแฟที่อยู่ในถ้วย นั่นหมายถึงจะทำให้เราสามารถเลือกใช้เมล็ดกาแฟได้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงเข้าใจปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับรสชาติกาแฟในร้านของเรา  เหมือนกับที่พ่อครัวต้องรู้จักวัตถุดิบต่างๆ เป็นอย่างดีเพื่อที่จะนำมาปรุงเป็นอาหารได้ถูกหลักและถูกปากผู้รับประทาน  เราอาจจำแนกชนิดของกาแฟได้หลายแบบเช่น 1.       จำแนกตามสายพันธุ์ สายพันธุ์กาแฟหลักๆ ที่เราควรทราบ คือ พันธุ์อราบิก้า และพันธุ์โรบัสต้า โดยทั่วไปคุณสมบัติของอราบิก้าจะมีกลิ่นหอม มีอซิดิตี้ที่ให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำของความเป็นผลไม้ มีบอดี้หรือความเข้มข้นของน้ำกาแฟปานกลาง คาเฟอีนไม่สูงมาก ในขณะที่ กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า จะมีกลิ่นฉุนแต่ไม่หอมนัก แข็งทื่อไม่ชุ่มฉ่ำ ให้ความเข้มข้นของน้ำกาแฟดี มีคาเฟอีนสูง 2.       จำแนกตามแหล่งปลูก กาแฟจากแหล่งปลูกต่างกันจะมีรสชาติต่างกันเสมอ เช่นกาแฟจากดอยต่างๆ ทางภาคเหนือของเมืองไทยจะมีกลิ่นรสของผลไม้เมืองร้อน ปนกลิ่นถั่ว ในขณะที่กาแฟจากเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย จะให้รสชาติหนักๆ เหมือนดิน มีกลิ่นรสโกโก้ และเครื่องเทศ 3.        จำแนกตามระดับการคั่ว ระดับการคั่วหากเทียบอาจคล้ายการย่างเนื้อ คือ สุกมากสุกน้อย ถ้าคั่วน้อยเราเรียกคั่วอ่อนหรือ city roast ลักษณะของเมล็ดจะมีสีน้ำตาลอ่อน ผิวแห้ง เมื่อนำมาชงจะมีรสเปรี้ยว มีความชุ่มฉ่ำสูง กลิ่นหอมที่เป็นลักษณะเฉพาะของแหล่งปลูกยังชัดเจน ความเข้มข้นของกาแฟไม่มากนัก เมื่อคั่วเข้มขึ้นเราเรียกระดับคั่วกลาง หรือระดับ full city [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รู้จักชนิดของเมล็ดกาแฟต่างๆ</strong></p>
<p>การรู้จักชนิดต่างๆ ของเมล็ดกาแฟ จะทำให้เราพอเข้าใจที่มาของรสชาติกาแฟที่อยู่ในถ้วย นั่นหมายถึงจะทำให้เราสามารถเลือกใช้เมล็ดกาแฟได้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงเข้าใจปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับรสชาติกาแฟในร้านของเรา  เหมือนกับที่พ่อครัวต้องรู้จักวัตถุดิบต่างๆ เป็นอย่างดีเพื่อที่จะนำมาปรุงเป็นอาหารได้ถูกหลักและถูกปากผู้รับประทาน </p>
<p><span id="more-1357"></span>เราอาจจำแนกชนิดของกาแฟได้หลายแบบเช่น</p>
<p><strong>1.       </strong><strong>จำแนกตามสายพันธุ์</strong></p>
<p>สายพันธุ์กาแฟหลักๆ ที่เราควรทราบ คือ พันธุ์อราบิก้า และพันธุ์โรบัสต้า โดยทั่วไปคุณสมบัติของอราบิก้าจะมีกลิ่นหอม มีอซิดิตี้ที่ให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำของความเป็นผลไม้ มีบอดี้หรือความเข้มข้นของน้ำกาแฟปานกลาง คาเฟอีนไม่สูงมาก ในขณะที่ กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า จะมีกลิ่นฉุนแต่ไม่หอมนัก แข็งทื่อไม่ชุ่มฉ่ำ ให้ความเข้มข้นของน้ำกาแฟดี มีคาเฟอีนสูง</p>
<p><strong>2.       </strong><strong>จำแนกตามแหล่งปลูก</strong></p>
<p>กาแฟจากแหล่งปลูกต่างกันจะมีรสชาติต่างกันเสมอ เช่นกาแฟจากดอยต่างๆ ทางภาคเหนือของเมืองไทยจะมีกลิ่นรสของผลไม้เมืองร้อน ปนกลิ่นถั่ว ในขณะที่กาแฟจากเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย จะให้รสชาติหนักๆ เหมือนดิน มีกลิ่นรสโกโก้ และเครื่องเทศ</p>
<p><strong>3.       </strong><strong> </strong><strong>จำแนกตามระดับการคั่ว</strong></p>
<p>ระดับการคั่วหากเทียบอาจคล้ายการย่างเนื้อ คือ สุกมากสุกน้อย ถ้าคั่วน้อยเราเรียกคั่วอ่อนหรือ city roast ลักษณะของเมล็ดจะมีสีน้ำตาลอ่อน ผิวแห้ง เมื่อนำมาชงจะมีรสเปรี้ยว มีความชุ่มฉ่ำสูง กลิ่นหอมที่เป็นลักษณะเฉพาะของแหล่งปลูกยังชัดเจน ความเข้มข้นของกาแฟไม่มากนัก เมื่อคั่วเข้มขึ้นเราเรียกระดับคั่วกลาง หรือระดับ full city roast กาแฟจะมีกลิ่นอบอวลมากขึ้น ความเปรี้ยวลดลง มีบอดี้มากขึ้น และหากคั่วเข้มขึ้นไปอีกเราเรียกระดับคั่วเข้มหรือ Vienna roast กาแฟจะเริ่มมีกลิ่นควัน ความเปรี้ยวความชุ่มฉ่ำหายไปแต่ได้ความขมขึ้นมาแทน หากคั่วเข้มขึ้นไปกว่านี้ถือว่าเป็นระดับคั่วเข้มมาก หรือ French roast หรือ Italian roast ตามลำดับ กาแฟจะขมมาก ได้กลิ่นควันกลิ่นไหม้ชัดขึ้น บอดี้หรือความเข้มข้นของกาแฟลดลงแล้ว</p>
<p> <img class="alignnone" title="bean compare" src="http://www.seat2cup.com/images/beancompare.jpg" alt="" width="425" height="336" /></p>
<p><strong>4.       </strong><strong>จำแนกตามกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟดิบ</strong></p>
<p>กระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟดิบหลักๆ มี 2 วิธีคือ แบบเปียกกับแบบแห้ง(แบบธรรมชาติ)  กาแฟจากการทำแบบเปียกหลายคนเรียกกาแฟล้าง ได้จากการนำผลเชอรี่กาแฟที่สุกดีมาลอกเปลือกได้กะลากาแฟ หมักสลายเมือก ล้างเอาเมือกออก นำไปตากแห้งแล้วนำไปสี กาแฟจากกระบวนการแบบนี้จะให้รสชาติกาแฟที่สะอาดสอ้าน กลิ่นหอมชัดเจน ในขณะที่กาแฟจากกระบวนการแห้งทำโดยนำผลเชอรี่กาแฟไปตากแดดจนแห้ง แล้วนำไปสีออกทั้งเปลือกทั้งเนื้อในคราวเดียวกัน กาแฟจากกระบวนการนี้มักจะให้กลิ่นรสความเป็นผลไม้มากกว่า มีความหวานฉ่ำมากกว่า มีบอดี้มากกว่า แต่กลิ่นรสไม่ค่อยสะอาด</p>
<p><strong>5.       </strong><strong>จำแนกตามแนวทางการผสมหรือไม่ผสม</strong></p>
<p>กาแฟที่ไม่มีการผสมหมายถึง กาแฟจากแหล่งปลูกใดแหล่งปลูกหนึ่งล้วนๆ นำมาคั่วพร้อมกัน ในขณะที่กาแฟผสมหมายถึง กาแฟที่มีการผสมจากกาแฟที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นการผสมกาแฟจากแหล่งปลูกที่ต่างกันหรือแหล่งปลูกเดียวกันแต่ต่างกระบวนการผลิต ต่างระดับการคั่ว หรือต่างสายพันธุ์  สิ่งที่เราควรเข้าใจเบื้องต้นคือกาแฟที่ไม่มีการผสมจะสะท้อนคุณภาพของกาแฟจากสวนค่อนข้างมากในขณะที่โรงคั่วมีส่วนเกี่ยวข้องตรงระดับการคั่วและเทคนิคที่ใช้คั่วเท่านั้น ส่วนกาแฟที่มีการผสมเราถือว่าโรงคั่วมีส่วนสำคัญมากเพราะเป็นผู้กำหนดรสชาติของกาแฟเกือบทั้งหมดและโดยทั่วไปการผสมกาแฟจะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นในการรักษาคุณภาพหรือรสชาติกาแฟได้ง่ายกว่า</p>
<p> <strong>แนวทางการเลือกเมล็ดกาแฟ</strong></p>
<p>เมล็ดกาแฟ คือ วัตถุดิบที่มีส่วนสำคัญกับรสชาติกาแฟในถ้วย สำหรับร้านกาแฟแล้วเมล็ดกาแฟคั่วถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดหรือเป็นหัวใจของร้านกาแฟเลยก็ว่าได้ การเลือกเมล็ดกาแฟเท่ากับการเลือกรสชาติเครื่องดื่มที่จะนำเสนอให้กับลูกค้า หากเลือกเมล็ดกาแฟได้เหมาะสมนั่นหมายถึงการสร้างความพอใจให้ผู้ดื่ม ทำให้เกิดการซื้อซ้ำและหมายถึงความสำเร็จของร้านกาแฟนั่นเอง</p>
<p>การเลือกเมล็ดกาแฟให้ถูกต้อง เราสามารถทำโดยนำความรู้ความเข้าใจในกาแฟชนิดต่างๆ มาเชื่อมโยงเข้ากับลูกค้าของเราเอง เราควรจะต้องรู้หรือคาดการณ์ให้ได้ว่าลูกค้าเป้าหมายของเรานั้นเป็นกลุ่มใดและมีรสนิยมในการดื่มกาแฟอย่างไร</p>
<p><strong>แนวทางการเลือกแบบง่ายๆ ที่เจ้าของร้านกาแฟมักใช้คือ</strong></p>
<p><strong>1.       </strong><strong>เลือกจากระดับการคั่ว </strong></p>
<p>ส่วนใหญ่คอกาแฟในเมืองไทยชอบดื่มกาแฟเย็นที่มีรสชาติเข้มข้นหวานมัน เมนูกาแฟที่ขายดีมักต้องผสมนมข้นจืดหรือนมข้นหวานหรือทั้งสองอย่าง โดยทั่วไปจึงนิยมเลือกเมล็ดกาแฟที่คั่วเข้มมากๆ เพื่อให้รสขมพอสู้กับความหวานและมันของนมข้น แต่ปัญหาคือเมื่อนำเมล็ดกาแฟตัวเดียวกันนี้ไปทำเครื่องดื่มทีใช้นมน้อยหรือเป็นเมนูกาแฟดำจะทำให้กาแฟที่ได้มีรสขมและกลิ่นไหม้เกรียมมากเกินไป ไม่อร่อยไม่หอม ทางออกคือการทำสูตรนมที่ไม่กลบรสกาแฟ ช่วงนี้ซีททูคัพทดลองนมข้นหวาน<span style="text-decoration: underline;">ตรานกเหยี่ยวฟอลคอน</span>(<a href="http://www.foremostforlife.com/news/activity.aspx?cid=3" target="_blank">เครือโฟร์โมสต์</a>) แบรนด์นมที่เราคุ้นเคยดี พบว่าเมื่อใช้ S2C Dark Roast ซึ่งไม่ได้คั่วเข้มจัด และใช้อัตราส่วนนมข้นหวานต่อนมข้นจืด 3:1 ส่วน ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานจะช่วยทำให้ได้รสชาติกาแฟเย็นที่เข้มข้นกลมกล่อมดีแล้ว รสกาแฟยังอยู่ชัดเจนดีไม่จำเป็นต้องใช้กาแฟที่คั่วเข้มไหม้ไปกว่านี้</p>
<p><img class="alignnone" title="falcon" src="http://www.seat2cup.com/images/falcon.jpg" alt="" width="425" height="325" /></p>
<p> <strong>2.       </strong><strong>เลือกกาแฟที่ผสมโรบัสต้าในอัตราส่วนต่างๆ</strong></p>
<p>อย่างที่ทราบแล้วว่ากาแฟอราบิก้านั้นโดยทั่วไปมีกลิ่นรสนุ่มนวล ให้ความเข้มข้นไม่มาก นอกจากจะเลือกระดับการคั่วที่เข้มมากๆ บางครั้งอาจต้องใช้กาแฟพันธุ์โรบัสต้ามาผสมด้วยเพื่อช่วยให้กาแฟมีรสจัดชัดเจนขึ้น กลิ่นกาแฟฉุนขึ้นจมูกมากขึ้น น้ำกาแฟมีความเข้มข้น ยิ่งใช้ในอัตราส่วนที่มากขึ้นจะยิ่งได้รสกาแฟที่แข็ง ขม ขื่นขึ้น ในขณะที่ต้นทุนลดลงด้วย แต่อย่าลืมว่าความแข็งขมขื่นที่มากขึ้นนี้หากนำมาทำเมนูกาแฟที่ใช้นมน้อยหรือพวกกาแฟดำจะทำให้ดื่มยาก ไม่หอม และไม่อร่อย</p>
<p><strong>3.       </strong><strong>เลือกกาแฟผสมพิเศษ </strong></p>
<p>อันนี้สำหรับร้านกาแฟที่ต้องการรสชาติแตกต่างจากคนอื่นแบบชัดๆ เราสามารถเลือกกาแฟจากแหล่งปลูกที่มีบุคลิกเฉพาะ หรือกาแฟผสมจากหลายๆ แหล่งปลูก ต่างระดับการคั่ว หรือต่างกระบวนการผลิต ซึ่งโดยทั่วไปต้นทุนราคากาแฟจะสูงขึ้นไป ร้านกาแฟมักใช้รสชาติที่แตกต่างนี้สร้างความโดดเด่นและเป็นเหตุผลให้สามารถตั้งราคาเครื่องดื่มในร้านได้สูงกว่า พร้อมกับสร้างฐานลูกค้าที่จงรักภักดี การเลือกใช้กาแฟที่คุณภาพสูงและมีบุคลิกพิเศษแบบนี้ยิ่งโดดเด่นมากในเมนูกาแฟที่ใช้นมน้อยหรือพวกกาแฟดำ แต่หากต้องใช้นมในปริมาณที่มากขึ้นเรายิ่งต้องระมัดระวัง ซีททูคัพทดลองใช้ S2C Espresso ที่ผสมพิเศษในแบบอิตาเลี่ยนเอสเปรสโซซึ่งคั่วค่อนข้างอ่อนกับสัดส่วนของนมต่างๆ กันในเมนูกาแฟลาเต้เย็น พบว่านมสดพาสเจอร์ไรส์ผสม<span style="text-decoration: underline;">นมข้นจืดตรานกเหยี่ยวฟอลคอน</span>จะทำให้ได้ลาเต้เย็นที่รสกลมกล่อมดี และยังสัมผัสกลิ่นรสที่พิเศษของกาแฟได้ รสนมไม่กลบรสกาแฟโดยที่น้ำกาแฟไม่อ่อนใสจนเกินไป</p>
<p>แนวทางในการเลือกใช้เมล็ดกาแฟนอกเหนือจากนี้เรายังต้องพิจารณาเรื่องของต้นทุนและการตั้งราคาขายในร้านให้สอดคล้องกัน อย่าลืมว่าเมนูเครื่องดื่มส่วนใหญ่ต้องผสมนมและความจริงคือไม่ว่าจะนมสดหรือนมข้นต่างยี่ห้อกันจะให้รสชาติที่ต่างกันเสมอ ดังนั้นการเลือกกาแฟต้องสัมพันธุ์กับนมชนิดต่างๆ ที่เลือกใช้ด้วย ที่สำคัญที่สุด เจ้าของร้านกาแฟจะต้องรู้จักลูกค้าเป้าหมายของร้านอย่างทะลุปรุโปร่ง ว่าเป็นกลุ่มใด มีรสนิยม และมีอำนาจการซื้ออย่างไร การรู้ลูกค้าอย่างถ่องแท้จะทำให้สามารถเลือกใช้เมล็ดกาแฟคั่วและวัตถุดิบต่างๆ ได้ถูกต้องเหมาะสม ทำให้ได้เครื่องดื่มที่เป็นที่ชื่นชอบ ลูกค้าสามารถซื้อดื่มได้เป็นประจำ นำมาซึ่งความสำเร็จของร้านกาแฟในที่สุด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/coffee-bean-selection/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟ S2C Dark Roast</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/s2c-darkroast/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/s2c-darkroast/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 18:50:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[S2C Dark Roast]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1350</guid>
		<description><![CDATA[อันที่จริงซีททูคัพเราคั่วกาแฟทุกรูปแบบตั้งแต่อ่อนสุดจนถึงระดับเข้มสุด เราคั่วกาแฟดิบราคาถูกจนไปถึงกาแฟที่กิโลละเป็นพันบาท ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นโรบัสต้าหรืออราบิก้าพันธุ์ไหน แต่ที่เราทำเป็นผลิตภัณฑ์ของเราเองนั้นมีเพียง 2 ตัวเท่านั้นคือ S2C Espresso ที่มักพูดถึงบ่อยๆ ส่วนอีกตัวคือ S2C Dark Roast ถ้ากาแฟพูดได้ เจ้า S2C Dark Roast คงบ่นน้อยใจเหมือนกัน เพราะเหมือนถูกทอดทิ้ง ด้วยความที่ตอนที่เริ่มสร้างเบลนด์นี้ขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อนมีวัตถุประสงค์เพียงให้เป็นทางเลือกสำหรับท่านที่ชอบกาแฟ smooth ไม่ชอบรสเปรี้ยว และนำไปใช้ในเมนูกาแฟนมได้ง่าย โดยที่เราก็ไม่คิดว่ากาแฟสไตล์นี้มันจะโดดเด่นหรือสร้างความแตกต่างในตลาดกาแฟคั่วเมืองไทยได้มากมายอะไร รูปด้านบนนั้นเป็นการเปรียบเทียบเมล็ดกาแฟจาก S2C Espresso ที่อยู่ทางซ้าย และ S2C Dark Roast ที่อยู่ทางขวา พยายามปรับแสงสีให้เห็นใกล้เคียงความจริง แต่เมื่อมองจากจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละท่านอาจให้สีเพี้ยนต่างกันไปบ้าง สังเกตว่า S2C Dark Roast จะมีสีเข้มคล้ำกว่า รอยแยกตรงกลางที่เรียก center cut เริ่มเกรียมแล้ว เกิดจากการคั่วให้เข้มกว่า     S2C Dark Roast เบลนด์จากกาแฟไทยเป็นส่วนใหญ่ ผสมกับกาแฟจากแถบเอเซียเล็กน้อย นำมาคั่วเข้มระดับ vienna roast ทำให้ได้เอสเปรสโซที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="roast degree" src="http://www.seat2cup.com/images/compareroastdegree.jpg" alt="" width="484" height="285" /></p>
<p><span id="more-1350"></span>อันที่จริงซีททูคัพเราคั่วกาแฟทุกรูปแบบตั้งแต่อ่อนสุดจนถึงระดับเข้มสุด เราคั่วกาแฟดิบราคาถูกจนไปถึงกาแฟที่กิโลละเป็นพันบาท ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นโรบัสต้าหรืออราบิก้าพันธุ์ไหน แต่ที่เราทำเป็นผลิตภัณฑ์ของเราเองนั้นมีเพียง 2 ตัวเท่านั้นคือ S2C Espresso ที่มักพูดถึงบ่อยๆ ส่วนอีกตัวคือ S2C Dark Roast</p>
<p>ถ้ากาแฟพูดได้ เจ้า S2C Dark Roast คงบ่นน้อยใจเหมือนกัน เพราะเหมือนถูกทอดทิ้ง ด้วยความที่ตอนที่เริ่มสร้างเบลนด์นี้ขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อนมีวัตถุประสงค์เพียงให้เป็นทางเลือกสำหรับท่านที่ชอบกาแฟ smooth ไม่ชอบรสเปรี้ยว และนำไปใช้ในเมนูกาแฟนมได้ง่าย โดยที่เราก็ไม่คิดว่ากาแฟสไตล์นี้มันจะโดดเด่นหรือสร้างความแตกต่างในตลาดกาแฟคั่วเมืองไทยได้มากมายอะไร</p>
<p>รูปด้านบนนั้นเป็นการเปรียบเทียบเมล็ดกาแฟจาก S2C Espresso ที่อยู่ทางซ้าย และ S2C Dark Roast ที่อยู่ทางขวา พยายามปรับแสงสีให้เห็นใกล้เคียงความจริง แต่เมื่อมองจากจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละท่านอาจให้สีเพี้ยนต่างกันไปบ้าง สังเกตว่า S2C Dark Roast จะมีสีเข้มคล้ำกว่า รอยแยกตรงกลางที่เรียก center cut เริ่มเกรียมแล้ว เกิดจากการคั่วให้เข้มกว่า    </p>
<p>S2C Dark Roast เบลนด์จากกาแฟไทยเป็นส่วนใหญ่ ผสมกับกาแฟจากแถบเอเซียเล็กน้อย นำมาคั่วเข้มระดับ vienna roast ทำให้ได้เอสเปรสโซที่ smooth ขึ้น ขมขึ้น ไม่มีรสเปรี้ยว หอมฉุนขึ้น มีกลิ่นควันปนมาบ้าง ไม่ขมคม ไม่ขมไหม้ มีบอดี้หรือความเข้มข้นดี นำไปใช้ในเมนูกาแฟนมได้ดี หรือแม้แต่ดื่มเป็นเอสเปรสโซช็อตก็ยังไม่ขมเกินไป แม้จะเป็นสไตลฺ์ที่หลายคนคุ้นเคย แต่จากการสอบถามลูกค้าหลายๆ ราย หลายท่านยังยืนยันว่ามันไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิงหรอก และความจริงก็คือแฟนประจำของกาแฟตัวนี้มีมากกว่า S2C Espresso ที่เราภูมิใจหลายเท่านัก</p>
<p>ข่าวดีก็คือตอนนี้ ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อ S2C Dark Roast ทางไปรษณีย์ได้แล้วผ่านทาง <a href="http://www.seat2cupwebshop.com/index.php?step=viewproduct&amp;catn=1&amp;subn=1&amp;pcode=0111" target="_blank">web shop</a> ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/02/s2c-darkroast/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขสันต์เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2555</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/12/happynewyear2012/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2011/12/happynewyear2012/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 18:32:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1343</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงขึ้นปีใหม่ทุกปี ใครๆ ก็หวังกันว่าปีใหม่น่าจะเป็นปีที่ดี แต่ในความเป็นจริงในแต่ละปีนั้นมันก็มีเรื่องราวของมันดีบ้างร้ายบ้างปะปนกันไป เมืองไทยของเราหลายปีที่ผ่านมาหลายคนบ่นเหนื่อย เศรษฐกิจฝืดเคือง มีความขัดแย้งทางการเมือง มีเหตุวุ่นวายต่างๆ จนมาปีนี้เกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์เรียกว่าไม่เว้นช่วงให้หายใจกันเลย สำหรับซีททูคัพเราในปีนี้ถือว่าโชคดีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเรื่องน้ำน้อยมาก ร้านกาแฟที่ตึกชาญฯ 2 สามารถเปิดขายได้ตลอด ส่วนของโรงคั่วนอกจากน้ำไม่ท่วมยังต้องรับงานเพิ่มขึ้นจากการที่โรงคั่วหลายแห่งประสบปัญหา หากในขณะที่วิกฤตน้ำเริ่มคลี่คลายเรากลับต้องพบกับปัญหาเมล็ดกาแฟขาดแคลนและราคาของเมล็ดกาแฟฤดูการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก เมื่อแลไปข้างหน้าย่อมเป็นสัญญาณว่าปี 2555 จะเป็นปีที่โรงคั่วต้องเหนื่อยหนักกันอีกปีหนึ่ง ความท้าทายอยู่ที่การหาเมล็ดกาแฟคุณภาพเข้ามาในมือ การบริหารสต็อคเมล็ดกาแฟดิบ และการหมุนเงินให้พอกับการขยายตัว ซีททูคัพในฐานะโรงคั่วเล็กๆ ที่จะมีอายุครบ 8 ปีเต็มในปีหน้านี้ จำเป็นต้องผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปให้ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเราได้เติบโตจนเป็นโรงคั่วกาแฟที่ผ่านร้อนผ่านหนาว เรียกว่ามีวุฒิภาวะพอสมควรแล้ว และสามารถวางใจได้ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่นี้ ผมถือโอกาสขออนุญาตเป็นตัวแทนทีมซีททูคัพทุกคนขอบคุณลูกค้าและเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด ขอสนองกำลังใจเหล่านี้กลับไปเพื่อให้ทุกท่านสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ตลอดปีใหม่นี้ ขอให้โชคดีกันทุกคนนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงขึ้นปีใหม่ทุกปี ใครๆ ก็หวังกันว่าปีใหม่น่าจะเป็นปีที่ดี แต่ในความเป็นจริงในแต่ละปีนั้นมันก็มีเรื่องราวของมันดีบ้างร้ายบ้างปะปนกันไป เมืองไทยของเราหลายปีที่ผ่านมาหลายคนบ่นเหนื่อย เศรษฐกิจฝืดเคือง มีความขัดแย้งทางการเมือง มีเหตุวุ่นวายต่างๆ จนมาปีนี้เกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์เรียกว่าไม่เว้นช่วงให้หายใจกันเลย<span id="more-1343"></span></p>
<p><img class="alignnone" title="ส.ค.ส." src="http://www.seat2cup.com/images/happynewyear2012-2.jpg" alt="" width="488" height="346" /></p>
<p>สำหรับซีททูคัพเราในปีนี้ถือว่าโชคดีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเรื่องน้ำน้อยมาก ร้านกาแฟที่ตึกชาญฯ 2 สามารถเปิดขายได้ตลอด ส่วนของโรงคั่วนอกจากน้ำไม่ท่วมยังต้องรับงานเพิ่มขึ้นจากการที่โรงคั่วหลายแห่งประสบปัญหา หากในขณะที่วิกฤตน้ำเริ่มคลี่คลายเรากลับต้องพบกับปัญหาเมล็ดกาแฟขาดแคลนและราคาของเมล็ดกาแฟฤดูการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก</p>
<p>เมื่อแลไปข้างหน้าย่อมเป็นสัญญาณว่าปี 2555 จะเป็นปีที่โรงคั่วต้องเหนื่อยหนักกันอีกปีหนึ่ง ความท้าทายอยู่ที่การหาเมล็ดกาแฟคุณภาพเข้ามาในมือ การบริหารสต็อคเมล็ดกาแฟดิบ และการหมุนเงินให้พอกับการขยายตัว ซีททูคัพในฐานะโรงคั่วเล็กๆ ที่จะมีอายุครบ 8 ปีเต็มในปีหน้านี้ จำเป็นต้องผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปให้ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเราได้เติบโตจนเป็นโรงคั่วกาแฟที่ผ่านร้อนผ่านหนาว เรียกว่ามีวุฒิภาวะพอสมควรแล้ว และสามารถวางใจได้</p>
<p>ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่นี้ ผมถือโอกาสขออนุญาตเป็นตัวแทนทีมซีททูคัพทุกคนขอบคุณลูกค้าและเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด ขอสนองกำลังใจเหล่านี้กลับไปเพื่อให้ทุกท่านสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ตลอดปีใหม่นี้ ขอให้โชคดีกันทุกคนนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2011/12/happynewyear2012/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

