<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH</title>
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Dec 2011 18:38:09 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	<!-- generator="WordPress/3.0.4" -->

	<item>
		<title>สุขสันต์เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2555</title>
		<description><![CDATA[  ช่วงขึ้นปีใหม่ทุกปี ใครๆ ก็หวังกันว่าปีใหม่น่าจะเป็นปีที่ดี แต่ในความเป็นจริงในแต่ละปีนั้นมันก็มีเรื่องราวของมันดีบ้างร้ายบ้างปะปนกันไป เมืองไทยของเราหลายปีที่ผ่านมาหลายคนบ่นเหนื่อย เศรษฐกิจฝืดเคือง มีความขัดแย้งทางการเมือง มีเหตุวุ่นวายต่างๆ จนมาปีนี้เกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์เรียกว่าไม่เว้นช่วงให้หายใจกันเลย สำหรับซีททูคัพเราในปีนี้ถือว่าโชคดีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเรื่องน้ำน้อยมาก ร้านกาแฟที่ตึกชาญฯ 2 สามารถเปิดขายได้ตลอด ส่วนของโรงคั่วนอกจากน้ำไม่ท่วมยังต้องรับงานเพิ่มขึ้นจากการที่โรงคั่วหลายแห่งประสบปัญหา หากในขณะที่วิกฤตน้ำเริ่มคลี่คลายเรากลับต้องพบกับปัญหาเมล็ดกาแฟขาดแคลนและราคาของเมล็ดกาแฟฤดูการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก เมื่อแลไปข้างหน้าย่อมเป็นสัญญาณว่าปี 2555 จะเป็นปีที่โรงคั่วต้องเหนื่อยหนักกันอีกปีหนึ่ง ความท้าทายอยู่ที่การหาเมล็ดกาแฟคุณภาพเข้ามาในมือ การบริหารสต็อคเมล็ดกาแฟดิบ และการหมุนเงินให้พอกับการขยายตัว ซีททูคัพในฐานะโรงคั่วเล็กๆ ที่จะมีอายุครบ 8 ปีเต็มในปีหน้านี้ จำเป็นต้องผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปให้ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเราได้เติบโตจนเป็นโรงคั่วกาแฟที่ผ่านร้อนผ่านหนาว เรียกว่ามีวุฒิภาวะพอสมควรแล้ว และสามารถวางใจได้ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่นี้ ผมถือโอกาสขออนุญาตเป็นตัวแทนทีมซีททูคัพทุกคนขอบคุณลูกค้าและเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด ขอสนองกำลังใจเหล่านี้กลับไปเพื่อให้ทุกท่านสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ตลอดปีใหม่นี้ ขอให้โชคดีกันทุกคนนะครับ]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/12/happynewyear2012/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เครื่องดื่มเอสเปรสโซ</title>
		<description><![CDATA[ผมมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเอสเปรสโซจนเกือบลืมไปแล้วว่ากว่าจะถึงวันนี้ (คือวันที่พบว่าตัวเองชอบที่จะดื่มแต่เอสเปรสโซ) แต่ก่อนก็เคยเป็นคนดื่มกาแฟกึ่งสำเร็จรูป จนเปลี่ยนมาเป็นกาแฟลาเต้และคาปูชิโน่ตามลำดับ ย้อนกลับไปวันเก่าๆ ถามว่าทำไมเราถึงเลือกดื่มแบบนั้น อธิบายง่ายๆ ได้ว่าเอสเปรสโซมันน้อยไป และขมมาก กาแฟดำร้อนน้ำเยอะๆ อย่างอเมริกาโน่ก็ยังขม จนได้ดื่มกาแฟเยอะขึ้น ได้เจอกาแฟที่ดีๆ บ้าง พยายามทำกาแฟให้ได้ดีบ้าง ใช้เวลาอยู่นานโขกว่าจะพบว่าเอสเปรสโซจริงๆ แล้วมันมหัศจรรย์ขนาดไหน ดังนั้นเมื่อเกิดความมุ่งมั่นในใจว่าจะรณรงค์ให้คนมาดื่มเอสเปรสโซกัน ทางหนึ่งคือพยายามสร้างความเข้าใจในเครื่องดื่ม วิธีการดื่ม หรือประเพณีต่างๆ ให้กับผู้บริโภคทั่วไปให้มากที่สุด ผมเชื่อว่าความรู้ความเข้าใจนี้จะทำให้แต่ละท่านค้นพบตัวเองได้ง่ายขึ้น ว่าเครื่องดื่มแบบไหนที่เราชอบหรือเหมาะกับตัวเองที่สุด เมื่อความรู้แบบนี้กระจายไปในวงกว้างในที่สุดจำนวนผู้ดื่มเอสเปรสโซก็จะมากมายขึ้นเอง อินโฟกราฟฟิกชิ้นหนึ่งที่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและช่วยอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจเครื่องดื่มเอสเปรสโซแบบง่ายๆ ออกแบบโดยโลเกช ดาห์การ์ อธิบายโดยใช้รูปกาแฟ 9 ถ้วย ดังนี้ ควรทำความเข้าใจกับคำว่า &#8220;เครื่องดื่มเอสเปรสโซ&#8221; เสียก่อนว่าหมายถึงอะไร เอาแบบสั้นๆ คำว่า&#8221;เอสเปรสโซ&#8221; ถือเป็นวิธีการสกัดกาแฟวิธีหนึ่งโดยเราใช้น้ำที่มีความดันสูงมากไหลผ่านกาแฟ กาแฟที่ได้ออกมามีรสเข้มข้นมาก มีครีมลอยอยู่ข้างบน(เรียกว่าครีมา) วิธีการที่ใช้ความดันน้ำสูงแบบนี้เราเรียกว่าเป็นวิธี &#8220;เอสเปรสโซ&#8221; กาแฟที่สกัดออกมาได้เราก็ยังเรียกมันว่า &#8220;เอสเปรสโซ&#8221; เช่นกัน เอสเปรสโซนี้เองหากเรานำไปผสมกับส่วนผสมอื่นๆ จะทำให้ได้เครื่องดื่มที่หลากหลายตามมา เราเรียกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเอสเปรสโซว่า &#8220;เครื่องดื่มเอสเปรสโซ&#8221; อินโฟกราฟฟิกของ ดาร์กาห์ เป็นแค่ตัวอย่างที่ทำให้เราเข้าใจชื่อเครื่องดื่มที่มีหลากหลายบนกระดานในคาเฟ่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กาแฟเอสเปรสโซถ้าเสิร์ฟแบบไม่เติมอะไรเลยเราเรียกเมนูนี้ว่า &#8220;เอสเปรสโซ&#8221; (ก็คือที่ผมบอกว่าเดี๋ยวนี้ผมดื่มเป็นประจำนั่นแหละ) แต่ถ้าหยอดโฟมนมเข้าไปด้านบนซักหน่อยเราจะเรียกว่า &#8220;เอสเปรสโซมัคคีอาโต้&#8221; ที่มาของชื่อนั้นได้มาจากภาษาอิตาเลี่ยนต้นฉบับของเมนูนี้ที่คำว่ามัคคีอาโต้แปลว่าแต้มไว้หรือทำเครื่องหมายไว้(ในที่นี้คือเอาเอสเปรสโซมาแล้วแต้มด้วยโฟมนม) สำหรับคนที่ชอบกาแฟเข้มข้นแต่ต้องการโฟมนมเล็กน้อยเพื่อสัมผัสที่นุ่มนวลในลิ้นหรือลดความขื่นขมของกาแฟลงไปบ้าง [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/12/espresso-drinks/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทัวร์ร้านกาแฟในเชียงใหม่ 2011</title>
		<description><![CDATA[ไปเชียงใหม่คราวนี้ภาระกิจหลักคือทำคลาส Italian Espresso Tasting ซึ่งได้มีกำหนดการณ์ไว้นานแล้วก่อนที่จะเกิดวิกฤตการณ์น้ำเยอะในภาคกลาง เราได้ผู้เข้าอบรมครบเต็มจำนวนที่วางไว้คือ 10 ท่าน โดยมีทั้งท่านที่เป็นเจ้าของคาเฟ่และผู้รักการดื่มกาแฟคละกันไป การอบรมเป็นไปอย่างเรียบร้อยครับ โดยมีคุณแน่ iMPRESSO เป็นผู้ควบคุมกาแฟที่ชงออกมาทั้งหมดเกือบ 200 ถ้วย เราได้ฝึกชิมกันราว 10 แบบฝึกหัด โดยผมเลือกทำแบบง่ายๆ ให้ผู้เข้าอบรมค่อยๆ เรียนรู้ จนกระทั่งแบบฝึกหัดท้ายๆ จะเป็นเอสเปรสโซระดับไฮเอนด์ และกาแฟ guest จากโรงคั่วที่มีชื่อเสียง ครั้งนี้เราได้กาแฟ Kenya Maywal ซึ่งเป็น single origin จากโรงคั่ว Intelligentsia มาทำเป็นเอสเปรสโซให้ได้ชิมและลองฝึกให้คะแนนกัน ต้องขอบคุณคุณต๋องศิษย์เก่าคลาสนี้ของเราที่เอื้อเฟื้อกาแฟตัวนี้มาให้ รวมถึงขอบคุณอาสาสมัครทุกคนที่มาช่วยชงช่วยเสิร์ฟช่วยล้างทำให้การดำเนินงานเสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อย และที่ลืมไม่ได้คือขอขอบคุณ Cafe Cofesta นิมมานฯ ซอย 1 สำหรับสถานที่จัดอบรม ซึ่งถือว่าเหมาะมากเพราะเป็นห้องปรับอากาศทำให้การทดสอบและเรียนรู้เรื่องกลิ่นต่างๆ ง่ายขึ้นมาก ด้วยความที่ส่วนตัวไม่ค่อยได้ไปเชียงใหม่บ่อยนัก เมื่อเสร็จงาน tasting คราวนี้ เลยถือโอกาสเยี่ยมเยือนร้านกาแฟของเพื่อนๆ และร้านเกิดใหม่ตามลายแทงที่ได้รับคำแนะนำมาครับ เลยเอามาเล่าสั้นๆ เผื่อท่านที่สนใจและมีโอกาสไปเชียงใหม่จะได้มีร้านกาแฟไว้ในลิสต์บ้าง ออกตัวว่าผมมุ่งความสนใจไปที่เอสเปรสโซเป็นหลักและเน้นเยี่ยมพรรคพวกที่คุ้นเคยกันอยู่บ้าง เรื่องบรรยากาศ การตกแต่ง [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/11/chiangmai-coffee-tour/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฝึกอบรมชิมเอสเปรสโซ #4 on tour ที่ Cofesta เชียงใหม่</title>
		<description><![CDATA[เป็น espresso tasting class on tour ที่อยากทำให้ได้ทุกปี โดยปีนี้กำหนดไว้วันที่ 4 พ.ย. นี้ ที่ cafe cofesta นิมมานเหมินทร์ ซอย 1 เชียงใหม่ โดยความร่วมมือกับ iMPRESSO ESPRESSO BAR เพื่อนที่ดีของเรา การอบรมจะพูดถึงปรัชญาของเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลี่ยน หลักในการชง การดื่ม อาจมีการชิมกาแฟจากการชงวิธีอื่นด้วยให้พอเชื่อมโยงกับการชิมเอสเปรสโซได้ เราเน้นความเข้าใจด้านรสชาติด้วยการทำโจทย์กาแฟอย่างง่ายๆ เหมาะสำหรับนักชิมกาแฟมือใหม่ให้สามารถเริ่มประเมินหรือให้คะแนนกาแฟได้จริง เป็นการปูพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปฝึกฝนและใช้ในงานกาแฟ หรือการดื่มกาแฟในชีวิตประจำวันต่อไป ต้องขออภัยสำหรับท่านที่สนใจเนื่องจากมีผู้ลงชื่อเข้าอบรมครบจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่กาแฟที่เราเตรียมไว้ใช้ในคลาสคาดว่าจะมีมากพอจนเหลือแบ่งให้หลายๆ ท่านได้ชิมกันหลังจากวันที่ 4 พ.ย. นี้ไปแล้ว ท่านที่สนใจลองสอบถามที่คุณแน่อิมเพรสโซ่ 086 730 2240  สำหรับท่านที่เคยเข้าอบรมในคอร์สเอสเปรสโซก่อนหน้านี้ ท่านมีสิทธิ์เข้ามาร่วมแจมการฝึกให้คะแนนกาแฟ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ ท่านใดจะมาร่วมกรุณาแจ้งล่วงหน้าที่คุณแน่ อิมเพรสเโซ่เช่นกัน ส่วนท่านที่สำรองชื่อไว้แล้ว อยากให้เตรียมพร้อมโดยรักษาร่างกายให้แข็งแรง ดาวน์โหลด tasting card มาลองใช้ทดสอบกับกาแฟเท่าที่จะหาชิมได้ ท่านที่เตรียมตัวมาบ้างจะทำให้สามารถเข้าใจแบบฝึกหัดในคลาสได้ง่ายขึ้น [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/10/espressotasting-tasting4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความลี้ลับในการชงเอสเปรสโซ</title>
		<description><![CDATA[ด้วยเหตุที่เพิ่งได้เครื่อง reneka viva s กลับมาหลังจากที่ยืมเครื่อง royal vallelunga มาทดสอบได้อยู่พักหนึ่ง เวลาที่เพิ่งสับเครื่องใช้เราจะได้เห็นความแตกต่างของเครื่องค่อนข้างชัด (จริงๆ ถ้าให้ชัดต้องวางใช้คู่กันสักพัก) อารมณ์รวมๆ เมื่อสอบถามเหล่าบาริสต้าที่บาร์ของเรา ทุกคนรวมความเห็นว่าเครื่อง viva ให้ความรู้สึกที่มั่นคงมั่นใจกว่า เสียงที่เงียบกริบของปั๊มแบบ magnatic ใน viva บวกกับการประกอบที่แน่นหนามันทำให้อะไรดูดีไปหมด สิ่งที่สัมผัสตัวบาริสต้ามากที่สุดคือด้ามจับของ portafilter ที่มากับ viva เป็นยางและรูปทรงรีที่กระชับนุ่มมือช่วยให้การทำงานหนักตลอดทั้งวันมันมั่นใจและไม่เจ็บมือ ต่อเมื่อพิจารณาเฉพาะ shot espresso ที่ได้จาก viva ของเรากลับพบว่าครีมามีสีจางกว่าช็อตจากเครื่องที่สับออกไป ที่สำคัญคือความชัดเจนของกลิ่นน้อยกว่า เลยทำให้ต้องมาคิดว่าเป็นเพราะอะไร ?  ก็เลยเอาซะหน่อยครับ ลองหาอะไรปรับดู ที่อยู่ในใจตลอดเวลาคือเรื่องอุณหภูมิกับเรื่อง preinfusion แต่วันนี้เราลองที่เรื่อง preinfusion อย่างเดียวก่อน เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายภาพครีมาก่อนปรับแต่งไว้ และภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดใช้โทรศัพท์ถ่ายมันเลยไม่ชัดเท่าที่ควร คีย์บอร์ดที่ใช้ปรับจังหวะ preinfusion อันนี้ต้องขอยืมช่างมาครับ เพราะไม่ได้ให้มากับเครื่อง ลองปรับไปหลายแบบ โดยไม่ได้มีแนวความคิดหรือเหตุผลอะไรเท่าไหร่ จากเดิมที่ตั้งไว้คือ เปิดน้ำ 0.7 วินาที และปิดน้ำ 2.2 วินาที ยังถามตัวเองว่าทำไมต้องตั้งให้ปิดน้ำนานขนาดนั้นเลยลองปิดน้ำสั้นลงตามลำดับก็พบว่า [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/10/espresso-preinfusion/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รีวิว เครื่องชงกาแฟ royal vallelunga</title>
		<description><![CDATA[รอยัลอยู่ในตลาดเมืองไทยแบบเงียบๆ มาเกือบปีแล้ว ด้วยความที่นโยบายตลาดของโรงงานแบบเน้นขายไม่เน้นสร้างอิมเมจ จึงหาข้อมูลอ้างอิงอะไรยาก รวมทั้งตัวผู้นำเข้าเองคือ P&#38;F Coffee ก็กำลังง่วนกับการสร้างแบรนด์กาแฟคั่วของตัวเอง มันก็เลยเงียบสนิท  แต่ถ้าคนที่เคยเดินทางหรืออาศัยอยู่ในอิตาลีอาจเคยเห็นผ่านตาบ้างเพราะเป็นเครื่องแนว italian tradition แท้ๆ สร้างขึ้นเพื่อทำกาแฟสไตล์อิตาเลี่ยนเป็นหลักพร้อมกับราคาที่สมเหตุผล ที่ซีททูคัพเราคิดถึงวันเก่าๆ ที่เคยใช้เครื่องชงอิตาเลี่ยน หัวกรุ๊ปแบบ e61 ตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรกที่ถนนรางน้ำเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้โอกาสจึงขอยืมเครื่องรุ่น vallelunga ตัวนี้จาก P&#38;F Coffee มาทดลองใช้เป็นการชั่วคราว เพื่อรำลึกความหลัง และใช้ทดสอบกับเอสเปรสโซเบลนด์ตัวปัจจุบันของเรา เมื่อคุณแน่จากอิมเพรสโซเชียงใหม่มาเยี่ยมเลยถือโอกาสชวนกันทำคลิปรีวิวแบบง่ายๆ ซะเลย เพื่อแนะนำให้ท่านที่สนใจมองไว้เป็นอีกทางเลือก  เราแบ่งหัวข้อที่เราอยากพูดถึงเป็น 5 ข้อ ได้ผลดังนี้                                                        แน่                  วุฒิ รูปโฉม / design                      7.5                 8.5 เอสเปรสโซ                                8                     9   การใช้งาน                                7                    8.5 วัสดุ การประกอบ                        8                   8 ความคุ้มค่า                                 7                   7     สรุป แบรนด์รอยัลเป็นแบรนด์ลูกของ BFC [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/09/royal-vallelunga-espresso-machine/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Espresso Tasting Card</title>
		<description><![CDATA[espresso tasting class  #3 ผ่านไปแล้วครับ ครั้งนี้ผมปรับ tasting card อีกเล็กน้อยเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น และทำไว้ให้ดาวน์โหลดใช้งานกัน [download espresso tasting card] สำหรับท่านที่สนใจการชิมกาแฟเอสเปรสโซแบบมือใหม่ฝึกชิม ขออนุญาตอธิบายคร่าวๆ อย่างนี้ว่า tasting card ถือเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้กันในการชิมกาแฟเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลี่ยน ด้วยความที่เอสเปรสโซเป็นกาแฟเข้มข้น มีปริมาณน้ำกาแฟน้อย และมีช่วงเวลาให้ดื่มไม่นานต้องรีบดื่มโดยไว ทำให้การชิมและสังเกตรสสัมผัสต่างๆ ต้องทำอย่างรีบเร่ง tasting card จึงออกแบบมาโดยกำหนดหัวข้อที่เราต้องการตรวจสอบให้ชัดเจน มีมาตรวัดหรือช่องคะแนนที่สังเกตง่าย และใช้ชาร์ตใยแมงมุมเพื่อให้เห็นโปรไฟล์ของเอสเปรสโซที่ทดสอบแสดงออกมาเป็นภาพ สำหรับในห้องทดลองนั้นหัวข้อที่ต้องตรวจสอบอาจมีมากถึง 30 หัวข้อ นักชิมจะต้องจับสัมผัสสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็วและให้คะแนนเร็วตามกันไป แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การชิม ผมปรับให้หัวข้อที่สังเกตมีเพียง 10 หัวข้อเท่านั้น บางท่านยังว่ามากอยู่กลัวจะให้คะแนนไม่ทัน เทคนิคที่ส่วนตัวผมใช้คือ ผมจะแบ่ง 10 หัวข้อนี้เป็น 3 หมวด คือ สิ่งที่ตามองเห็น ได้แก่ตัวครีมา กลิ่น รส รสชาติ และสัมผัสในปาก  เราจะเห็นว่าหมวดแรก และหมวดที่สองนั้นเราทำได้ไม่ยากเพราะมีเวลาพอสมควร แต่หมวดที่สามนัันมีจุดที่ต้องดูหลายหัวข้อในขณะที่น้ำกาแฟกลิ้งอยู่ในปากเราไม่กี่วินาที อันนี้ต้องใช้สมาธิสักหน่อยครับ และหัวข้อที่ต้องสังเกตทั้งหมดนั้นต้องอยู่ในใจแล้ว [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/08/tastingcard/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฝึกอบรมชิมเอสเปรสโซ #3 ที่ซีททูคัพ</title>
		<description><![CDATA[กำหนดวันของคลาสใหม่คือเสาร์ที่ 30 ก.ค. นี้ครับ ที่ซีททูคัพ ตั้งแต่ 13.00-16.30 น. รับได้ไม่เกิน 7 ท่าน  รุ่นที่ 2  ที่จัดไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเนื้อหาค่อนข้างลงตัวแล้วครับ รุ่นที่ 3 นี้มีการปรับอีกเล็กน้อยคือใช้เวลามากขึ้น จะได้สบายๆ ขึ้นสักหน่อย โดยจะพูดถึงปรัชญาของเอสเปรสโซ หลักในการชง การดื่ม อาจมีการชิมกาแฟจากการชงวิธีอื่นด้วยให้พอเชื่อมโยงกับการชิมเอสเปรสโซได้ ยังคงเน้นความเข้าใจด้านรสชาติด้วยการทำโจทย์กาแฟให้ง่ายๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ให้สามารถเริ่มประเมินหรือให้คะแนนกาแฟได้จริง เป็นการปูพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปฝึกฝนหรือใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป ค่าใช้จ่ายท่านละ 1,200.-  ท่านที่ต้องการเข้าอบรมกรุณาสำรองที่นั่งโดยโอนเงินเต็มจำนวนมาที่บัญชี วุฒิพร หัสการณ์ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 7142159524 เมื่อโอนแล้วช่วย sms แจ้งที่หมายเลข 086สาม166629  (ขอสงวนสิทธิ์การจองที่นั่งให้ท่านที่โอนและ sms เข้ามาก่อนนะครับ) สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าอบรมได้ใน comment ด้านล่างนี้ สำหรับท่านที่เคยเข้าอบรมในคอร์สเอสเปรสโซก่อนหน้านี้ ท่านมีสิทธิ์เข้ามาร่วมแจมการฝึกให้คะแนนกาแฟ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ ท่านใดจะมาร่วมกรุณาแจ้งล่วงหน้าด้วยการลงชื่อต่อในคอมเม้นต์ของโพสต์นี้ครับ จะได้เตรียมกาแฟไว้ให้ รับได้ไม่เกิน 4 ท่านเท่านั้น สงวนสิทธิ์ให้ท่านที่ลงชื่อก่อนครับ *ผู้เข้าอบรมกรุณาหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม และเนื่องจากเริ่มอบรมเวลา 13.00 น. จึงควรเลี่ยงอาหารกลางวันที่รสจัด และไม่ควรรับประทานให้อิ่มมากเกินไป]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/07/seat2cup-espresso-tasting/</link>
			</item>
	<item>
		<title>GBC 2011 แข่งชงกาแฟในเกมที่เปลี่ยนไป (2)</title>
		<description><![CDATA[ดังที่กล่าวไปในตอนแรกแล้วว่า หลักใหญ่ใจความในการวัดความสามารถของนักชงกาแฟหรือบาริสต้าคือมุ่งไปที่ความรู้ในเรื่องกาแฟ การชง ซึ่งบาริสต้าจะแสดงออกด้วยการเลือกกาแฟที่เหมาะสมมาใช้ สามารถชงมันออกมาได้ดี และอธิบายให้กรรมการทราบถึงเหตุผลที่เลือกเมล็ดตัวนี้มา ความพิเศษของกาแฟตัวนั้นๆ รสชาติที่ควรจะเป็นและรวมถึงเทคนิคการชงที่ใช้ ว่ามีผลต่อรสชาติอย่างไร เกมการแข่งขัน GBC ที่ปรับใหม่ในปีนี้ถือว่าท้าทายความสามารถของบาริสต้ายิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการทอนเวลาให้เหลือเพียง 10 นาทีสำหรับเครื่องดื่ม 4 รายการ ที่เป็นไฮไลท์สำคัญซึ่งอาจถือเป็นเวทีแรกที่กำหนดให้มีการชงกาแฟวิธีอื่นในเวทีเดียวกับการแข่งชงแบบเอสเปรสโซ นั่นคือรายการเครื่องดื่มในหมวด non espresso ซึ่งผู้แข่งขันสามารถใช้วิธีชงแบบใดก็ได้(ยกเว้นเอสเปรสโซ) เป็นการให้ความสำคัญและส่งสัญญาณให้บาริสต้ารุ่นใหม่ๆ รู้ว่าลำพังเพียงความรู้ความชำนาญในการชงเอสเปรสโซเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ความสามารถในการชงกาแฟด้วยวิธีที่หลากหลายเป็นการสะท้อนความเข้าใจในหลักการพื้นฐานการชงกาแฟอย่างแท้จริง เป็นการเพิ่มสีสันหรือทางเลือกในการเข้าถึงกาแฟสำหรับในคาเฟ่เอง และยังอาจรวมถึงการเพื่มอัตราการบริโภคกาแฟคั่วให้สูงขึ้นไปอีกด้วยความที่บาริสต้าสามารถแนะนำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งสามารถชงกาแฟดื่มเองในบ้านได้ รายการเครื่องดื่มสุดท้าย กติกากำหนดให้มีการทำกาแฟลาเต้ในถ้วยแบบ take away แบบไม่จำกัดจำนวน วัดความเก๋าของบาริสต้าว่าสามารถทำได้เร็วและรักษาคุณภาพของกาแฟได้แค่ไหน สำหรับคาเฟ่ในเมืองไทยเราอาจไม่คุ้นเคยกับการเสิร์ฟลาเต้เป็นพายุแบบนี้ แต่สำหรับในออสเตรเลียที่กาแฟลาเต้ได้รับความนิยมสูงสุดถือว่าการทำกาแฟลาเต้ให้ได้ดีและรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกๆ คาเฟ่ และ GBC ก็ได้รวมเรื่องเหล่านี้มาอยู่ในเกมเดียวกัน ดังนั้นแชมป์ของ GBC จึงควรเป็นบาริสต้าที่มีความรู้และเข้าใจในเรื่องกาแฟเป็นอย่างดี มีทักษะในการชงทั้งเอสเปรสโซ และจาก coffee maker อื่นๆ สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและผิดพลาดน้อย รวมถึงสามารถพูดนำเสนอผลงานให้เห็นความดีของเครื่องดื่มที่เขาทำ วิธีการ รวมถึงกาแฟที่เขาเลือกใช้ได้ สามารถโน้มน้าวกรรมการให้คล้อยตามและเห็นดีด้วย หรือพูดง่ายๆ คือ &#8220;สามารถสร้างยอดขายกาแฟได้จริง&#8221; ไม่จำเป็นต้องหล่อต้องสวย อุปกรณ์ราคาแพง หรือเมล็ดกาแฟคั่วระดับ [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/06/gbc-2011-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>GBC 2011 แข่งชงกาแฟในเกมที่เปลี่ยนไป (1)</title>
		<description><![CDATA[สำหรับท่านที่ไม่เคยผ่านหูมาก่อนต้องโปรยไว้บ้างว่า GBC หรือ Grand Barista Championship คือรายการแข่งขันชงกาแฟที่จัดขึ้นโดย Dane Gourmet Coffee ซิดนีย์ ออสเตรเลีย เริ่มจัดแข่งกันราวปี 2001 จนถึงปีนี้นับเป็นปีที่ 10 แล้วถือว่าเป็นรายการแข่งขันชงกาแฟเอสเปรสโซที่เก่าแก่ไล่เรี่ยกับ World Barista Championship หรือ WBC ที่คนกาแฟยุคใหม่รู้จักดี GBC ในเมืองไทยเราเริ่มจัดกันเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2009 โดยพีแอนด์เอฟคอฟฟี่ ในปีนั้นถือเป็นปีแรกที่มีการจัดแข่งกันในประเทศอื่นนอกเหนือจากออสเตรเลีย ด้วยความตกลงร่วมกันระหว่างผู้นำเข้าเครื่องชงกาแฟแบรนด์ออสเคสตราเล่ในแต่ละประเทศให้จัดแข่งกันในประเทศตัวเองและเอาแชมป์ที่ได้มาแข่งกันอีกทีหนึ่ง นับจากนั้น GBC จึงกลายเป็นรายการแข่งชงกาแฟระดับนานาชาติขนาดเล็กๆ ที่จัดร่วมกันโดยบริษัทกาแฟกลุ่มหนึ่งอย่างเป็นเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมกาแฟใดๆ ด้วยความที่ไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมกาแฟนี้เอง เสน่ห์ของการแข่งในรายการ GBC จึงเป็นเรื่องความยืดหยุ่นคล่องตัวในการจัดการและการออกแบบเกมให้มีความทันสมัยและน่าสนใจ จุดแตกต่างสำคัญกับ WBC คือไม่มีการแข่งนำเสนอเครื่องดื่มพิเศษที่เรียก Signature Drink การเตรียมตัวร่วมแข่งในเกมของ GBC จึงดูง่าย ประหยัด และสมจริงมากกว่า ด้วยหลายคนมองว่าเครื่องดื่มพิเศษแม้จะเป็นการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ของบาริสต้า แต่ในทางปฏิบัติบาร์กาแฟที่มีอยู่ทั่วไปมีโอกาสไม่มากนักที่จะนำเสนอเครื่องดื่มพิเศษแบบนี้ให้กับลูกค้าของเขา มาถึงปีนี้ GBC ได้มีการปรับเกมและกติกาอีกครั้ง ส่วนตัวผมเองได้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินด้วยและได้เห็นการแข่งขันจริงในรอบคัดเลือกเมื่อ 19 มิ.ย. [...]]]></description>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2011/06/gbc-2011/</link>
			</item>
</channel>
</rss>

