<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH &#187; ร้านกาแฟ</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/tag/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Dec 2011 18:38:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.4</generator>
		<item>
		<title>เบอรี่คูลี่ คาเฟ่แอนด์เบเกอรี่</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/12/berrycoulis/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2010/12/berrycoulis/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Dec 2010 03:29:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1066</guid>
		<description><![CDATA[บางท่านยังไม่เคยทราบว่านอกจากจะผลิตกาแฟคั่วจำหน่ายในชื่อของเราเองแล้ว ซีททูคัพยังรับจ้างผลิตกาแฟคั่วด้วย และ Berry Coulis ถือเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่ให้เราทำ espresso แบบ custom blend ให้ ตัวคาเฟ่่เป็นร้านเล็กๆ ทำในบ้านของเจ้าของเอง ทั้งอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนและขนมเค้กแบบฝรั่งต่างๆ จึงเป็นแบบโฮมเมดแท้ๆ ที่คุณภาพเกินราคา ด้วยความที่ทั้งคุณนัดและคุณอุ๊เจ้าของร้านเคยไปร่ำเรียนมาทางด้านนี้ที่ออสเตรเลียเป็นปีๆ เรื่องรสชาติจึงไม่มีแพ้ที่ไหน ที่น่าสนใจคือแม้เจ้าของร้านจะเชี่ยวชาญด้านอาหารและขนมเป็นพิเศษแต่กลับให้ความสำคัญกับกาแฟไม่แพ้กัน อาจด้วยที่ส่วนตัวของทั้งสองคนเคยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานานและชื่นชอบการดื่มกาแฟ จึงพิถีพิถันกับกาแฟที่ใช้ในร้านเพราะต้องดื่มเองด้วย house blend ของที่นี่จึงใช้กาแฟระดับ specialty ต้นทุนสูง ให้รสชาติเอสเปรสโซที่แตกต่างอย่างน่าสนใจ ทำให้เบอรี่คูลี่กลายเป็นคาเฟ่เล็กๆ ย่านเอกมัยที่สมบูรณ์ไปทั้งเค้ก อาหาร และกาแฟ ไม่มีอะไรด้อยไปกว่ากันซึ่งนับว่าหาได้ไม่ง่ายนัก ผมก็ขออนุญาตเชิญชวนครับ สำหรับใครที่กำลังตามหา espresso ดีๆ ตามหลังขนมเค้กเลิศรส หรือแม้แต่อาหารอิตาเลี่ยนชั้นยอดในบรรยากาศสบายๆ เหมือนไปบ้านเพื่อน หรือแม้แต่สั่งเค้กเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษหรือส่งความสุขในเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่นี้ รับรองว่าผู้รับต้องชอบไม่มีคำว่าขายหน้าแน่นอนครับ ร้านอยู่เอกมัยซอย 6 ซอยติดกับ BIG C เอกมัย เปิด 10:30 - 21:30 ทุกวัน ปิดวันจันทร์ รายละเอียดเพิ่มเติมหรือโทรสั่งเค้กที่ 027141272 ชมรูปเพิ่มเติมที่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บางท่านยังไม่เคยทราบว่านอกจากจะผลิตกาแฟคั่วจำหน่ายในชื่อของเราเองแล้ว ซีททูคัพยังรับจ้างผลิตกาแฟคั่วด้วย และ Berry Coulis ถือเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่ให้เราทำ espresso แบบ custom blend ให้ ตัวคาเฟ่่เป็นร้านเล็กๆ ทำในบ้านของเจ้าของเอง ทั้งอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนและขนมเค้กแบบฝรั่งต่างๆ จึงเป็นแบบโฮมเมดแท้ๆ ที่คุณภาพเกินราคา ด้วยความที่ทั้งคุณนัดและคุณอุ๊เจ้าของร้านเคยไปร่ำเรียนมาทางด้านนี้ที่ออสเตรเลียเป็นปีๆ เรื่องรสชาติจึงไม่มีแพ้ที่ไหน<span id="more-1066"></span></p>
<p><img class="alignnone" title="berry coulis" src="http://www.seat2cup.com/images/PC092272.JPG" alt="" width="526" height="394" /></p>
<p>ที่น่าสนใจคือแม้เจ้าของร้านจะเชี่ยวชาญด้านอาหารและขนมเป็นพิเศษแต่กลับให้ความสำคัญกับกาแฟไม่แพ้กัน อาจด้วยที่ส่วนตัวของทั้งสองคนเคยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานานและชื่นชอบการดื่มกาแฟ จึงพิถีพิถันกับกาแฟที่ใช้ในร้านเพราะต้องดื่มเองด้วย house blend ของที่นี่จึงใช้กาแฟระดับ specialty ต้นทุนสูง ให้รสชาติเอสเปรสโซที่แตกต่างอย่างน่าสนใจ ทำให้เบอรี่คูลี่กลายเป็นคาเฟ่เล็กๆ ย่านเอกมัยที่สมบูรณ์ไปทั้งเค้ก อาหาร และกาแฟ ไม่มีอะไรด้อยไปกว่ากันซึ่งนับว่าหาได้ไม่ง่ายนัก</p>
<p>ผมก็ขออนุญาตเชิญชวนครับ สำหรับใครที่กำลังตามหา espresso ดีๆ ตามหลังขนมเค้กเลิศรส หรือแม้แต่อาหารอิตาเลี่ยนชั้นยอดในบรรยากาศสบายๆ เหมือนไปบ้านเพื่อน หรือแม้แต่สั่งเค้กเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษหรือส่งความสุขในเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่นี้ รับรองว่าผู้รับต้องชอบไม่มีคำว่าขายหน้าแน่นอนครับ</p>
<p>ร้านอยู่เอกมัยซอย 6 ซอยติดกับ BIG C เอกมัย เปิด 10:30 - 21:30 ทุกวัน ปิดวันจันทร์ รายละเอียดเพิ่มเติมหรือโทรสั่งเค้กที่ 027141272</p>
<p>ชมรูปเพิ่มเติมที่ <a href="http://www.facebook.com/seat2cup#!/album.php?aid=38256&amp;id=131214636911363&amp;page=2"><img class="alignnone" title="fb" src="http://www.seat2cup.com/images/Facebook_icon.png" alt="" width="23" height="21" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2010/12/berrycoulis/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จ &#124; บทเรียนจากออฟุลลี่ช็อคเคลด</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/05/awfully-chocolate/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2010/05/awfully-chocolate/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 May 2010 14:03:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเลร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=909</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้ฟังสำภาษณ์คุณลินลีผ่านทางวอยซ์ทีวีเมื่อไม่นานมานี้ ถึงความสำเร็จของออฟุลลี่ช็อคเคลด ร้านขายเค้กช้อคโกแล้ตเล็กๆ แบบอินดี้ในสิงคโปร์ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเชนแตกเป็นหลายสาขาในเมืองใหญ่ๆ ของประเทศแถบเอเซีย สิ่งที่ผมชื่นชมไม่ใช่ความสามารถเติบโตในแง่ธุรกิจของออฟุลลี่ช้อคเคลด หากเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจของคุณลินนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ เล่าแบบคร่าวๆ คือ ส่วนตัวลินลีเองเป็นคนที่ชื่นชอบเค้กช้อคโกแล้ต และได้ตระเวณชิมไปทั่ว เธอไม่ใช่คนที่ชอบทำเค้กหรือทำขนม แต่เธอเป็นคนที่ชอบ &#8220;กิน&#8221; และบอกได้ว่าอย่างไหนดี อย่างไหนอร่อย เธอใช้ความสามารถนี้ในการเลือกวัตถุดิบที่พิเศษกว่าเค้กทั่วๆ ไป ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้เค้กช้อคโกแล้ตที่เธอเชื่อว่าอร่อยที่สุดและทุกคนน่าจะชื่นชอบเช่นเดียวกัน เอาหล่ะ.. สินค้าของเธอพร้อมแล้ว  แต่วิธีการนำเสนอเค้กช้อคโกแล้ตยังสำคัญไม่แพ้ตัวเค้กเอง แนวทางของลิน จึงพยายามทำให้ &#8220;แตกต่าง&#8221; ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ฉีกกรอบเดิมๆ ออกไป แน่นอนเธอเชื่อว่าเค้กของเธอแตกต่าง และใครๆ ไม่สามารถซื้อตำราไปทำเองที่บ้านได้ เพราะวัตถุดิบถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ  เธอออกแบบร้านอย่างเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สว่่างไสว ดูคล้ายคลีนิค หรือร้านเครื่องสำอางมากกว่าร้านเบเกอรี่ทั่วไป ทำเลของออฟุลลี่ช้อคเคลดสาขาแรก ถูกลินเจาะจงให้ไปอยู่ในย่านเก่าแก่แทนที่จะเป็นออร์ชาดศูนย์รวมความทันสมัยต่างๆ ของสิงคโปร์ และรายการเค้กที่ขายเป็นไปอย่างเรียบง่าย เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน คือมีเค้กเพียง 3 รสชาติ และไอศกรีมอีก 2-3 รสชาติให้เลือกเท่านั้น ผลหรือครับ&#8230; ออฟุลลี่ช้อคเคลดของลินเรียกร้องความสนใจกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี เพราะร้านเด่นและดูแปลกตาสุดๆ มันสร้างคำถามให้กับผู้พบเห็น เป็นร้านทันสมัยที่อยู่ในย่านเก่าแก่ และดูไม่เหมือนร้านเค้ก แถมค่าเช่ายังไม่แพงอีกด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมได้ฟังสำภาษณ์คุณลินลีผ่านทางวอยซ์ทีวีเมื่อไม่นานมานี้ ถึงความสำเร็จของ<a href="http://www.awfullychocolate.com" target="_blank">ออฟุลลี่ช็อคเคลด</a> ร้านขายเค้กช้อคโกแล้ตเล็กๆ แบบอินดี้ในสิงคโปร์ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเชนแตกเป็นหลายสาขาในเมืองใหญ่ๆ ของประเทศแถบเอเซีย</p>
<p><span id="more-909"></span>สิ่งที่ผมชื่นชมไม่ใช่ความสามารถเติบโตในแง่ธุรกิจของออฟุลลี่ช้อคเคลด หากเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจของคุณลินนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ เล่าแบบคร่าวๆ คือ ส่วนตัวลินลีเองเป็นคนที่ชื่นชอบเค้กช้อคโกแล้ต และได้ตระเวณชิมไปทั่ว เธอไม่ใช่คนที่ชอบทำเค้กหรือทำขนม แต่เธอเป็นคนที่ชอบ &#8220;กิน&#8221; และบอกได้ว่าอย่างไหนดี อย่างไหนอร่อย เธอใช้ความสามารถนี้ในการเลือกวัตถุดิบที่พิเศษกว่าเค้กทั่วๆ ไป ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้เค้กช้อคโกแล้ตที่เธอเชื่อว่าอร่อยที่สุดและทุกคนน่าจะชื่นชอบเช่นเดียวกัน</p>
<p>เอาหล่ะ.. สินค้าของเธอพร้อมแล้ว  แต่วิธีการนำเสนอเค้กช้อคโกแล้ตยังสำคัญไม่แพ้ตัวเค้กเอง</p>
<p>แนวทางของลิน จึงพยายามทำให้ &#8220;แตกต่าง&#8221; ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ฉีกกรอบเดิมๆ ออกไป</p>
<p>แน่นอนเธอเชื่อว่าเค้กของเธอแตกต่าง และใครๆ ไม่สามารถซื้อตำราไปทำเองที่บ้านได้ เพราะวัตถุดิบถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ </p>
<p>เธอออกแบบร้านอย่างเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สว่่างไสว ดูคล้ายคลีนิค หรือร้านเครื่องสำอางมากกว่าร้านเบเกอรี่ทั่วไป</p>
<p>ทำเลของออฟุลลี่ช้อคเคลดสาขาแรก ถูกลินเจาะจงให้ไปอยู่ในย่านเก่าแก่แทนที่จะเป็นออร์ชาดศูนย์รวมความทันสมัยต่างๆ ของสิงคโปร์ และรายการเค้กที่ขายเป็นไปอย่างเรียบง่าย เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน คือมีเค้กเพียง 3 รสชาติ และไอศกรีมอีก 2-3 รสชาติให้เลือกเท่านั้น</p>
<p><img class="alignnone" title="awfully chocolate" src="http://www.seat2cup.com/images/awfullychoc.jpg" alt="" width="540" height="405" /></p>
<p>ผลหรือครับ&#8230; ออฟุลลี่ช้อคเคลดของลินเรียกร้องความสนใจกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี เพราะร้านเด่นและดูแปลกตาสุดๆ มันสร้างคำถามให้กับผู้พบเห็น เป็นร้านทันสมัยที่อยู่ในย่านเก่าแก่ และดูไม่เหมือนร้านเค้ก แถมค่าเช่ายังไม่แพงอีกด้วย</p>
<p>เมื่อลูกค้าได้ลองชิมเค้กดู แน่นอนอยู่แล้วว่ามันยิ่งสามารถสร้างความประทับใจได้ไม่ยาก รวมถึงการบริการที่เป็นกันเองเพราะลินดูแลใกล้ชิด หรือแม้ให้พนักงานบริการยังสามารถทำได้ดีเพราะรายการสินค้าไม่ซับซ้อนอะไร ทำให้ร้านสามารถสร้างลูกค้าด้วยวิธีปากต่อปากจนมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมีนิตยาสารแนะนำที่ดื่มกินเล่มหนึ่งมาเขียนถึง ออฟุลลี่ช้อคเคลดจึงเป็นที่รู้จักในวงกว้างและประสบความสำเร็จสูงสุดตราบเท่าทุกวันนี้</p>
<p>เมื่อนักข่าวถามว่าทำไมถึงต้องออกแบบร้านอย่างนี้ และไปอยู่ในทำเลที่ไม่น่าจะใช่กลุ่มเป้าหมาย ?</p>
<p>ลินตอบทันควัน &#8220;ฉันว่า ทำธุรกิจมันต้องเสี่ยง&#8221; และเธอได้เสี่ยงในสิ่งที่เธอเชื่อมั่น</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือเมื่อสำเร็จแล้ว ธุรกิจจะเติบโตต่อไปอย่างไร ?</p>
<p>ลินอธิบายว่า หลักการของเธอไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก เธอยังคงไม่โฆษณาใดๆ ทั้งสิ้นเพราะอยากให้ผู้คนค้นพบออฟุลลี่ช้อคเคลดด้วยตัวของเขาเอง วิธีนี้จะทำให้ลูกค้าแต่ละคนเกิดความประทับใจได้มากกว่า ส่วนการหาผู้ร่วมทุนหรือทำแฟรนไชนส์นั้น ลินไม่ได้ตั้งเป้าการเติบโตหรือกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนอะไร หากเธอให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวและแนวคิดในการทำธุรกิจมากกว่าเรื่องเงิน เพราะเธอเชื่อว่าธุรกิจของเธอนั้น แรงปรารถนาในใจหรือ passion เป็นสิ่งสำคัญที่สุด คู่ค้าที่มีเงินแต่ขาด passion จะไม่สามารถนำพาออฟุลลี่ช้อคเคลดไปในทิศทางที่ควรจะเป็นได้ เราจึงเห็นว่าผู้ที่ทำแฟรนไชนส์กับลินนั้นเป็นคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กับตัวเธอ เป็นนักธุรกิจหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มีทุนเยอะ หากมีความคิดแบบหัวก้าวหน้าและแน่นอนคือมีแรงปรารถนาในใจเต็มเปี่ยม</p>
<p>เรื่องเล่าออฟุลลี่ช้อคเคลดของลิน อาจให้บทเรียนหลายๆ อย่างกับผู้ทำร้านกาแฟได้</p>
<p>แน่นอนว่าเมล็ดกาแฟคั่วที่ดีมีรสชาติแปลกแตกต่างกับของคนอื่นๆ เป็นสิ่งสำคัญ</p>
<p>แต่การขายน้ำกาแฟนั้นยังต้องการส่วนประกอบอื่นที่เป็นรายละเอียดอีกมากมาย เช่นความสม่ำเสมอของรสชาติ ซึ่งเกิดจากความชำนาญงานของพนักงานชง เครื่องชงที่มีประสิทธิภาพพอ การดูแลรักษาระบบน้ำ และความสะอาดของเครื่องมือต่างๆ การบริการที่รวดเร็วแม่นยำ ด้วยความยิ้มแย้มโอภาปราศรัยและช่วยเหลือ บรรยากาศ สีสัน แสงสว่าง ความสะอาดของร้าน เสียงในร้าน (ทั้งเสียงเพลง และระดับเสียงการพูดคุยในร้าน รวมทั้งเสียงจากการทำเครื่องดื่ม ) ชื่อร้าน โลโก้ บรรจุภัณฑ์ ภาชนะ และ ฯลฯ รวมความง่ายๆ ว่าทุกอย่างที่ลูกค้าสัมผัสได้</p>
<p>ลูกค้าจะสำรวจความรู้สึกของตัวเองรวมๆ และตัดสินในใจว่าเขาจะกลับมาที่นี่อีกหรือไม่</p>
<p>การทำร้านกาแฟจึงเป็นเรื่องของรายละเอียดล้วนๆ เจ้าของหรือผู้บริหารจะต้องเก็บให้ได้หมด เราจึงต้องการคนที่มีแรงปรารถนาในใจหรือ passion มากๆ เพื่อนำร้านสู่ความสำเร็จให้ได้</p>
<p>ถ้ามั่นใจว่ามี passion เต็มเปี่ยมแล้ว ให้รวมกับความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอ เราต้องกล้าที่จะแตกต่างและกล้าหาญที่จะเสี่ยงทำมันออกมา โดยอย่าลืมว่าการทำธุรกิจทุกอย่างต้องเสี่ยงอยู่แล้ว ทุกธุรกิจมีโอกาสสำเร็จและล้มแล้วได้ทั้งนั้น ถ้ารับความเสี่ยงไม่ได้..อย่าทำ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="539" height="266" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="config=http%3A%2F%2Fwww.voicetv.co.th%2Ffplayer%2Fconfig.php%3Fvkey%3D737842996%26embed%3D1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="bgcolor" value="#000000" /><param name="src" value="http://www.voicetv.co.th/fplayer/player.swf?version=20100120" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="539" height="266" src="http://www.voicetv.co.th/fplayer/player.swf?version=20100120" flashvars="config=http%3A%2F%2Fwww.voicetv.co.th%2Ffplayer%2Fconfig.php%3Fvkey%3D737842996%26embed%3D1" allowfullscreen="true" bgcolor="#000000"></embed></object></p>
<p>มีทั้งหมด <a href="http://www.voicetv.co.th/search/?search_id=awfully+chocolate&amp;search_type=search_keywords" target="_blank">4-5 ตอน</a> ด้วยกัน ปุ๋ยของแรงบันดาลใจชั้นดีที่คุ้มค่าแก่การทัศนายิ่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2010/05/awfully-chocolate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซีทฯ กันอีกมุม</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/11/seat-photo/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/11/seat-photo/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 15:18:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=696</guid>
		<description><![CDATA[มีเซ็ทรูปร้านที่ลูกค้ามาถ่ายไว้ครับ เห็นว่าแปลกตาดีเลยเอามาลิงค์ให้ดูกันครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://canond400.multiply.com/photos/album/179/Seat2Cup_Coffee_Siemens_Ltd_Charn_Issara_Tower_2#"><img class="alignnone" title="seat2cup" src="http://www.seat2cup.com/images/IMG-62572.jpg" alt="" width="511" height="346" /></a><a href="http://canond400.multiply.com/photos/album/179/Seat2Cup_Coffee_Siemens_Ltd_Charn_Issara_Tower_2#"></a></p>
<p>มีเซ็ทรูปร้านที่ลูกค้ามาถ่ายไว้ครับ เห็นว่าแปลกตาดี<a href="http://canond400.multiply.com/photos/album/179/Seat2Cup_Coffee_Siemens_Ltd_Charn_Issara_Tower_2#" target="_blank">เลยเอามาลิงค์ให้ดูกัน</a>ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/11/seat-photo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Seat2Cup Menu and Hours</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/10/seat2cup-menu-and-hours/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/10/seat2cup-menu-and-hours/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2009 18:14:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=675</guid>
		<description><![CDATA[เมนูกาแฟล่าสุดที่ให้บริการที่ Seat2Cup Coffee Bar ของเราตอนนี้มี Seat2Cup Espresso เป็น default เบลนด์ ใช้เครื่องบดตัวซ้ายสุด ถัดมาตัวเล็กตรงกลางสำหรับกาแฟ Single Origin เช่นกาแฟ India Kalledevarapura estate หรืออื่นๆ ตามแต่โอกาสซึ่งใช้ชงด้วยวิธี drip เท่านั้น ที่สามจากซ้ายเป็น Mazzer Super Jolly เอาไว้ใช้สำหรับ Seat2Cup Premium Espresso หรือเบลนด์พิเศษอื่นๆ และสุดท้ายคือตัว Santos อันนี้เราใช้สำหรับอราบิก้า 100% คั่วเข้ม เพื่อทำกาแฟนมบางตัว ราคากาแฟในแต่ละรายการมีราคาเดียวครับ ลูกค้าสามารถเลือกใช้เมล็ดตัวใดก็ได้ในการทำเครื่องดื่มเอสเปรสโซโดยจ่ายราคาเดียวกัน และสำหรับ drip ด้วย Single Origin ราคาเท่ากับกาแฟอเมริกาโน่ ทั้งนี้ผมจะพยายามให้มีกาแฟอยู่ในเครื่องบดทุกตัว ทุกๆ วัน เรียกว่า ถ้าใครมาเยี่ยมเรา จะได้ลองชิมกาแฟที่หลากหลายสักหน่อย จะได้ไม่เสียเที่ยว เรื่องเวลาให้บริการมีการปรับเล็กน้อยครับ คือในวันเสาร์เราจะเปิดให้บริการเป็นบางเสาร์เท่านั้น สำหรับลูกค้าโรงคั่วขอความกรุณาโทรนัดล่วงหน้านะครับ ส่วนลูกค้าบาร์ต้องขออภัยในความไม่สะดวกและรบกวนโทรสอบถามก่อนเช่นกันครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="Seat2Cup Coffee" src="http://www.seat2cup.com/images/seat2cup_coffee.jpg" alt="" width="547" height="410" /></p>
<p>เมนูกาแฟล่าสุดที่ให้บริการที่ Seat2Cup Coffee Bar ของเราตอนนี้มี Seat2Cup Espresso เป็น default เบลนด์ ใช้เครื่องบดตัวซ้ายสุด ถัดมาตัวเล็กตรงกลางสำหรับกาแฟ Single Origin เช่นกาแฟ India Kalledevarapura estate หรืออื่นๆ ตามแต่โอกาสซึ่งใช้ชงด้วยวิธี drip เท่านั้น ที่สามจากซ้ายเป็น Mazzer Super Jolly เอาไว้ใช้สำหรับ Seat2Cup Premium Espresso หรือเบลนด์พิเศษอื่นๆ และสุดท้ายคือตัว Santos อันนี้เราใช้สำหรับอราบิก้า 100% คั่วเข้ม เพื่อทำกาแฟนมบางตัว</p>
<p>ราคากาแฟในแต่ละรายการมีราคาเดียวครับ ลูกค้าสามารถเลือกใช้เมล็ดตัวใดก็ได้ในการทำเครื่องดื่มเอสเปรสโซโดยจ่ายราคาเดียวกัน และสำหรับ drip ด้วย Single Origin ราคาเท่ากับกาแฟอเมริกาโน่ ทั้งนี้ผมจะพยายามให้มีกาแฟอยู่ในเครื่องบดทุกตัว ทุกๆ วัน เรียกว่า ถ้าใครมาเยี่ยมเรา จะได้ลองชิมกาแฟที่หลากหลายสักหน่อย จะได้ไม่เสียเที่ยว</p>
<p>เรื่องเวลาให้บริการมีการปรับเล็กน้อยครับ คือในวันเสาร์เราจะเปิดให้บริการเป็นบางเสาร์เท่านั้น สำหรับลูกค้าโรงคั่วขอความกรุณาโทรนัดล่วงหน้านะครับ ส่วนลูกค้าบาร์ต้องขออภัยในความไม่สะดวกและรบกวนโทรสอบถามก่อนเช่นกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/10/seat2cup-menu-and-hours/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อคิดธุรกิจร้านกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/coffee-house/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/coffee-house/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2009 17:19:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=557</guid>
		<description><![CDATA[ผมขอลิงค์โพสต์นี้จากพันธ์ทิพย์ให้อีกทีนะครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ผ่านตา โดยเฉพาะท่านที่ทำธุรกิจร้านกาแฟหรือคิดจะทำธุรกิจร้านกาแฟอาจได้ข้อคิดที่มีประโยชน์มากมาย ถ้าให้ผมสรุปให้แบบสั้นๆ อาจได้อย่างนี้นะครับ ทำร้านกาแฟต้องใช้เงินมาลงทุน หากคิดให้เป็นธุรกิจก็ต้องคุ้มค่าทางการเงิน  หรือแม้อยากทำสนุกๆ เพื่อสนองความต้องการทางใจ อย่างน้อยก็ควรเลี้ยงตัวเองได้คุ้มค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ไม่ขาดทุนชักเนื้อไปเรื่อยๆ ทำธุรกิจต้องหวังกำไร กำไรคือความสำเร็จ จะสำเร็จทางธุรกิจได้คงวนเวียนอยู่กับ การตลาด   การเงิน  การบริหาร การตลาด ==&#62; สินค้าดี(กาแฟอร่อย)  ทำเลเหมาะ(มีลูกค้าเป้าหมายอยู่เยอะและคู่แข่งน้อย) ราคาเหมาะสม มีการส่งเสริมการขายที่ได้ผล ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากการกำหนดตัวตนของร้านที่ชัดเจนก่อน และวางสิ่งต่างๆ เช่นสไตล์กาแฟ ราคาขาย ทำเลและ อื่นๆ ตามมาให้สอดคล้องต้องกันทั้งหมด  การเงิน==&#62; มีการวางแผนการลงทุนอย่างดี เช่นงบ 1 ล้าน เงินส่วนตัว 5 แสน กู้อีก 5 แสน ต้องจ่ายดอกเบี้ยอย่างไร ลงทุนตกแต่ง อุปกรณ์ และสินค้าขาย 5 แสน เงินทุนหมุนเวียน 1 แสน เงินทุนสำรองอีก 4 แสน คิดกำไรขาดทุนเป็น ทำงบดุลพอได้ หักค่าเสื่อมอะไรเรียบร้อย คิดค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้วคิดจุดคุ้มทุนได้ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมขอลิงค์<a href="http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B8080436/B8080436.html" target="_blank">โพสต์นี้จากพันธ์ทิพย์</a>ให้อีกทีนะครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ผ่านตา โดยเฉพาะท่านที่ทำธุรกิจร้านกาแฟหรือคิดจะทำธุรกิจร้านกาแฟอาจได้ข้อคิดที่มีประโยชน์มากมาย ถ้าให้ผมสรุปให้แบบสั้นๆ อาจได้อย่างนี้นะครับ</p>
<p><span id="more-557"></span>ทำร้านกาแฟต้องใช้เงินมาลงทุน หากคิดให้เป็นธุรกิจก็ต้องคุ้มค่าทางการเงิน  หรือแม้อยากทำสนุกๆ เพื่อสนองความต้องการทางใจ อย่างน้อยก็ควรเลี้ยงตัวเองได้คุ้มค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ไม่ขาดทุนชักเนื้อไปเรื่อยๆ</p>
<p>ทำธุรกิจต้องหวังกำไร กำไรคือความสำเร็จ จะสำเร็จทางธุรกิจได้คงวนเวียนอยู่กับ</p>
<p><strong>การตลาด   การเงิน  การบริหาร</strong></p>
<p><strong>การตลาด</strong> ==&gt; สินค้าดี(กาแฟอร่อย)  ทำเลเหมาะ(มีลูกค้าเป้าหมายอยู่เยอะและคู่แข่งน้อย) ราคาเหมาะสม มีการส่งเสริมการขายที่ได้ผล ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากการกำหนดตัวตนของร้านที่ชัดเจนก่อน และวางสิ่งต่างๆ เช่นสไตล์กาแฟ ราคาขาย ทำเลและ อื่นๆ ตามมาให้สอดคล้องต้องกันทั้งหมด </p>
<p><strong>การเงิน</strong>==&gt; มีการวางแผนการลงทุนอย่างดี เช่นงบ 1 ล้าน เงินส่วนตัว 5 แสน กู้อีก 5 แสน ต้องจ่ายดอกเบี้ยอย่างไร ลงทุนตกแต่ง อุปกรณ์ และสินค้าขาย 5 แสน เงินทุนหมุนเวียน 1 แสน เงินทุนสำรองอีก 4 แสน คิดกำไรขาดทุนเป็น ทำงบดุลพอได้ หักค่าเสื่อมอะไรเรียบร้อย คิดค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้วคิดจุดคุ้มทุนได้ว่า ต้องขายเดือนละเท่าไหร่จึงจะคุ้ม ถ้าไม่ได้แล้วจะทำอย่างไรต่อไป นอกจากนี้เราเป็นพลเมืองของประเทศ จึงต้องมีความรู้และรับผิดชอบในการจ่ายภาษีด้วย</p>
<p><strong>การบริหาร</strong>==&gt; คือต้องจัดการทุกๆ เรื่องให้เรียบร้อย ทั้งด้านการขายการตลาดมีการตรวจสอบข้อมูลและปรับกลยุทธ์ตลอดเวลา ด้านการเงินต้องมีการทำบัญชีที่จำเป็นต่างๆ และสามารถหมุนเงินได้สามารถชำระหนี้ได้ไม่สะดุด รวมถึงการจัดการด้านวัตถุดิบ สินค้าที่จะขายในร้าน จนไปถึงการบริหารและพัฒนาบุคคลากรของเราด้วย</p>
<p>พูดไปจะยิ่งยาวครับ แต่รวมความว่า <strong>&#8220;มันเป็นธุรกิจ&#8221;</strong> เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำมันให้เป็นธุรกิจ ถ้าที่ว่ามาข้างบนนี้ฟังแล้วไม่เข้าใจ ผมถือว่าท่านยังไม่พร้อม อาจจะต้องทำการบ้านเพิ่มอีกสักหน่อย นอกเหนือจากการเดินหาทำเล หรือไปเทคคอร์สเรียนกาแฟ</p>
<p>ปัจจัยสำเร็จที่เหลือ บางคนโยนให้ <strong>&#8220;ดวง&#8221;</strong></p>
<p>อันนี้คงตัวใครตัวเขาครับ ถ้าพอมีความรู้เท่าทันสักหน่อยอาจนำมาเป็นกำลังใจได้บ้าง มิฉะนั้นก็อย่าไปใส่ใจหรืออย่างน้อยอย่านำมาทำให้ตัวเองท้อใจก็พอครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/coffee-house/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอางัยดีกับแฮมเบอร์เกอร์ ?</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/11/hamburger-crisis/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/11/hamburger-crisis/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2008 14:49:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวประโคมโหมอยู่ทุกวัน หุ้นตกแล้วตกอีก บริษัทยักษ์ใหญ่ล้มเป็นโดมิโน แฮมเบอร์เกอร์มันเป็นพิษ เอสเปรสโซเลยทำท่าว่าจะขม ส่วนต้มยำกุ้งเขาว่าชามมันจะเล็กลง คราวนี้ไม่เหมือนเมื่อสี่ศูนย์ ท่านว่าเมื่อตอนนั้นเงินเราแทบไม่เหลือหรอ ฝรั่งดาหน้าเข้ามาช็อปของถูกกัน แต่คราวนี้เงินเราเยอะกว่า ในขณะที่หนี้น้อย แต่กลับกันคือตอนนี้ลูกค้าเราย่ำแย่คาดว่าแรงซื้อจากฝรั่งจะน้อยลง เมื่อตอนนั้นบ้านเมืองเรียบร้อยผู้บริหารทุ่มเทร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหา มาคราวนี้สมาธิการบริหารราชการแผ่นดินไม่ค่อยดีเพราะบ้านเมืองแบ่งเป็นหลายสี การเมืองอยู่ในช่วงปรับตัว แล้วคนทำกาแฟเล็กๆ อย่างเราจะเอายังงัยดีล่ะครับ ผมพอได้คุยกับหลายๆ คน ยังเห็นความคิดที่หลากหลาย บ้างว่าเตรียมตัวรัดเข็มขัด คิดจะลงทุนอะไรขยายอะไรคงต้องชะลอไว้ก่อน ในขณะที่บางท่านกลับบอกว่าถือเป็นโอกาสที่จะได้ทำเลที่ดีในราคาที่ถูกลง การต่อรองในเรื่องต่างๆ จะง่ายขึ้น ฝั่งเพื่อนๆ ซัพพลายเออร์ท่านก็ว่า อาจจะมีคนที่เออรี่ออกมาลงทุนร้านเล็กๆ มากขึ้น คนที่ทำธุรกิจมาก่อนหรืออยู่มานานแล้วย่อมได้เปรียบ เรียกว่าในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอ ส่วนตัวผมยังแอบคิดว่า ถ้าการผลิตหดตัว น่าจะมีแรงงานคุณภาพหลุดรอดมาถึงร้านกาแฟเล็กๆ มากขึ้น นี่จะเป็นโอกาสที่ดีในอันจะได้มาซึ่งคนที่ดีมาช่วยงาน เพราะสำหรับผมแล้วธุรกิจทุกประเภทโดยเฉพาะธุรกิจเล็กๆ อย่างเราสำคัญที่สุดคือเรื่อง &#8220;คน&#8221; ยกขึ้นมาคุยบ้างครับให้ร่วมสมัยพอได้คลายเครียด และหวังว่าจะได้ไอเดียว่าเราควรจะเตรียมตัวรับอย่างไร หรืออย่างน้อยมีกำลังใจมาแบ่งปันกันบ้างก็ยังดี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวประโคมโหมอยู่ทุกวัน หุ้นตกแล้วตกอีก บริษัทยักษ์ใหญ่ล้มเป็นโดมิโน แฮมเบอร์เกอร์มันเป็นพิษ เอสเปรสโซเลยทำท่าว่าจะขม ส่วนต้มยำกุ้งเขาว่าชามมันจะเล็กลง</p>
<p><span id="more-266"></span></p>
<p>คราวนี้ไม่เหมือนเมื่อสี่ศูนย์ ท่านว่าเมื่อตอนนั้นเงินเราแทบไม่เหลือหรอ ฝรั่งดาหน้าเข้ามาช็อปของถูกกัน แต่คราวนี้เงินเราเยอะกว่า ในขณะที่หนี้น้อย แต่กลับกันคือตอนนี้ลูกค้าเราย่ำแย่คาดว่าแรงซื้อจากฝรั่งจะน้อยลง เมื่อตอนนั้นบ้านเมืองเรียบร้อยผู้บริหารทุ่มเทร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหา มาคราวนี้สมาธิการบริหารราชการแผ่นดินไม่ค่อยดีเพราะบ้านเมืองแบ่งเป็นหลายสี การเมืองอยู่ในช่วงปรับตัว แล้วคนทำกาแฟเล็กๆ อย่างเราจะเอายังงัยดีล่ะครับ</p>
<p>ผมพอได้คุยกับหลายๆ คน ยังเห็นความคิดที่หลากหลาย บ้างว่าเตรียมตัวรัดเข็มขัด คิดจะลงทุนอะไรขยายอะไรคงต้องชะลอไว้ก่อน ในขณะที่บางท่านกลับบอกว่าถือเป็นโอกาสที่จะได้ทำเลที่ดีในราคาที่ถูกลง การต่อรองในเรื่องต่างๆ จะง่ายขึ้น ฝั่งเพื่อนๆ ซัพพลายเออร์ท่านก็ว่า อาจจะมีคนที่เออรี่ออกมาลงทุนร้านเล็กๆ มากขึ้น คนที่ทำธุรกิจมาก่อนหรืออยู่มานานแล้วย่อมได้เปรียบ เรียกว่าในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอ</p>
<p>ส่วนตัวผมยังแอบคิดว่า ถ้าการผลิตหดตัว น่าจะมีแรงงานคุณภาพหลุดรอดมาถึงร้านกาแฟเล็กๆ มากขึ้น นี่จะเป็นโอกาสที่ดีในอันจะได้มาซึ่งคนที่ดีมาช่วยงาน เพราะสำหรับผมแล้วธุรกิจทุกประเภทโดยเฉพาะธุรกิจเล็กๆ อย่างเราสำคัญที่สุดคือเรื่อง &#8220;คน&#8221;</p>
<p>ยกขึ้นมาคุยบ้างครับให้ร่วมสมัยพอได้คลายเครียด และหวังว่าจะได้ไอเดียว่าเราควรจะเตรียมตัวรับอย่างไร หรืออย่างน้อยมีกำลังใจมาแบ่งปันกันบ้างก็ยังดี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/11/hamburger-crisis/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมล็ดกาแฟคั่วสำหรับร้านกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/coffee-4-bar/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/coffee-4-bar/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2008 17:39:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[รสชาติกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดกาแฟคั่ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=183</guid>
		<description><![CDATA[มีเพื่อนๆ ที่ทำกาแฟพูดถึงเรื่องนี้มากแล้วแต่ก็ยังอยากโน้ตไว้อีกนิดเผื่อจะมีแนวคิดที่ต่างไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ เรื่องมันดำเนินมาตั้งแต่ “ทำเลเปิดร้านกาแฟ” ต่อด้วย “เครื่องชงกาแฟ” มาถึงเมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านนี้ถือเป็นความต่อเนื่องกันทั้งหมด หากแม้นเป็นการเขียนนิยายสักเล่มอาจถือว่า 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวไปเป็นโครงเรื่องซึ่งต้องสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี และทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ยังต้องสัมพันธ์กันกับตำแหน่งหรือตัวตนของร้านที่วางไว้อย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับงานวรรณกรรมหากวางเรื่องเป็นแนวชีวิตแสนเศร้าแล้วเราจะสอดแทรกตลกไร้สาระเข้าไปย่อมทำให้เรื่อง “โดด” และหมดคุณค่าไม่น่าอ่าน เมื่อเป็นการทำธุรกิจร้านกาแฟ จะให้ประสบความสำเร็จนั้นคงยาก เมล็ดกาแฟคั่วที่ใช้หมายถึงรสชาติที่ร้านจะนำเสนอต่อลูกค้า ผมขออนุญาตจำแนกเมล็ดกาแฟคั่วในท้องตลาดแบบคร่าวๆ เป็นกลุ่มๆ ดังนี้นะครับ เมล็ดกาแฟคั่วเข้มมาก ขมไหม้  กลุ่มนี้พบโดยทั่วไปในเมืองไทย โดยมากคั่วจากกาแฟดิบคุณภาพไม่สูงเนื่องจากการคั่วเข้มจะช่วยทำให้ข้อบกพร่องหลายประการในเมล็ดกาแฟดิบนั้นๆ เหลือเพียงขมไหม้เหมือนกันทั้งหมด รสชาติกาแฟประเภทนี้จะคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะซื้อจากที่ใด แต่จะมาถูกทำให้แตกต่างด้วยส่วนผสมตอนชง ราคาเมล็ดกาแฟไม่แพง อาจมีการผสมกาแฟโรบัสต้าเพื่อให้เข้มข้นและมีกลิ่นฉุนขึ้น ได้รับความนิยมมากในหมู่นักดื่มคนไทยซึ่งชอบกาแฟรสจัดและดื่มเป็นกาแฟเย็นที่มีส่วนผสมของนมข้นหวาน เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม ขม แต่ไม่ไหม้  ในกลุ่มนี้ผมถือว่าเมล็ดกาแฟมีคุณภาพสูงขึ้นกว่าข้อ 1. ยังคงคั่วเข้มเพื่อใช้กับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมมาก หรือใช้ทำกาแฟปั่นมาก แต่ไม่ถึงกับไหม้ มีกลิ่นหอมกาแฟพอสมควร แต่ละโรงคั่วจะมีการจัดหาแหล่งกาแฟที่มีบุคลิกต่างกันไป จึงเป็นไปได้ว่ารสชาติของกาแฟแต่ละที่จะแตกต่างกัน กาแฟของสตาร์บักซ์ผมรวมอยู่ในกลุ่มนี้ เมล็ดกาแฟคั่วกลาง  โดยมากจะคั่วจากกาแฟดิบคุณภาพกลางถึงสูง มีรสชาติเฉพาะตัวมากขึ้น ไม่ขมมากจนสามารถแสดงบุคลิกของกาแฟแท้ๆ ได้มากขึ้น กาแฟมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นที่นิยมในประเทศแถบยุโรปหลายประเทศ รวมถึงอิตาลีภาคกลางขึ้นไปจนถึงแนวตีนเทือกเขาแอลป์ กาแฟแบบนี้จะไม่ขมมากหากนำไปใช้กับนมมากๆ หรือทำพวกกาแฟปั่นจะให้รสชาติกาแฟอ่อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีเพื่อนๆ ที่ทำกาแฟพูดถึงเรื่องนี้มากแล้วแต่ก็ยังอยากโน้ตไว้อีกนิดเผื่อจะมีแนวคิดที่ต่างไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ เรื่องมันดำเนินมาตั้งแต่ <strong>“ทำเลเปิดร้านกาแฟ”</strong> ต่อด้วย <strong>“เครื่องชงกาแฟ”</strong> มาถึงเมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านนี้ถือเป็นความต่อเนื่องกันทั้งหมด หากแม้นเป็นการเขียนนิยายสักเล่มอาจถือว่า 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวไปเป็นโครงเรื่องซึ่งต้องสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี และทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ยังต้องสัมพันธ์กันกับตำแหน่งหรือตัวตนของร้านที่วางไว้อย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับงานวรรณกรรมหากวางเรื่องเป็นแนวชีวิตแสนเศร้าแล้วเราจะสอดแทรกตลกไร้สาระเข้าไปย่อมทำให้เรื่อง <strong>“โดด”</strong> และหมดคุณค่าไม่น่าอ่าน เมื่อเป็นการทำธุรกิจร้านกาแฟ จะให้ประสบความสำเร็จนั้นคงยาก</p>
<p><span id="more-183"></span><strong>เมล็ดกาแฟคั่ว</strong>ที่ใช้หมายถึงรสชาติที่ร้านจะนำเสนอต่อลูกค้า ผมขออนุญาตจำแนกเมล็ดกาแฟคั่วในท้องตลาดแบบคร่าวๆ เป็นกลุ่มๆ ดังนี้นะครับ</p>
<ol>
<li><strong>เมล็ดกาแฟคั่วเข้มมาก ขมไหม้</strong>  กลุ่มนี้พบโดยทั่วไปในเมืองไทย โดยมากคั่วจากกาแฟดิบคุณภาพไม่สูงเนื่องจากการคั่วเข้มจะช่วยทำให้ข้อบกพร่องหลายประการในเมล็ดกาแฟดิบนั้นๆ เหลือเพียงขมไหม้เหมือนกันทั้งหมด รสชาติกาแฟประเภทนี้จะคล้ายคลึงกันไม่ว่าจะซื้อจากที่ใด แต่จะมาถูกทำให้แตกต่างด้วยส่วนผสมตอนชง ราคาเมล็ดกาแฟไม่แพง อาจมีการผสมกาแฟโรบัสต้าเพื่อให้เข้มข้นและมีกลิ่นฉุนขึ้น ได้รับความนิยมมากในหมู่นักดื่มคนไทยซึ่งชอบกาแฟรสจัดและดื่มเป็นกาแฟเย็นที่มีส่วนผสมของนมข้นหวาน</li>
<li><strong>เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม ขม แต่ไม่ไหม้</strong>  ในกลุ่มนี้ผมถือว่าเมล็ดกาแฟมีคุณภาพสูงขึ้นกว่าข้อ 1. ยังคงคั่วเข้มเพื่อใช้กับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมมาก หรือใช้ทำกาแฟปั่นมาก แต่ไม่ถึงกับไหม้ มีกลิ่นหอมกาแฟพอสมควร แต่ละโรงคั่วจะมีการจัดหาแหล่งกาแฟที่มีบุคลิกต่างกันไป จึงเป็นไปได้ว่ารสชาติของกาแฟแต่ละที่จะแตกต่างกัน กาแฟของสตาร์บักซ์ผมรวมอยู่ในกลุ่มนี้</li>
<li><strong>เมล็ดกาแฟคั่วกลาง</strong>  โดยมากจะคั่วจากกาแฟดิบคุณภาพกลางถึงสูง มีรสชาติเฉพาะตัวมากขึ้น ไม่ขมมากจนสามารถแสดงบุคลิกของกาแฟแท้ๆ ได้มากขึ้น กาแฟมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นที่นิยมในประเทศแถบยุโรปหลายประเทศ รวมถึงอิตาลีภาคกลางขึ้นไปจนถึงแนวตีนเทือกเขาแอลป์ กาแฟแบบนี้จะไม่ขมมากหากนำไปใช้กับนมมากๆ หรือทำพวกกาแฟปั่นจะให้รสชาติกาแฟอ่อน</li>
<li><strong>เมล็ดกาแฟคั่วแบบหัวก้าวหน้า</strong> กลุ่มนี้อาจพบกาแฟคั่วอ่อนมากๆ จนไปถึงเข้มมากๆ แต่รสชาติกาแฟจะมีลักษณะเฉพาะตัวโดดเด่นมาก คั่วและเบลนด์ด้วยความปราณีตบวกจิตนาการจากเมล็ดกาแฟดิบที่มีคุณภาพสูงมาก โดยมากพบในบาร์กาแฟขนาดเล็กหัวก้าวหน้าที่พยายามยกระดับกาแฟให้เป็นเครื่องดื่มระดับพิเศษหรือ <strong>specialty </strong>นำเสนอรสชาติกาแฟที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง</li>
</ol>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;"><a href="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/roastedbean.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-187" title="roasted coffee bean" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/roastedbean.jpg" alt="" width="500" height="220" /></a></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;">ผมแบ่งเอาตามความคิดส่วนตัวนะครับ แต่หากเห็นด้วยนั่นหมายความว่าท่านว่าที่เจ้าของร้านจะต้องเลือกเมล็ดกาแฟกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจาก 4 กลุ่มที่กล่าวมานี้ให้สัมพันธ์กันกับตัวตนของร้านดังที่กล่าวไปเป็นการตอกย้ำให้เห็นความสำคัญของ <strong>“ตัวตนร้าน”</strong> ที่ต้องถูกกำหนดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้แต่ละกลุ่มเมล็ดกาแฟยังมีกลุ่มลูกค้าผู้ดื่มของใครของเขาแตกต่างกัน จึงเป็นหน้าที่ของท่านผู้ประกอบการที่จะต้องมองให้ออกว่าตรงกับลูกค้าเป้าหมายของท่านหรือไม่  หากท่านมีสายตาดี นั่นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ และเมื่อผ่านด่านสำคัญนี้ไปได้เราจึงค่อยพิจารณาสรุปเรื่อง<strong>การตั้งราคา</strong>หรือ pricing เป็นลำดับต่อไป</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;">เริ่มเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า<strong> “เปิดร้านกาแฟ”</strong> นั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ขอเพียงคิดและทำเป็นขั้นเป็นตอนไป มีวินัย และเคร่งครัดในสิ่งที่ควร</p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0pt;"><strong>ปรึกษาปัญหาการเปิดร้านกาแฟที่ฟอรั่ม </strong><a title="ฟอรั่ม กาแฟพิเศษ" href="http://coffee.thai-forum.net" target="_blank"><strong>กาแฟพิเศษ</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/coffee-4-bar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเลร้านกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/coffee-bar-locations/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/coffee-bar-locations/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Aug 2008 20:42:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[คนที่เพิ่งเริ่มคิดจะทำร้านกาแฟมักมีคำถามในใจเป็นล้านข้อ เมื่อปรึกษาคนที่พอจะรู้เรื่องกาแฟบ้างมักได้รับข้อคิดเตือนใจให้ความสำคัญกับเรื่อง &#8220;ทำเล&#8221; เป็นเรื่องแรก&#8230;และจนเป็นเรื่องสุดท้าย ทำเล ทำเล ทำเล&#8230; เปิดร้านกาแฟแค่มีเงินก็เปิดได้ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น &#8220;ทำเล&#8221; ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด จนทำให้แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าแม้นทำเลดีจริง ต่อให้หลับตาใช้แขนข้างซ้ายชงกาแฟขาย มันก็คงอยู่รอดได้ไม่ยาก แต่ความจริงคือ &#8220;ของดี&#8221; ใครๆ ก็อยากได้ ทำให้ &#8220;ทำเล&#8221; ที่ว่าดีจริงๆ นั้น มีราคาแพงเป็นธรรมดา ต้องแย่งชิงกัน ใครจะได้ไปบางทีเป็นเรื่องโชควาสนา ใครบุ่มบ่ามบ้าบิ่นชิงเอามาได้แต่เมื่อทำจริงๆ แล้วหากไร้ฝีมือยังถูก &#8220;ทำเล&#8221; ลงโทษด้วยค่าเช่าที่แสนแพง เรียกว่าขายได้ดีจริงแต่ไม่พอจ่ายค่าเช่า ทำเท่าไหร่เจ้าที่เอาไปหมด นี่ก็เป็นเรื่องฝีมือในการทำธุรกิจ ซีททูคัพไม่ถึงกับประสบความสำเร็จในการทำร้านมากมายหรอกครับ แค่พอเอาตัวรอดได้ด้วยเหตุที่ตั้งใจให้ร้านเป็นเหมือน workshop เสียมากกว่า เพื่อใช้ทดลองและพัฒนากาแฟรวมถึงเทคนิคการทำร้านต่างๆ ไว้ใช้แนะนำให้กับลูกค้าโรงคั่วของเรา สำหรับเรื่องทำเลเปิดร้านกาแฟนั้น แนวคิดคือนอกจากจะมีคนให้เห็นจริงๆ แล้ว ท่านว่าที่เจ้าของร้านทั้งหลายยังต้องมองทะลุลงไปในหมู่คนเหล่านั้นว่ามีว่าที่ลูกค้าของเราหรือไม่ และมีจำนวนมากพอหรือเปล่า ผมสรุปเป็นแนวคิดในการมองทำเลสำหรับเปิดร้านไว้ง่ายๆ อย่างนี้นะครับ มองตัวเองก่อน แล้วค่อยย้อนมองทำเล ทุกคนมุ่งมองไปในที่ชุมนุมชน คือให้มีคนมากๆ ไว้ นั่นถูกต้องแล้ว แต่อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อนนะครับ ว่าเราเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร ชอบร้านแบบไหน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนที่เพิ่งเริ่มคิดจะทำร้านกาแฟมักมีคำถามในใจเป็นล้านข้อ เมื่อปรึกษาคนที่พอจะรู้เรื่องกาแฟบ้างมักได้รับข้อคิดเตือนใจให้ความสำคัญกับเรื่อง &#8220;ทำเล&#8221; เป็นเรื่องแรก&#8230;และจนเป็นเรื่องสุดท้าย ทำเล ทำเล ทำเล&#8230; เปิดร้านกาแฟแค่มีเงินก็เปิดได้ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น &#8220;ทำเล&#8221; ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด จนทำให้แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าแม้นทำเลดีจริง ต่อให้หลับตาใช้แขนข้างซ้ายชงกาแฟขาย มันก็คงอยู่รอดได้ไม่ยาก</p>
<p><span id="more-120"></span>แต่ความจริงคือ &#8220;ของดี&#8221; ใครๆ ก็อยากได้ ทำให้ &#8220;ทำเล&#8221; ที่ว่าดีจริงๆ นั้น มีราคาแพงเป็นธรรมดา ต้องแย่งชิงกัน ใครจะได้ไปบางทีเป็นเรื่องโชควาสนา ใครบุ่มบ่ามบ้าบิ่นชิงเอามาได้แต่เมื่อทำจริงๆ แล้วหากไร้ฝีมือยังถูก &#8220;ทำเล&#8221; ลงโทษด้วยค่าเช่าที่แสนแพง เรียกว่าขายได้ดีจริงแต่ไม่พอจ่ายค่าเช่า ทำเท่าไหร่เจ้าที่เอาไปหมด นี่ก็เป็นเรื่องฝีมือในการทำธุรกิจ</p>
<p>ซีททูคัพไม่ถึงกับประสบความสำเร็จในการทำร้านมากมายหรอกครับ แค่พอเอาตัวรอดได้ด้วยเหตุที่ตั้งใจให้ร้านเป็นเหมือน workshop เสียมากกว่า เพื่อใช้ทดลองและพัฒนากาแฟรวมถึงเทคนิคการทำร้านต่างๆ ไว้ใช้แนะนำให้กับลูกค้าโรงคั่วของเรา สำหรับเรื่องทำเลเปิดร้านกาแฟนั้น แนวคิดคือนอกจากจะมีคนให้เห็นจริงๆ แล้ว ท่านว่าที่เจ้าของร้านทั้งหลายยังต้องมองทะลุลงไปในหมู่คนเหล่านั้นว่ามีว่าที่ลูกค้าของเราหรือไม่ และมีจำนวนมากพอหรือเปล่า ผมสรุปเป็นแนวคิดในการมองทำเลสำหรับเปิดร้านไว้ง่ายๆ อย่างนี้นะครับ</p>
<ol>
<li><strong>มองตัวเองก่อน แล้วค่อยย้อนมองทำเล </strong>ทุกคนมุ่งมองไปในที่ชุมนุมชน คือให้มีคนมากๆ ไว้ นั่นถูกต้องแล้ว แต่อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อนนะครับ ว่าเราเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร ชอบร้านแบบไหน แล้วอยากได้ลูกค้าแบบไหน หรืออยากจะขายกาแฟแบบไหน อย่าลืมว่าผู้ดื่มกาแฟมีหลากหลาย เช่นดื่มราคาสูง ดื่มราคาต่ำ ดื่มกาแฟร้อน ดื่มกาแฟเย็น ดื่มกาแฟแบบไทย หรือดื่มแบบสากล ดื่มเพื่อแก้ง่วง หรือดื่มเพราะชอบ หรือดื่มเพราะติด หรือดื่มตามเพื่อน หรือ ฯลฯ ลองวิเคราะห์ดูนะครับ ถามตัวเองว่าชอบที่จะขายใคร จากนั้นจึงไปมองทำเลที่หมายตาไว้ว่า &#8220;ใครคนนั้น&#8221; ท่ามกลางผู้คนอันมากมาย มีอยู่จริงหรือเปล่า และมีมากพอหรือเปล่า</li>
<li><strong>โฟกัส </strong>เป็นการย้ำคำในข้อ 1. ครับ ว่าหากหมายจะขายใครแล้ว ให้ทุ่มเททุกอย่างไปที่กลุ่มนั้น อย่าไปเผื่อใจให้ใครอื่น มิเช่นนั้นท่านจะมองทำเลพลาดได้ และจะทำให้รูปแบบร้านหรือรูปแบบธุรกิจขาดความชัดเจนพาให้ล้มเหลวในที่สุด</li>
<li><strong>เผื่อให้มาก </strong>ด้วยความที่การหาทำเลมันช่างยากเย็นไงครับ หลายคนพอเห็นบางทำเลว่า &#8220;พอไปได้&#8221; มักจะจินตนาการต่อไปต่างต่างนานาในแง่ดีทั้งนั้น เพราะไม่อยากจะเดินหาต่อกันแล้ว มันเหนื่อยแล้ว ผมก็เตือนได้แค่ขอให้อดทนครับ &#8220;รางวัล&#8221; มีไว้สำหรับผู้ที่เหนื่อยยากเท่านั้น เผื่อให้มากหมายความว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราหวังต้องมีมากกว่าที่เราต้องการหลายๆ เท่า อย่างเช่นในตึกชาญฯ มี 3,000 กลุ่มเป้าหมายของเรามีประมาณ 300 แต่จริงๆ แค่ 100 เดียวเราก็พออยู่ได้แล้ว</li>
</ol>
<p>การเลือกทำเลผมถือเป็นรายวิชาทางธุรกิจที่มีค่าหน่วยกิจสูงครับ หลายคนที่เซียนๆ ในการดูทำเลมักจะลงวิชานี้ซ้ำหลายรอบ เสียค่าหน่วยกิจไปมากแล้ว แต่เท่าที่สังเกตหรือเคยพูดคุยด้วย ผมพบว่าพวกเขาเริ่มดูทำเลได้เฉียบคมขึ้นพร้อมๆ กับตัวตนที่ชัดเจนขึ้น จุดนี้เองเป็นจุดที่เป็นปัญหามากสำหรับมือใหม่หรือคนที่เพิ่งคิดทำร้าน เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องทำเล แต่เป็นเรื่องที่เรายังไม่รู้จักตัวเองและไม่สามารถกำหนดตัวตนของร้านที่กำลังจะทำนั้นได้ชัดเจนพอ&#8230;นั่นคือเราไม่รู้ว่าเราคือใคร ไม่รู้ว่าลูกค้าเป็นใครกันแน่ และลูกค้าก็ไม่รู้ว่าเราคืออะไร&#8230;แล้วเราจะขายกันยังไงล่ะครับ</p>
<p>ศิลปะในการมองทำเลสำหรับร้านกาแฟยังมีอีกมากมายครับ ผมแค่มองจากมุมเล็กๆ และเล่าแบบง่ายๆ แต่อันที่จริงการมองได้ง่ายๆ นั้นตัวเลขมันเต็มหัวไปหมดทั้งต้นทุนค่าเช่าค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำร้านนานๆ มันจะขึ้นใจ เห็นทำเลเห็นค่าเช่าจะพอบอกได้เลยว่าลูกค้าเท่าไหร่ถึงจะพอ ธุรกิจร้านกาแฟถือเป็นธุรกิจค้าปลีกอย่างหนึ่งก็จริงแต่มีลักษณะเฉพาะตัวบางอย่างที่ไม่เหมือนใคร ต้องเข้าร้านกาแฟให้มากและสังเกตให้มากครับ อาจจะจับจุดบางอย่างได้ ที่เหลือคงต้องรอเพื่อนๆ ที่ทำร้านอยู่แล้วมาแบ่งปันความคิดกันบ้าง</p>
<p><strong>ปรึกษาปัญการเปิดร้านกาแฟที่ฟอรั่ม </strong><a title="กระดานสนทนาปัญหากาแฟ" href="http://coffee.thai-forum.net" target="_blank"><strong>กาแฟพิเศษ</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/coffee-bar-locations/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

