<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH &#187; Uncategorized</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/category/uncategorized/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Dec 2011 18:38:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.4</generator>
		<item>
		<title>trade not aid</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/03/trade-not-aid/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2010/03/trade-not-aid/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Mar 2010 18:00:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การค้ากาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอธิโอเปีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=848</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;We want trade !!!.. not aid&#8221;  จำไม่ได้ว่าใครพูด แต่เสียงมันยังดังก้องอยู่ในหัว นับแต่ได้ดูหนังสารคดี  Black gold คนที่ติดตามเรื่องการค้าระหว่างประเทศคงพอเข้าใจได้ สำหรับผมที่ตามแบบผิวเผินยังเข้าใจแบบง่ายๆ ว่า การค้าของโลกในปัจจุบันบางคนว่าเป็นการล่าอาณานิคมแบบใหม่ของประเทศมหาอำนาจ ประเทศในอัฟริกายากจนลงทั้งที่เมื่อก่อนสามารถผลิตอาหารเลี้ยงดูตัวเองได้ และยังเหลือส่งออกได้ หากภายหลังประเทศร่ำรวยซึ่งร่ำรวยมาจากการขายวัฒนธรรม เทคโนโลยี่ และอุตสาหกรรม นำความร่ำรวยนั้นมาช่วยเหลือภาคเกษตรของตัวเองจนทำให้ได้เปรียบประเทศเล็กๆ ประเทศกำลังพัฒนาต้องการขายสินค้าเกษตร  ประเทศพัฒนากีดกันและอุดหนุนภาคเกษตรของตัวเอง ประเทศพัฒนาอยากขายสินค้าอุตสาหกรรม ประเทศกำลังพัฒนาอยากอุดหนุนภาคอุตสาหกรรมของตัวเองบ้าง แต่จะเอาเงินที่ไหนมาอุดหนุนล่ะครับ เลยต้องจำใจซื้อเขา ซื้อมากๆ เข้าก็ขาดดุลป่นปี้ ประเทศกำลังพัฒนารวมกลุ่มกันกดดันให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม ในขณะที่ประเทศพัฒนาสลายกลุ่มนี้อย่างแยบยลด้วยการใช้ FTA คุยกันทีละประเทศ มันเป็นอย่างนี้ครับ ประเทศกำลังพัฒนาเลยจนลง จนลง จนลง เอธิโอเปียเป็นหลักฐานสำคัญของปรากฎการณ์นี้ เราทราบกันดีว่าปัจจุบันกาแฟเอธิโอเปียมีชื่อเสียงระดับโลก เคียงคู่กับที่เอธิโอเปียขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ &#8220;จน&#8221; ที่สุดในโลก จนมีปัญหาคนอดอยากล้มตายและต้องขอข้าวจากประเทศพัฒนากินปีละมากมายมหาศาล ลำพังเงินจากการขายเพลงวีอาร์เดอะเวิร์ลดนั้นไม่พอกินหรอกครับ We want trade not aid &#8230; จึงเป็นเสียงตะโกนที่แสดงความเจ็บปวดของคนอัฟริกัน และประเทศด้อยพัฒนาทั่วโลก ส่วนกาแฟ fair trade นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการบริจาคข้าวให้เขากินเพราะส่วนเพิ่มที่ให้ เป็นส่วนเพิ่มเพียงเล็กน้อยจากราคากลางที่ตลาดนิวยอร์กซึ่งมันเป็นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหนึ่งและกำหนดโดยพ่อค้าจากประเทศร่ำรวย ทั้งๆ ที่ราคากาแฟที่เป็นธรรมที่แท้จริงนั้นควรให้ตามคุณภาพและความพิเศษของมันซึ่งสูงกว่าราคากลางเสมอ นี่ต่างหากที่จะทำให้ชาวสวนกาแฟอยู่ได้ ผมนำมาเล่าแบบหยาบๆ ให้พอเห็นบรรยากาศเท่านั้นล่ะครับว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ในโลกของเราที่แม้ว่าจะเจริญก้าวหน้าไปขนาดไหน แต่การเรียกร้องและแสวงหาความเป็นธรรมและความยุติธรรมยังมีอยู่ในทุกสังคม คนอดอยากและด้อยโอกาสยังมีอยู่นับล้านๆ คน  เป็นคำถามลอยๆ ว่านี่เราเจริญแบบไหนกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;We want trade !!!.. not aid&#8221;  จำไม่ได้ว่าใครพูด แต่เสียงมันยังดังก้องอยู่ในหัว นับแต่ได้ดูหนังสารคดี  Black gold</p>
<p>คนที่ติดตามเรื่องการค้าระหว่างประเทศคงพอเข้าใจได้ สำหรับผมที่ตามแบบผิวเผินยังเข้าใจแบบง่ายๆ ว่า การค้าของโลกในปัจจุบันบางคนว่าเป็นการล่าอาณานิคมแบบใหม่ของประเทศมหาอำนาจ ประเทศในอัฟริกายากจนลงทั้งที่เมื่อก่อนสามารถผลิตอาหารเลี้ยงดูตัวเองได้ และยังเหลือส่งออกได้ หากภายหลังประเทศร่ำรวยซึ่งร่ำรวยมาจากการขายวัฒนธรรม เทคโนโลยี่ และอุตสาหกรรม นำความร่ำรวยนั้นมาช่วยเหลือภาคเกษตรของตัวเองจนทำให้ได้เปรียบประเทศเล็กๆ</p>
<p><span id="more-848"></span>ประเทศกำลังพัฒนาต้องการขายสินค้าเกษตร  ประเทศพัฒนากีดกันและอุดหนุนภาคเกษตรของตัวเอง</p>
<p>ประเทศพัฒนาอยากขายสินค้าอุตสาหกรรม ประเทศกำลังพัฒนาอยากอุดหนุนภาคอุตสาหกรรมของตัวเองบ้าง แต่จะเอาเงินที่ไหนมาอุดหนุนล่ะครับ เลยต้องจำใจซื้อเขา ซื้อมากๆ เข้าก็ขาดดุลป่นปี้</p>
<p>ประเทศกำลังพัฒนารวมกลุ่มกันกดดันให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม ในขณะที่ประเทศพัฒนาสลายกลุ่มนี้อย่างแยบยลด้วยการใช้ FTA คุยกันทีละประเทศ</p>
<p>มันเป็นอย่างนี้ครับ ประเทศกำลังพัฒนาเลยจนลง จนลง จนลง</p>
<p>เอธิโอเปียเป็นหลักฐานสำคัญของปรากฎการณ์นี้</p>
<p>เราทราบกันดีว่าปัจจุบันกาแฟเอธิโอเปียมีชื่อเสียงระดับโลก เคียงคู่กับที่เอธิโอเปียขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ &#8220;จน&#8221; ที่สุดในโลก จนมีปัญหาคนอดอยากล้มตายและต้องขอข้าวจากประเทศพัฒนากินปีละมากมายมหาศาล ลำพังเงินจากการขายเพลงวีอาร์เดอะเวิร์ลดนั้นไม่พอกินหรอกครับ</p>
<p>We want trade not aid &#8230; จึงเป็นเสียงตะโกนที่แสดงความเจ็บปวดของคนอัฟริกัน และประเทศด้อยพัฒนาทั่วโลก ส่วนกาแฟ fair trade นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการบริจาคข้าวให้เขากินเพราะส่วนเพิ่มที่ให้ เป็นส่วนเพิ่มเพียงเล็กน้อยจากราคากลางที่ตลาดนิวยอร์กซึ่งมันเป็นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหนึ่งและกำหนดโดยพ่อค้าจากประเทศร่ำรวย ทั้งๆ ที่ราคากาแฟที่เป็นธรรมที่แท้จริงนั้นควรให้ตามคุณภาพและความพิเศษของมันซึ่งสูงกว่าราคากลางเสมอ นี่ต่างหากที่จะทำให้ชาวสวนกาแฟอยู่ได้</p>
<p>ผมนำมาเล่าแบบหยาบๆ ให้พอเห็นบรรยากาศเท่านั้นล่ะครับว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ในโลกของเราที่แม้ว่าจะเจริญก้าวหน้าไปขนาดไหน แต่การเรียกร้องและแสวงหาความเป็นธรรมและความยุติธรรมยังมีอยู่ในทุกสังคม คนอดอยากและด้อยโอกาสยังมีอยู่นับล้านๆ คน  เป็นคำถามลอยๆ ว่านี่เราเจริญแบบไหนกัน</p>
<p>ผมไม่มีคลิปของแบล็คโกลด์มาฝากนะครับ แต่แนะนำว่าเป็นหนังที่คนกาแฟต้องดู ส่วนข้างล่างนี้เป็นคลิปโดยแดเนี่ยล ฮัมฟรี่ ให้พอเห็นภาพกาแฟเอธิโอเปียดินแดนซึ่งเป็นมารดาแห่งกาแฟของโลก</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="429" height="270" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/mFD7lYRWv3s&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="429" height="270" src="http://www.youtube.com/v/mFD7lYRWv3s&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2010/03/trade-not-aid/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส.ค.ส. ปีใหม่ 2553</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/12/newyear2010/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/12/newyear2010/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2009 06:01:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ซีททูคัพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=720</guid>
		<description><![CDATA[ส่งความสุขกันเร็วเลย ภาพเป็นเชอรี่กาแฟจากต้นที่ปลูกที่บ้าน นับทั้งต้นได้ประมาณ 4-5 ลูก ถือว่าเยอะกว่าทุกปี ปี 2552 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายๆ คน จึงได้แต่หวังว่าปีหน้าอะไรๆ จะค่อยๆ ดีขึ้น สำหรับวงการกาแฟในปีใหม่ที่จะถึงนี้ คงไม่มีอะไรน่าจับตามองเท่ากับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ตอนนี้แม้ยังไม่ย่างเข้าปี 53 ดีก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวกันแล้ว ผมได้รับโทรศัพท์จากชาวสวน รวมถึงโรงสีกาแฟโรบัสต้าจากกระบี่และชุมพร มากกว่าทุกปี เมื่อสอบถามกันตรงๆ ท่านว่าต้องพยายามวิ่งขายมากขึ้นเพราะพ่อค้าและผู้ส่งออกที่เคยค้าขายกันนั้นเริ่มส่งคำสั่งซื้อไปให้เวียตนามแล้ว ราคาโรบัสต้าที่ขายกันในบ้านเราที่เคยสูงขนาด 70-90 ตอนนี้จึงเหลือเพียง 50-60 บาทเท่านั้น สำหรับซีททูคัพเองในปีใหม่นี้เราคงจดจ่ออยู่กับเมล็ดกาแฟนำเข้าจากทั้งลาวและอินโดนีเซียเป็นหลัก อาจต้องรอเวลาให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย เข้าที่เข้าทางสักหน่อย เราจึงจะสรุปเรื่องเมล็ดกาแฟที่จะนำมาใช้ในเบลนด์ต่างๆ ของเราได้ ขอให้แฟนๆ อดใจรอกันอีกสักนิดนะครับ เชื่อว่ากาแฟระดับพิเศษจากโรงคั่วเล็กๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป อีกเรื่องที่ตั้งใจไว้สำหรับปีใหม่นี้คือ ซีททูคัพจะพยายามมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนหรือ community ของคนกาแฟให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มกัน แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เพื่อการดื่มกาแฟที่ดีขึ้นเรื่อยๆ  อาจเริ่มจากการนัดชิมกาแฟด้วยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ไปก่อน หากได้รับการสนับสนุนดี คงได้เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในปี 53 นี้ และเช่นทุกปีครับ ที่คริสมาสต์และปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ขออวยพรให้ทุกๆ ท่านรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรง เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์งานที่เป็นประโยชน์กันต่อไปอย่างน้อยก็ตลอดทั้งปีใหม่ที่ำกำลังจะถึงนี้นะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="Happy New Year" src="http://www.seat2cup.com/images/Newyear2010.jpg" alt="" width="494" height="370" /></p>
<p>ส่งความสุขกันเร็วเลย ภาพเป็นเชอรี่กาแฟจากต้นที่ปลูกที่บ้าน นับทั้งต้นได้ประมาณ 4-5 ลูก ถือว่าเยอะกว่าทุกปี ปี 2552 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ถือเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายๆ คน จึงได้แต่หวังว่าปีหน้าอะไรๆ จะค่อยๆ ดีขึ้น</p>
<p><span id="more-720"></span>สำหรับวงการกาแฟในปีใหม่ที่จะถึงนี้ คงไม่มีอะไรน่าจับตามองเท่ากับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ตอนนี้แม้ยังไม่ย่างเข้าปี 53 ดีก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวกันแล้ว ผมได้รับโทรศัพท์จากชาวสวน รวมถึงโรงสีกาแฟโรบัสต้าจากกระบี่และชุมพร มากกว่าทุกปี เมื่อสอบถามกันตรงๆ ท่านว่าต้องพยายามวิ่งขายมากขึ้นเพราะพ่อค้าและผู้ส่งออกที่เคยค้าขายกันนั้นเริ่มส่งคำสั่งซื้อไปให้เวียตนามแล้ว ราคาโรบัสต้าที่ขายกันในบ้านเราที่เคยสูงขนาด 70-90 ตอนนี้จึงเหลือเพียง 50-60 บาทเท่านั้น</p>
<p>สำหรับซีททูคัพเองในปีใหม่นี้เราคงจดจ่ออยู่กับเมล็ดกาแฟนำเข้าจากทั้งลาวและอินโดนีเซียเป็นหลัก อาจต้องรอเวลาให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย เข้าที่เข้าทางสักหน่อย เราจึงจะสรุปเรื่องเมล็ดกาแฟที่จะนำมาใช้ในเบลนด์ต่างๆ ของเราได้ ขอให้แฟนๆ อดใจรอกันอีกสักนิดนะครับ เชื่อว่ากาแฟระดับพิเศษจากโรงคั่วเล็กๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป</p>
<p>อีกเรื่องที่ตั้งใจไว้สำหรับปีใหม่นี้คือ ซีททูคัพจะพยายามมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนหรือ community ของคนกาแฟให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มกัน แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เพื่อการดื่มกาแฟที่ดีขึ้นเรื่อยๆ  อาจเริ่มจากการนัดชิมกาแฟด้วยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ไปก่อน หากได้รับการสนับสนุนดี คงได้เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในปี 53 นี้</p>
<p>และเช่นทุกปีครับ ที่คริสมาสต์และปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ขออวยพรให้ทุกๆ ท่านรักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรง เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์งานที่เป็นประโยชน์กันต่อไปอย่างน้อยก็ตลอดทั้งปีใหม่ที่ำกำลังจะถึงนี้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/12/newyear2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยุทธศาสตร์กาแฟปี 53</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/11/thaicoffee-afta/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/11/thaicoffee-afta/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 03:57:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[AFTA]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อาฟต้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=713</guid>
		<description><![CDATA[ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรือ AFTA เมื่อเข้าสู่ปี 2553 รายการสินค้ากาแฟจะมีการปรับลดภาษีนำเข้าในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน ผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วเหลือ 0% และเมล็ดกาแฟดิบที่เราเคยตั้งไว้สูงถึง 90% จะเหลือเพียง 5% แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ที่โดนเต็มๆ เลยคือเกษตรกรผู้ปลูกของเราจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟดิบที่ต้นทุนต่ำกว่าจากประเทศเวียตนาม อีกส่วนหนึ่งที่น่าจะโดนด้วยคือผู้ผลิตกาแฟคั่วและกาแฟกึ่งสำเร็จรูป เพราะจะมีสินค้านำเข้ามาแข่งขันมากขึ้น แต่สำหรับร้านกาแฟ หรือกลุ่มผู้บริโภคกาแฟ ถือว่าจะได้เลือกใช้สินค้าหลากหลายขึ้นและน่าจะได้ในราคาที่สมเหตุผลมากกว่าเดิม การรับมือกับผลกระทบ เท่าที่ได้ยินข่าวมา รัฐฯ ได้ตั้งงบประมาณไว้ และให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องวางแผนใช้งบประมาณนั้นในการปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ใจความสำคัญของยุทธศาสตร์มุ่งไปที่ความพยายามลดต้นทุนในการผลิตลง หรือเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นในพื้นที่ปลูกเท่าเดิมเช่นจากที่เคยได้ไร่ละ 200 กก. จะต้องพยายามให้ได้ไร่ละ 300 กก. เป็นต้น โดยมีต้นทุนของประเทศเวียตนามเป็นตัวเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังต้องวางมาตรฐานด้านคุณภาพประกอบกันไปด้วย เพื่อให้กาแฟแต่ละเกรดซื้อขายกันในราคาที่เหมาะสม มุมมอง ส่วนตัวผมคิดว่าการลดภาษีนำเข้าเป็นเรื่องดีต่ออุตสาหกรรมแน่นอน เพราะจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตกาแฟไทยในส่วนต่างๆ ต้องตื่นตัวอย่างมาก ที่จะกระทบมากกว่าน่าจะเป็นตลาดกาแฟระดับกลางถึงระดับพรีเมี่ยม ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อและเลือกดื่มกาแฟที่ดีกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ ตลาดนี้จะมีแบรนด์นำเข้าเข้ามาให้เปรียบเทียบ ส่วนโรงคั่วไทยก็จะมีเมล็ดกาแฟดิบนำเข้าเข้ามาเบลนด์สู้ เราอาจได้เปรียบในแง่ความสดใหม่ การขนส่ง และความใกล้ชิดกับลูกค้า แต่อย่างไรเสียก็ต้องพยายามทำคุณภาพให้ทัดเทียมให้ลูกค้ายอมรับให้ได้  ส่วนตลาดกลางถึงล่างคงต้องดูว่ากาแฟเวียตนามเมื่อนำเข้าแล้วต้นทุนเป็นอย่างไร ถ้าไม่ต่ำไปกว่าของไทยผมเชื่อว่าตลาดนี้ยังเป็นตลาดหลักที่ใช้เมล็ดกาแฟไทยอยู่ และยังคงสไตล์คั่วเข้มเพื่อชงกาแฟเย็นแบบถูกปากคนไทยไว้ แต่หากต้นทุนกาแฟเวียตนามต่ำกว่าจะเป็นสิ่งที่อาจทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงกับเกษตรกรไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมความ ผมมองว่าเราไม่น่าจะต้องกังวลอะไรมาก การรับมือควรแยกส่วนออกไปตามตลาด หรือ segment คือถ้าสวนไหนอยู่ในชัยภูมิที่ดี กาแฟมีบุคคลิกชัดเจน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรือ AFTA เมื่อเข้าสู่ปี 2553 รายการสินค้ากาแฟจะมีการปรับลดภาษีนำเข้าในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียน ผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วเหลือ 0% และเมล็ดกาแฟดิบที่เราเคยตั้งไว้สูงถึง 90% จะเหลือเพียง 5%</p>
<p><strong>แล้วจะเกิดอะไรขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-713"></span>ที่โดนเต็มๆ เลยคือเกษตรกรผู้ปลูกของเราจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟดิบที่ต้นทุนต่ำกว่าจากประเทศเวียตนาม</p>
<p>อีกส่วนหนึ่งที่น่าจะโดนด้วยคือผู้ผลิตกาแฟคั่วและกาแฟกึ่งสำเร็จรูป เพราะจะมีสินค้านำเข้ามาแข่งขันมากขึ้น</p>
<p>แต่สำหรับร้านกาแฟ หรือกลุ่มผู้บริโภคกาแฟ ถือว่าจะได้เลือกใช้สินค้าหลากหลายขึ้นและน่าจะได้ในราคาที่สมเหตุผลมากกว่าเดิม</p>
<p><strong>การรับมือกับผลกระทบ</strong></p>
<p>เท่าที่ได้ยินข่าวมา รัฐฯ ได้ตั้งงบประมาณไว้ และให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องวางแผนใช้งบประมาณนั้นในการปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ใจความสำคัญของยุทธศาสตร์มุ่งไปที่ความพยายามลดต้นทุนในการผลิตลง หรือเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นในพื้นที่ปลูกเท่าเดิมเช่นจากที่เคยได้ไร่ละ 200 กก. จะต้องพยายามให้ได้ไร่ละ 300 กก. เป็นต้น โดยมีต้นทุนของประเทศเวียตนามเป็นตัวเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังต้องวางมาตรฐานด้านคุณภาพประกอบกันไปด้วย เพื่อให้กาแฟแต่ละเกรดซื้อขายกันในราคาที่เหมาะสม</p>
<p><strong>มุมมอง</strong></p>
<p>ส่วนตัวผมคิดว่าการลดภาษีนำเข้าเป็นเรื่องดีต่ออุตสาหกรรมแน่นอน เพราะจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตกาแฟไทยในส่วนต่างๆ ต้องตื่นตัวอย่างมาก ที่จะกระทบมากกว่าน่าจะเป็นตลาดกาแฟระดับกลางถึงระดับพรีเมี่ยม ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อและเลือกดื่มกาแฟที่ดีกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ ตลาดนี้จะมีแบรนด์นำเข้าเข้ามาให้เปรียบเทียบ ส่วนโรงคั่วไทยก็จะมีเมล็ดกาแฟดิบนำเข้าเข้ามาเบลนด์สู้ เราอาจได้เปรียบในแง่ความสดใหม่ การขนส่ง และความใกล้ชิดกับลูกค้า แต่อย่างไรเสียก็ต้องพยายามทำคุณภาพให้ทัดเทียมให้ลูกค้ายอมรับให้ได้  ส่วนตลาดกลางถึงล่างคงต้องดูว่ากาแฟเวียตนามเมื่อนำเข้าแล้วต้นทุนเป็นอย่างไร ถ้าไม่ต่ำไปกว่าของไทยผมเชื่อว่าตลาดนี้ยังเป็นตลาดหลักที่ใช้เมล็ดกาแฟไทยอยู่ และยังคงสไตล์คั่วเข้มเพื่อชงกาแฟเย็นแบบถูกปากคนไทยไว้ แต่หากต้นทุนกาแฟเวียตนามต่ำกว่าจะเป็นสิ่งที่อาจทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงกับเกษตรกรไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><strong>รวมความ</strong></p>
<p>ผมมองว่าเราไม่น่าจะต้องกังวลอะไรมาก การรับมือควรแยกส่วนออกไปตามตลาด หรือ <strong>segment</strong> คือถ้าสวนไหนอยู่ในชัยภูมิที่ดี กาแฟมีบุคคลิกชัดเจน เราก็ทำให้มันดีสุดๆ ไปเลยและมองตลาดส่งออกไปด้วย สวนไหนกาแฟมันด้อยกว่าเราก็เน้นผลผลิตเพื่อกดต้นทุนไว้ ขายกันในประเทศ ได้เปรียบเรื่องค่าขนส่ง เอาไว้สู้กับกาแฟเวียตนาม</p>
<p>โรงคั่วไทยขายตลาดล่างคงต้องซื้อกาแฟที่ต้นทุนต่ำ ถ้าขายตลาดบนก็ต้องสร้างแบรนด์และใช้กาแฟนำเข้าเข้ามาช่วยปรับปรุงคุณภาพ กาแฟกึ่งสำเร็จรูปหรือกาแฟพร้อมดื่มของไทย ก็ต้องปรับปรุงแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมทั้งใช้ความเข้าใจตลาดที่มีมากกว่าเป็นจุดแข็ง </p>
<p>การรับมือผมเชื่อว่า<strong>ต้องแยกส่วนกัน</strong>ครับ <strong>จะมองรวมกันไปหมดไม่ได้</strong> มันจะแก้กันกันยาก การวางยุทธศาสตร์ก็ต้องเป็นยุทธศาสตร์ของใครของเขา ถ้ารัฐฯ โยนเงินมาให้ ก็ควรจะแบ่งกันไปใน segment ต่างๆ เพื่อใช้ตามยุทธศาสตร์ของ segment นั้นๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/11/thaicoffee-afta/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>reneka viva s 2009 &#124; review</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2009 16:38:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[วีว่าเอส]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เรเนก้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=579</guid>
		<description><![CDATA[ร้านซีทฯ ที่ชาญอิสสระ 2 ใช้เครื่องชงเรเนก้า วีว่าเอส 710 มาตั้งแต่เปิดร้านเมื่อปลายปี 2006 ถึงวันนี้ยังไม่สามปีดีครับ ที่จริงเราไม่มีแผนและไม่มีงบซื้อเครื่องใหม่ แต่มาได้ข้อเสนอที่พิเศษจริงๆ จึงตัดสินใจเปลี่ยน ผมเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ได้ว่า วีว่าเอส เวอร์ชั่น 2009 นี้ ยังคงพื้นฐานโครงสร้างและระบบไฮโครลิกของวีว่าเอสตัวเดิมเกือบทั้งหมด เช่น กระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนอยู่ในแนวนอน เชื่อมติดหัวกรุ๊ปกับหม้อต้มน้ำ คุมความร้อนหม้อต้มน้ำด้วย PID ออกแบบให้โฟลมิเตอร์อยู่บริเวณน้ำเย็น ใช้ปั๊มแบบ magnatic เสียงเดินเงียบสไตล์เครื่องระดับไฮเอนด์ มี eco mode เพื่อ standby เครื่อง 24 ชั่วโมง ตั้งจังหวะการ pre infusion ได้ และ ฯลฯ ส่วนเพิ่มเติมสำคัญที่มีมาให้ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ได้แก่ความพยายามในการลดจุดอ่อนของเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนทั่วๆ ไป ที่อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำ หมายความว่าถ้าเราตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำไว้สูงเท่าไหร่ อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสูงตามกันไป ซึ่งเดิมทีไม่เป็นปัญหามากเนื่องจากในอิตาลี ผู้คนนิยมดื่มเอสเปรสโซกันมากกว่ากาแฟนม จนกระทั่งในยุคปัจจุบันนี้ที่เครื่องดื่มเอสเปรสโซแพร่หลายและได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเมนูกาแฟนมอย่างแคปปูชิโน่ หรือกาแฟลาเต้ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากกว่า ดังนั้นการสตีมนมจึงมีความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาเราอาจสังเกตได้ว่าในบาร์กาแฟชั้นนำนิยมใช้เครื่องเอสเปรสโซแบบที่หม้อต้มสำหรับสตีมแยกกันกับหม้อต้มสำหรับชงกาแฟ ทำให้สามารถตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำอิสสระจากกันได้ตามความต้องการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ร้านซีทฯ ที่ชาญอิสสระ 2 ใช้เครื่องชงเรเนก้า วีว่าเอส 710 มาตั้งแต่เปิดร้านเมื่อปลายปี 2006 ถึงวันนี้ยังไม่สามปีดีครับ ที่จริงเราไม่มีแผนและไม่มีงบซื้อเครื่องใหม่ แต่มาได้ข้อเสนอที่พิเศษจริงๆ จึงตัดสินใจเปลี่ยน</p>
<p><span id="more-579"></span>ผมเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ได้ว่า <a href="http://www.reneka.com/76.149.0.0.1.0.phtml" target="_blank">วีว่าเอส เวอร์ชั่น 2009</a> นี้ ยังคงพื้นฐานโครงสร้างและระบบไฮโครลิกของวีว่าเอสตัวเดิมเกือบทั้งหมด เช่น กระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนอยู่ในแนวนอน เชื่อมติดหัวกรุ๊ปกับหม้อต้มน้ำ คุมความร้อนหม้อต้มน้ำด้วย PID ออกแบบให้โฟลมิเตอร์อยู่บริเวณน้ำเย็น ใช้ปั๊มแบบ magnatic เสียงเดินเงียบสไตล์เครื่องระดับไฮเอนด์ มี eco mode เพื่อ standby เครื่อง 24 ชั่วโมง ตั้งจังหวะการ pre infusion ได้ และ ฯลฯ</p>
<p>ส่วนเพิ่มเติมสำคัญที่มีมาให้ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ได้แก่ความพยายามในการลดจุดอ่อนของเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนทั่วๆ ไป ที่อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำ หมายความว่าถ้าเราตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำไว้สูงเท่าไหร่ อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสูงตามกันไป ซึ่งเดิมทีไม่เป็นปัญหามากเนื่องจากในอิตาลี ผู้คนนิยมดื่มเอสเปรสโซกันมากกว่ากาแฟนม จนกระทั่งในยุคปัจจุบันนี้ที่เครื่องดื่มเอสเปรสโซแพร่หลายและได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเมนูกาแฟนมอย่างแคปปูชิโน่ หรือกาแฟลาเต้ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากกว่า ดังนั้นการสตีมนมจึงมีความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาเราอาจสังเกตได้ว่าในบาร์กาแฟชั้นนำนิยมใช้เครื่องเอสเปรสโซแบบที่หม้อต้มสำหรับสตีมแยกกันกับหม้อต้มสำหรับชงกาแฟ ทำให้สามารถตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำอิสสระจากกันได้ตามความต้องการ</p>
<p>วีว่า เอส เวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการแยกหม้อต้มน้ำออกจากกัน ผู้ผลิตยังคงเลือกใช้ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเช่นเดิม แต่ใช้วิธีควบคุมปริมาณน้ำเย็นที่ใช้ชงกาแฟด้วยการใช้วาล์วเปิดปิด ที่น่าจะเป็นเทคนิคเดียวกันที่เครื่องไฮเอนด์อย่าง <a href="http://emblema.faema.com/" target="_blank">emblema</a> ของ faema เลือกใช้ หมายความว่าเราสามารถตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำได้สูงเท่าที่ต้องการ และมาลดความร้อนของน้ำชงกาแฟด้วยการเปิดน้ำเย็นเข้ามาให้มากขึ้น เป็นการแก้ปัญหาง่ายๆ แต่ได้ผลดี และยังสามารถรักษาคุณงามความดีของเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนไว้ได้ทั้งหมด ส่วนอุณหภูมิของหัวกรุ๊ปที่จะสูงเกินไปยังใช้วิธีหล่อด้วยน้ำเย็นเป็นการระบายความร้อน เรื่องพวกนี้ถ้าอ่านแล้วงงๆ ให้ข้ามไปครับไม่ได้สลักสำคัญอะไรมาก มาดูรูปกันดีกว่าครับ</p>
<p><img class="alignnone" title="temp adjust" src="http://www.seat2cup.com/images/tempadjustb.jpg" alt="" width="504" height="378" /></p>
<p>ปุ่มที่เป็น knob ข้างๆ หัวกรุ๊ปนี่ล่ะครับตัวสำคัญ เอาไว้ปรับปริมาณน้ำเย็น หรือพูดง่ายๆ คือเอาไว้ปรับอุณหภูมิน้ำชงกาแฟของแต่ละหัวกรุ๊ป วิธีที่โรงงานแนะนำคือให้นับรอบเอาครับว่าหมุนไปกี่รอบ มีตารางเทียบให้ว่าแต่ละรอบอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปประมาณกี่องศา แต่โรงงานไม่ได้ทำเครื่องหมายที่ตัว knob มาให้ เราเลยใช้สติกเกอร์ติดทำเครื่องหมายไว้ (ที่เห็นแถบสีขาวๆ นั่นล่ะครับ)</p>
<p> </p>
<p><img class="alignnone" title="reneka temp adjust" src="http://www.seat2cup.com/images/tempadjustc.jpg" alt="" width="504" height="378" /></p>
<p>การปรับต้องเปิดฝาด้านหน้าและสอดมือเข้าไป อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่บางครั้งอาจโดนหัวกรุ๊ปลวกมือบ้าง แต่ก็พอใช้การได้ครับ วิธี set ง่ายๆ เราจะใช้ key board ตั้งอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำให้สูงเท่าที่ต้องการก่อน กรณีนี้ผมตั้งไว้ที่ 122 C (ด้วย PID) ซี่งทำให้สตีมแห้งและนมเนียนแน่นมากแล้ว จากที่เครื่องเก่าเราตั้งไว้ที่ 117 C ให้โฟมนมที่ไม่เนียนแห้งเท่า  จากนั้นจึงมาหมุน knob ปรับน้ำเย็นโดยหมุนทวนเข็มนาฬิกาจนสุดทั้งสองหัวชง เพื่อเป็นการเปิดน้ำเย็นให้เข้ามากที่สุดแล้วจึงชงกาแฟชิม หากรู้สึกว่าน้ำชงเย็นเกินไปจึงค่อยๆ หมุนตามเข็มกลับมาทีละรอบจนกว่าจะได้อุณหภูมิชงกาแฟที่พอใจ และสามารถตั้งทั้งสองหัวให้อุณหภูมิต่างกันได้อิสสระ</p>
<p> </p>
<p><img class="alignnone" title="reneka anti pic system" src="http://www.seat2cup.com/images/antipica.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>โดยปกติหัวกรุ๊ปจะเชื่อมต่อเข้ากับหม้อต้ม เมื่ออุณหภูมิหม้อสูงกว่าเดิมผู้ผลิตจึงต้องลดความร้อนด้วยเทคนิค anti peak ด้วยการเสริมอุปกรณ์ระบายความร้อนเข้าไป เข้าใจว่ามีการใช้น้ำเย็นเข้ามาช่วยด้วย (อันนี้ยังไม่ถามไปนะครับ เดาเอาเอง) ดังที่เห็นในภาพด้านขวามือ ที่ชี้อยู่นั้นเป็น anti peak ที่ติดมาในเวอร์ชั่น 2009 นี้</p>
<p> </p>
<p><img class="alignnone" title="reneka powerful steamer" src="http://www.seat2cup.com/images/steama.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>สตีมแรง และแห้ง เพื่อโฟมนมที่เนียนนุ่มกว่า ไม่แพ้เครื่องแบบหม้อต้มน้ำหลายใบ</p>
<p> </p>
<p><img class="alignnone" title="reneka espresso shot" src="http://www.seat2cup.com/images/crema09a.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>ในขณะที่ espresso shot ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม</p>
<p> </p>
<p><img class="alignnone" title="reneka new driptray" src="http://www.seat2cup.com/images/driptraya.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>เล็กๆ น้อยๆ ที่เปลี่ยนไปคือ ตระแกรงที่ drip tray ซึ่งเดิมเป็นแสตนเลสแผ่นเจาะรู แลดูสกปรกง่ายกว่า แต่ตัวใหม่ให้มาเป็นตะแกรงครับ ดูสะอาดขึ้นแม้จะใช้งานหนัก</p>
<p> </p>
<p><img class="alignnone" title="reneka stop watch" src="http://www.seat2cup.com/images/watcha.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>แถมให้นาฬิกาจับเวลาการทำ shot มาด้วย แต่น่าเสียดายที่ให้เลือกใช้จากหัวกรุ๊ปใดหัวกรุ๊ปหนึ่งเท่านั้น</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="496" height="381" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/iyh64kpPWGg&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="496" height="381" src="http://www.youtube.com/v/iyh64kpPWGg&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>พอโฟมนมดี เราก็เทอาร์ตกันง่ายซิครับ โฟมนมจะจับกับครีมากาแฟเงาแว๊บ ดูน่าดื่มมากขึ้น แต่บาริสต้ายังต้องพอมีฝีมืออยู่บ้างนะครับ</p>
<p>รวมความว่าตัววีว่าใหม่นี้ อำนวยความสะดวกได้มากขึ้นครับ โดยเฉพาะเรื่องโฟมนม ส่วนการปรับเล่นอุณหภูมินั้นเราแทบไม่ได้เล่นเลยครับ เพราะชีวิตจริงในการชงกาแฟขายเราจะใช้กาแฟตัวหลักของเราซึ่งมีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่มีเวลามาปรับเล่นครับเพราะเราต้องขายกาแฟต่อเนื่องตลอดเวลา บางคนถามว่าแล้วกาแฟเบลนด์พิเศษอย่าง premium espresso  หรือกาแฟพิเศษอื่นๆ เราไม่ปรับอุณหภูมิหรือ ก็ตอบได้ว่า &#8220;ไม่ปรับครับ&#8221; เพราะเครื่องมี 2 หัวกรุ๊ปเท่านั้นแค่การใช้งานปกติก็จะไม่พอแล้ว หากเรารู้สึกว่าอุณหภูมิไม่เหมาะสมกับเบลนด์พิเศษ เราจะใช้วิธีอื่นๆ ชดเชยแทน</p>
<p>นอกจากนี้ผมยังถือว่า &#8220;เครื่อง&#8221; ยังเป็นแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ต้องใช้คนควบคุม เราต้องปรับอุณหภูมิ และจังหวะการ pre infusion ให้พอเหมาะ(ในการ setup เครื่องครั้งแรก) เพื่อให้ได้รสชาติกาแฟอย่างที่ต้องการ หลายคนที่คุ้นเครื่องชงแบบอิตาเลี่ยน เมื่อมาใช้ reneka viva มักรู้สึกว่ารสชาติไม่เต็มที่เท่า แต่สิ่งที่ต้องระลึกถึงคือตะแกรง double shot ที่โรงงานเรเนก้าให้มาตัว default จะมีขนาดเล็กเพียง 14 กรัมเท่านั้น ในขณะที่ตะแกรง default ของเครื่องอิตาเลี่ยนมักมีขนาด 18 กรัม การชิมรสชาติเทียบกันต้องจัดการกับเรื่องขนาดตะแกรงให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำกาแฟ หรือ brew ratio ด้วย สำหรับเราที่ซีททูคัพเลือกใช้ตะแกรงขนาด 16 กรัม และใช้วิธีกำหนดปริมาณน้ำกาแฟให้เหมาะสม ก็สามารถผลิตกาแฟรสชาติดี ในต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปได้แล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มหัศจรรย์ กลิ่น</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/scent/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/scent/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2009 15:05:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=542</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ยิงซะถี่ยิบเลยครับสำหรับ spot ตัวนี้ ที่จริงผมชอบตั้งแต่ตัวที่แล้วที่เป็นกลิ่นช็อคโกแล้ต จนมาตัวนี้เป็น bar girl เลยใกล้ตัวหน่อย ช่างเป็นโฆษณาเกินจริงที่ช่วยเติมฝันให้ชายหนุ่มทั้งโลก ว่าถ้าตัวหอมขึ้นมาก็จะมีสาวๆ น่ารักๆ เรียงกันมาทอดสะพานให้ น่าเสียดายที่คนทำกาแฟอย่างเราตัวจะมีกลิ่นไม่ได้ ไม่ว่าหอมหรือเหม็น ความหวังที่จะหว่านเสน่ห์ด้วยกลิ่นกายจึงเป็นอันจบกัน ทำให้คิดถึงความมหัศจรรย์และอิทธิพลของกลิ่นที่มีต่อชีวิตมนุษย์เรามานานแสนนาน และชื่อชอง แบ็บติส เกรอนุยจากนวนิยายเรื่อง &#8220;น้ำหอม&#8221; ก็ผุดขึ้นมาในหัว ใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ลองหาชมกันนะครับ หรือจะหาหนังสือมาอ่านก็ได้ไม่ผิดหวัง เดินเรื่องเร็ว กระชับ ภาษาที่แปลสวยงาม วางไม่ลงครับ ในเรื่อง หนุ่มที่ชื่อเกรอนุย เป็นมนุษย์พิเศษที่มีพรสวรรค์ในเรื่องการดมและจดจำกลิ่นแบบที่พระเจ้าประทานมาให้ เขาพบว่ามนุษย์แต่ละคนมีกลิ่นเฉพาะเป็นของตัวเอง และกลิ่นตัวมนุษย์นับเป็นกลิ่นที่น่าหลงไหลที่สุด แต่น่าเศร้าที่สุดคือตัวเกรอนุยเองกลับเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ไม่มีกลิ่นตัวเป็นของเขาเอง..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ยิงซะถี่ยิบเลยครับสำหรับ spot ตัวนี้ ที่จริงผมชอบตั้งแต่ตัวที่แล้วที่เป็นกลิ่นช็อคโกแล้ต จนมาตัวนี้เป็น bar girl เลยใกล้ตัวหน่อย ช่างเป็นโฆษณาเกินจริงที่ช่วยเติมฝันให้ชายหนุ่มทั้งโลก ว่าถ้าตัวหอมขึ้นมาก็จะมีสาวๆ น่ารักๆ เรียงกันมาทอดสะพานให้ น่าเสียดายที่คนทำกาแฟอย่างเราตัวจะมีกลิ่นไม่ได้ ไม่ว่าหอมหรือเหม็น ความหวังที่จะหว่านเสน่ห์ด้วยกลิ่นกายจึงเป็นอันจบกัน</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="399" height="346" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.clipmass.com/player/cm88.swf?config=http://www.clipmass.com/watch/vconfig_embed.php?vkey=25787682075062" /><param name="wmode" value="transparent" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="399" height="346" src="http://www.clipmass.com/player/cm88.swf?config=http://www.clipmass.com/watch/vconfig_embed.php?vkey=25787682075062" allowfullscreen="true" wmode="transparent"></embed></object></p>
<p>ทำให้คิดถึงความมหัศจรรย์และอิทธิพลของกลิ่นที่มีต่อชีวิตมนุษย์เรามานานแสนนาน และชื่อชอง แบ็บติส เกรอนุยจากนวนิยายเรื่อง<a href="http://www.perfumemovie.com/" target="_blank"> &#8220;น้ำหอม&#8221;</a> ก็ผุดขึ้นมาในหัว ใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ลองหาชมกันนะครับ หรือจะหาหนังสือมาอ่านก็ได้ไม่ผิดหวัง เดินเรื่องเร็ว กระชับ ภาษาที่แปลสวยงาม วางไม่ลงครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="400" height="345" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="name" value="Metacafe_499977" /><param name="src" value="http://www.metacafe.com/fplayer/499977/perfume_movie_trailer.swf" /><param name="wmode" value="transparent" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="345" src="http://www.metacafe.com/fplayer/499977/perfume_movie_trailer.swf" allowfullscreen="true" wmode="transparent" name="Metacafe_499977"></embed></object></p>
<p>ในเรื่อง หนุ่มที่ชื่อเกรอนุย เป็นมนุษย์พิเศษที่มีพรสวรรค์ในเรื่องการดมและจดจำกลิ่นแบบที่พระเจ้าประทานมาให้ เขาพบว่ามนุษย์แต่ละคนมีกลิ่นเฉพาะเป็นของตัวเอง และกลิ่นตัวมนุษย์นับเป็นกลิ่นที่น่าหลงไหลที่สุด แต่น่าเศร้าที่สุดคือตัวเกรอนุยเองกลับเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ไม่มีกลิ่นตัวเป็นของเขาเอง..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/scent/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี 2009</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/12/happynewyeary2009/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/12/happynewyeary2009/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Dec 2008 16:21:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟซีททูคัพ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดีปีใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=312</guid>
		<description><![CDATA[ปีชวดกำลังผ่านไปเป็นปีฉลู หลายคนหวั่นใจตั้งแต่ส่งท้ายปีที่แล้วแต่ในที่สุดเราก็ผ่านปี &#8220;ชวด&#8221; มาได้ ทุลักทุเลหน่อยแต่ก็ผ่านมาได้ มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วตราบเท่าที่โลกไม่หยุดหมุน ถ้าให้ทบทวนแบบคร่าวๆ ว่าปี 2008 เกิดอะไรกับร้านซีทบ้าง เท่าที่นึกได้เรื่องใหญ่คงเป็นเรื่องการปิดร้านที่รางน้ำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ต้นเดือนสิงหาคมเรากลับมาทำ seat2cup.com และเผยแพร่ seatwebshop เป็นครั้งแรก พร้อมด้วย logo ใหม่ หวังสร้างอัตลักษณ์ให้ชัดเจนขึ้น webใหม่มาพร้อมกับ blog ใหม่ที่มีผู้ติดตามอ่านพอสมควร(ตามโปรแกรม Stat ของ wordpress) ในขณะที่ blog เก่ายังคงอยู่และปิดท้ายปีด้วยสถิติ 30,000 views นับแต่เดือนมีนาคม ถือว่าไม่เลวสำหรับบล็อคกาแฟเล็กๆ อย่างเรา และถือเป็นกำลังใจในความพยายามนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังต่อไป ที่ข้ามไปไม่ได้คือเมื่อปลายเดือนตุลาคมเราได้ออกจำหน่าย premium espresso blend เป็นครั้งแรกได้รับเสียงตอบรับอย่างน่าพอใจ ท้ายสุดและเป็นข่าวดีที่สุดของปีนี้คือบาริสต้า &#8220;นวล&#8221; ของเราตั้งครรภ์หลังจากที่รอคอยมาแสนนาน ส่วนตัวผมเองเรื่องที่นึกได้และอยากจะ note ทิ้งท้ายปีนี้ไว้คือประสบการณ์กาแฟครั้งสำคัญที่ได้ไปเยี่ยมสวนกาแฟที่ Coorge ประเทศอินเดีย เป็นการไปอินเดียครั้งที่สองแต่เป็นการไปเยี่ยมสวนกาแฟอินเดียเป็นครั้งแรก ที่พิเศษคือมีมาดามสุณาลินี มีนอนเป็นพี่เลี้ยงคอยให้ความรู้ตลอด หลังจากนั้นไม่นานยังได้คั่วกาแฟสำหรับ cupping session โดยมาดามมีนอนคนเดียวกันในงานกาแฟที่กรุงเทพฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">ปีชวดกำลังผ่านไปเป็นปีฉลู หลายคนหวั่นใจตั้งแต่ส่งท้ายปีที่แล้วแต่ในที่สุดเราก็ผ่านปี &#8220;ชวด&#8221; มาได้ ทุลักทุเลหน่อยแต่ก็ผ่านมาได้ มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วตราบเท่าที่โลกไม่หยุดหมุน</p>
<p style="text-align: left;"><img class="alignnone size-full wp-image-313" title="happy09" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/12/happy09.jpg" alt="happy09" width="432" height="387" /></p>
<p style="text-align: left;"><span id="more-312"></span></p>
<p style="text-align: left;">ถ้าให้ทบทวนแบบคร่าวๆ ว่าปี 2008 เกิดอะไรกับร้านซีทบ้าง เท่าที่นึกได้เรื่องใหญ่คงเป็นเรื่องการปิดร้านที่รางน้ำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ต้นเดือนสิงหาคมเรากลับมาทำ <a href="http://www.seat2cup.com" target="_blank">seat2cup.com</a> และเผยแพร่ <a href="http://www.seat2cupwebshop.com" target="_blank">seatwebshop</a> เป็นครั้งแรก พร้อมด้วย logo ใหม่ หวังสร้างอัตลักษณ์ให้ชัดเจนขึ้น webใหม่มาพร้อมกับ blog ใหม่ที่มีผู้ติดตามอ่านพอสมควร(ตามโปรแกรม Stat ของ wordpress) ในขณะที่ <a href="http://vudh.wordpress.com" target="_blank">blog </a>เก่ายังคงอยู่และปิดท้ายปีด้วยสถิติ 30,000 views นับแต่เดือนมีนาคม ถือว่าไม่เลวสำหรับบล็อคกาแฟเล็กๆ อย่างเรา และถือเป็นกำลังใจในความพยายามนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังต่อไป ที่ข้ามไปไม่ได้คือเมื่อปลายเดือนตุลาคมเราได้ออกจำหน่าย <a href="http://www.seat2cup.com/blog/premium-espresso-blend/" target="_blank">premium espresso blend</a> เป็นครั้งแรกได้รับเสียงตอบรับอย่างน่าพอใจ ท้ายสุดและเป็นข่าวดีที่สุดของปีนี้คือบาริสต้า &#8220;นวล&#8221; ของเราตั้งครรภ์หลังจากที่รอคอยมาแสนนาน</p>
<p style="text-align: left;">ส่วนตัวผมเองเรื่องที่นึกได้และอยากจะ note ทิ้งท้ายปีนี้ไว้คือประสบการณ์กาแฟครั้งสำคัญที่ได้ไปเยี่ยมสวนกาแฟที่ Coorge ประเทศอินเดีย เป็นการไปอินเดียครั้งที่สองแต่เป็นการไปเยี่ยมสวนกาแฟอินเดียเป็นครั้งแรก ที่พิเศษคือมีมาดามสุณาลินี มีนอนเป็นพี่เลี้ยงคอยให้ความรู้ตลอด หลังจากนั้นไม่นานยังได้คั่วกาแฟสำหรับ cupping session โดยมาดามมีนอนคนเดียวกันในงานกาแฟที่กรุงเทพฯ ถือเป็นประสบการณ์กาแฟที่ยอดเยี่ยมหลังจากที่ได้ทำงานกับท่านมาแล้วเมื่อปี 2006 หลังสิ้นสุดงานกาแฟเมื่อต้นปีผมลาออกจากการเป็นกรรมการสมาคมบาริสต้าไทยด้วยเหตุผลง่ายๆ คืออยากเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ ที่ไฟแรงกว่าเข้ามามีส่วนร่วมบ้างหลังจากร่วมก่อตั้งและทำงานในสมาคมฯ มาร่วม 3 ปี&#8230; &#8220;ผมพอแล้ว&#8221;</p>
<p style="text-align: left;">ในปี 2009 ที่มาถึงนี้ ซีททูคัพไม่ได้คาดหวังอะไรมากครับ หลายคนคาดว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะฝืดเคือง เราก็ตั้งใจทำงานต่อไปประคองตัวให้สามารถผ่านพ้นไปได้ ส่วนแรงปรารถนาในกาแฟนั้น เราจะถือเป็นปีที่ทุ่มเทให้กับ espresso blend โดยเฉพาะกับตัว premium espresso เพราะคิดว่าในขณะนี้สามารถหากาแฟที่ดีได้พอสมควร เมื่อเบลนด์ออกมาเชื่อว่าได้ espresso blend ที่ดีแล้ว ต่อเมื่อคิดถึงคำที่เพื่อนของเราอย่างคุณ Boblam ว่าไว้คือ good but not great เราเลยมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพยายามทำเบลนด์ให้มันเข้าขั้น great blend ให้ได้และที่สำคัญคืออร่อยเข้าถึงลูกค้าคนไทยด้วย ซึ่งต้องอาศัยการทดลองคั่วในโปรไฟล์ต่างๆ และการทดลองเบลนด์อย่างจริงจัง ถือเป็นความท้าทายที่เราตั้งใจให้ออกมาให้ทันในปี 2009 นี้ ไม่ได้หวังสร้างปรากฏการณ์อะไรหรอกครับ แต่ถ้าทำออกมาได้มันก็เป็นรางวัลในตัวมันเองแล้ว อย่างที่ฝรั่งว่าไว้ว่า &#8220;great coffee is its own reward&#8221;</p>
<p style="text-align: left;">สุดท้ายนี้ขอให้แฟนๆ ที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด รวมทั้งทุกๆ ท่านที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ หรือแม้แต่มีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ ได้มีความสุขกันถ้วนทั่ว มีกำลังกายและใจที่เข้มแข็งเพื่อมุ่งมั่นทำงานสร้างสรรค์ให้กับวงการและลูกค้าผู้ดื่มกาแฟตลอดไปทั้งปี 2009 นี้และตลอดไป&#8230;สวัสดีปีใหม่ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/12/happynewyeary2009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>So this is Christmas !</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/12/christmas/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/12/christmas/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2008 20:03:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[คริสมาสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีททูคัพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=293</guid>
		<description><![CDATA[คุณเลนนอนร้องต่อไปว่า I hope you have fun..the near and the dear one&#8230;the world has just begun. ผมก็ไม่รอไปอีกวันสองวันหรอกครับ ให้เริ่มส่งความสุขกันได้เลย อะไรใหม่ๆ ช่วงนี้ทำให้ดูมีความหวัง wordpress2.7 เวอร์ชั่นใหม่ให้อัพเดทกันแจ่มกว่าเดิม เลยถือโอกาสเปลี่ยนธีมต้อนรับซะเลยมีเขียวมีแดงบ้างไม่ได้สื่อถึงฝ่ายไหนนะครับ แค่รู้สึกว่าเป็นสีของเทศกาล และชอบธีมนี้เพราะดูออกแนวเรทโทรนิดๆ หวังว่าท่านผู้อ่านคงชอบกัน คริสมาสต์และส่งท้ายปีนี้เมืองไทยได้นายกฯ คนใหม่ ความวุ่นวายเหมือนคลี่คลายขึ้นบ้างให้ได้พอหายใจหายคอ ใครจะเชียร์จะแช่งอย่างไรนั้นห้ามกันไม่ได้ แต่ใจผมยังอยากให้ท่านนายกฯ คนใหม่นี้อยู่ไปได้อีกสักปีเป็นอย่างน้อยเพราะนับจำเพาะปีนี้เรามีนายกฯ 4 คนแล้ว หากใน 2 ปีมีนายกฯ 5 คนผมว่ามันมากไปสักหน่อย   ข่าวสารบ้านเมืองบอกปีนี้ท่องเที่ยวไม่มี hi แต่ถ้าดูจากยอดคั่วกาแฟของซีททูคัพในช่วงนี้อาจถือว่าไม่หนักหนาอย่างที่คิด คาดว่ามีนักท่องเที่ยวไทยบางส่วนหันเหจากการเที่ยวต่างประเทศมาเที่ยวไทยมากขึ้น ส่วนข่าวคราววงกาแฟนั้นผมก็ไม่ค่อยได้ข่าวอะไร(คืออาจมีข่าวแต่ยังไม่ได้ข่าว) ตามกำหนดการแล้วงานเทศกาลกาแฟรวมถึงการแข่งขันบาริสต้าจะมีขึ้นในช่วงเดือนกุมภาฯ หรือมีนาคม  แต่จนบัดนี้ยังไม่เห็นมีการประชาสัมพันธ์อะไรออกมา ท่านที่สนใจคงต้องเตรียมตัวกันไปพลางก่อน แต่สำหรับแฟนๆ กาแฟโลก ช่วงนี้น่าจะมีกาแฟเข้ามาตามโควต้าจากเทรดเดอร์รายต่างๆ เนื่องจากเป็นเดือนสุดท้ายที่อนุญาติให้นำเข้าตามโควต้าปีนี้ ผมได้เริ่มชิมทดสอบบางตัวที่ P&#38;F Coffee นำเข้าอย่างปานามาพาโซอันโช [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณเลนนอนร้องต่อไปว่า I hope you have fun..the near and the dear one&#8230;the world has just begun. ผมก็ไม่รอไปอีกวันสองวันหรอกครับ ให้เริ่มส่งความสุขกันได้เลย อะไรใหม่ๆ ช่วงนี้ทำให้ดูมีความหวัง wordpress2.7 เวอร์ชั่นใหม่ให้อัพเดทกันแจ่มกว่าเดิม เลยถือโอกาสเปลี่ยนธีมต้อนรับซะเลยมีเขียวมีแดงบ้างไม่ได้สื่อถึงฝ่ายไหนนะครับ แค่รู้สึกว่าเป็นสีของเทศกาล และชอบธีมนี้เพราะดูออกแนวเรทโทรนิดๆ หวังว่าท่านผู้อ่านคงชอบกัน</p>
<p><span id="more-293"></span>คริสมาสต์และส่งท้ายปีนี้เมืองไทยได้นายกฯ คนใหม่ ความวุ่นวายเหมือนคลี่คลายขึ้นบ้างให้ได้พอหายใจหายคอ ใครจะเชียร์จะแช่งอย่างไรนั้นห้ามกันไม่ได้ แต่ใจผมยังอยากให้ท่านนายกฯ คนใหม่นี้อยู่ไปได้อีกสักปีเป็นอย่างน้อยเพราะนับจำเพาะปีนี้เรามีนายกฯ 4 คนแล้ว หากใน 2 ปีมีนายกฯ 5 คนผมว่ามันมากไปสักหน่อย  </p>
<p>ข่าวสารบ้านเมืองบอกปีนี้ท่องเที่ยวไม่มี hi แต่ถ้าดูจากยอดคั่วกาแฟของซีททูคัพในช่วงนี้อาจถือว่าไม่หนักหนาอย่างที่คิด คาดว่ามีนักท่องเที่ยวไทยบางส่วนหันเหจากการเที่ยวต่างประเทศมาเที่ยวไทยมากขึ้น ส่วนข่าวคราววงกาแฟนั้นผมก็ไม่ค่อยได้ข่าวอะไร(คืออาจมีข่าวแต่ยังไม่ได้ข่าว) ตามกำหนดการแล้วงานเทศกาลกาแฟรวมถึงการแข่งขันบาริสต้าจะมีขึ้นในช่วงเดือนกุมภาฯ หรือมีนาคม  แต่จนบัดนี้ยังไม่เห็นมีการประชาสัมพันธ์อะไรออกมา ท่านที่สนใจคงต้องเตรียมตัวกันไปพลางก่อน</p>
<p>แต่สำหรับแฟนๆ กาแฟโลก ช่วงนี้น่าจะมีกาแฟเข้ามาตามโควต้าจากเทรดเดอร์รายต่างๆ เนื่องจากเป็นเดือนสุดท้ายที่อนุญาติให้นำเข้าตามโควต้าปีนี้ ผมได้เริ่มชิมทดสอบบางตัวที่ P&amp;F Coffee นำเข้าอย่างปานามาพาโซอันโช ถ้าให้เทียบกับปานามาเอสมาเรลด้าที่เคยชิมอาจไม่โดดเด่นเท่าแต่ที่น่าสนใจคือราคาถูกกว่ามาก ในขณะที่ให้ความรู้สึกซีตรัส สะอาด สดใส คล้ายๆ กับที่เคยได้จากกัวเตมาลา ฟินก้าวิสต้าเฮอโมซา หรือสุดยอดโคลอมเบียที่เคยบล็อคเล่าให้ฟังไปแล้ว ในช่วงต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขกับอากาศเย็นสบายกับภาวะบ้านเมืองที่สงบลง ปานามาตัวนี้ยิ่งช่วยทำให้ผ่อนคลาย เพิ่มความสดใสให้ความหวังอย่างเข้ากันดีเหลือเกิน </p>
<p>สุดท้ายขอวกกลับมาส่งความสุขตามที่จั่วหัวไว้นะครับ ตามที่คุณเลนนอนว่าไว้ ในเทศกาลคริสมาสต์นี้ขอให้เพื่อนๆ ที่รักมีความสุขสนุกสนานกัน อดีตที่เลวร้ายพยายามอย่าไปคิดถึงมันมาก ให้คิดซะว่าโลกมันเพิ่งจะเริ่มต้น&#8230;แฮปปี้คริสมาสต์ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/12/christmas/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟสด ต้องสด!</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/11/fresh-coffee/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/11/fresh-coffee/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2008 04:08:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[faded coffee]]></category>
		<category><![CDATA[fading]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟสด]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟเก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=275</guid>
		<description><![CDATA[ทำไมกาแฟไม่หอม ? คำถามแกมตำหนิ..อ้อไม่ใช่ซิ น่าจะเป็นตำหนิแกมคำถามที่โรงคั่วกาแฟไม่ว่าใหญ่เล็กมีสิทธิ์ต้องเผชิญโดยเฉพาะในช่วงปลายปีแบบนี้ คำว่า &#8220;กาแฟสด&#8221; ในบ้านเราถูกใช้เป็นที่แพร่หลายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา นัยว่าเป็นการแยกแยะว่านี่ไม่ใช่กาแฟกึ่งสำเร็จรูปนะ บางครั้งยังเกินเลยไปถึงการแบ่งแยกวิธีชงแบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคย ทั้งๆ ที่นั่นก็เป็นการชงกาแฟ &#8220;สดๆ&#8221; เหมือนกัน แต่กลับถูกตีตราแบ่งแยกให้ชัดเจนไปว่า &#8220;กาแฟโบราณ&#8221; กาแฟสดในความเข้าใจของผมคือการชงกาแฟคั่ววิธีใดก็ได้ ที่นำเมล็ดกาแฟคั่วมาบดและสกัดน้ำกาแฟออกมาเดี๋ยวนั้นและดื่มทันที อย่างนี้น่าจะสดแน่นอน ความหมายของกาแฟสดอาจกินความมาถึงความ &#8220;สด&#8221; ของเมล็ดกาแฟด้วย หากเพิ่งคั่วมาใหม่ๆ อย่างนี้จะทำให้ได้ความสดสมบูรณ์ขึ้น แต่หลายท่านยังอาจไม่ทราบหรอกครับว่ากาแฟที่เพิ่งคั่วมาสดๆ นั้น อาจจะไม่สดก็ได้ เพราะในความเป็นจริง กาแฟจะสดใหม่สมบูรณ์แบบนั้นเมล็ดกาแฟดิบที่นำมาคั่วยังต้องคงสภาพความสดด้วย   ท่านอาจสังเกตความแตกต่างของเมล็ดกาแฟจากทั้งสองภาพนี้ได้ ทั้งสองภาพนี้เพิ่งถ่ายพร้อมๆ กันครับ เป็นเมล็ดกาแฟจากคนละดอยคนละจังหวัด ภาพด้านบนเป็นเมล็ดปีปัจจุบันหรือ current crop ส่วนภาพด้านล่างเป็นเมล็ดกาแฟปีที่แล้วหรือ old crop จากสภาพของเมล็ดจะเห็นได้ว่าภาพด้านบนเมล็ดกาแฟยังมีสีเขียวระเรื่ออยู่ในขณะที่ภาพด้านล่างเมล็ดกาแฟมีสีซีดออกน้ำตาลหรือเหลืองอ่อนๆ แล้ว ความแตกต่างในถ้วยของเมล็ดกาแฟสองตัวนี้คือเมล็ดที่สภาพสดใหม่กว่าให้กลิ่นหอมของกาแฟมากกว่า ยังรู้สึกถึงความสดใสของกรดผลไม้ ในขณะที่เมล็ดที่มีสภาพเก่าจะไม่ให้กลิ่นหอมกาแฟ แต่เป็นกลิ่นหืน หรือเป็นกลิ่นคล้ายน้ำซาวข้าวออกมาแทน ส่วนรสนั้นจะแบนๆ จืดๆ เหมือนไม่ค่อยมีรสชาติ ป้ญหาของเมล็ดกาแฟเก่าอาจไม่ใช่เก่าตามธรรมชาติหรือการเก็บข้ามปีอย่างเดียว แม้แต่เมล็ดกาแฟปีปัจจุบันยังสามารถเก่าได้ถือเป็นความบกพร่องอย่างหนึ่งบางครั้งเรียก fading หรือ bleaching ซึ่งเกิดจากการเก็บเมล็ดกาแฟไม่ถูกวิธีหรือสภาพความชื้นและอุณหภูมิของโกดังไม่เหมาะสมปัญหานี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อมาถึงปลายปีซึ่งเป็นช่วงที่กาแฟถูกเก็บมานานพอสมควรจนถึงรอยต่อที่กาแฟของปีใหม่หรือ new [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทำไมกาแฟไม่หอม ?</p>
<p>คำถามแกมตำหนิ..อ้อไม่ใช่ซิ น่าจะเป็นตำหนิแกมคำถามที่โรงคั่วกาแฟไม่ว่าใหญ่เล็กมีสิทธิ์ต้องเผชิญโดยเฉพาะในช่วงปลายปีแบบนี้<span id="more-275"></span></p>
<p>คำว่า &#8220;กาแฟสด&#8221; ในบ้านเราถูกใช้เป็นที่แพร่หลายในช่วงสิบปีที่ผ่านมา นัยว่าเป็นการแยกแยะว่านี่ไม่ใช่กาแฟกึ่งสำเร็จรูปนะ บางครั้งยังเกินเลยไปถึงการแบ่งแยกวิธีชงแบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคย ทั้งๆ ที่นั่นก็เป็นการชงกาแฟ &#8220;สดๆ&#8221; เหมือนกัน แต่กลับถูกตีตราแบ่งแยกให้ชัดเจนไปว่า &#8220;กาแฟโบราณ&#8221;</p>
<p>กาแฟสดในความเข้าใจของผมคือการชงกาแฟคั่ววิธีใดก็ได้ ที่นำเมล็ดกาแฟคั่วมาบดและสกัดน้ำกาแฟออกมาเดี๋ยวนั้นและดื่มทันที อย่างนี้น่าจะสดแน่นอน ความหมายของกาแฟสดอาจกินความมาถึงความ &#8220;สด&#8221; ของเมล็ดกาแฟด้วย หากเพิ่งคั่วมาใหม่ๆ อย่างนี้จะทำให้ได้ความสดสมบูรณ์ขึ้น แต่หลายท่านยังอาจไม่ทราบหรอกครับว่ากาแฟที่เพิ่งคั่วมาสดๆ นั้น อาจจะไม่สดก็ได้</p>
<p>เพราะในความเป็นจริง กาแฟจะสดใหม่สมบูรณ์แบบนั้นเมล็ดกาแฟดิบที่นำมาคั่วยังต้องคงสภาพความสดด้วย  </p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-276" title="freshcoffee1" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/freshcoffee1.jpg" alt="" width="432" height="312" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-277" title="freshcoffee2" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/freshcoffee2.jpg" alt="" width="432" height="314" /></p>
<p>ท่านอาจสังเกตความแตกต่างของเมล็ดกาแฟจากทั้งสองภาพนี้ได้ ทั้งสองภาพนี้เพิ่งถ่ายพร้อมๆ กันครับ เป็นเมล็ดกาแฟจากคนละดอยคนละจังหวัด ภาพด้านบนเป็นเมล็ดปีปัจจุบันหรือ current crop ส่วนภาพด้านล่างเป็นเมล็ดกาแฟปีที่แล้วหรือ old crop จากสภาพของเมล็ดจะเห็นได้ว่าภาพด้านบนเมล็ดกาแฟยังมีสีเขียวระเรื่ออยู่ในขณะที่ภาพด้านล่างเมล็ดกาแฟมีสีซีดออกน้ำตาลหรือเหลืองอ่อนๆ แล้ว</p>
<p>ความแตกต่างในถ้วยของเมล็ดกาแฟสองตัวนี้คือเมล็ดที่สภาพสดใหม่กว่าให้กลิ่นหอมของกาแฟมากกว่า ยังรู้สึกถึงความสดใสของกรดผลไม้ ในขณะที่เมล็ดที่มีสภาพเก่าจะไม่ให้กลิ่นหอมกาแฟ แต่เป็นกลิ่นหืน หรือเป็นกลิ่นคล้ายน้ำซาวข้าวออกมาแทน ส่วนรสนั้นจะแบนๆ จืดๆ เหมือนไม่ค่อยมีรสชาติ</p>
<p>ป้ญหาของเมล็ดกาแฟเก่าอาจไม่ใช่เก่าตามธรรมชาติหรือการเก็บข้ามปีอย่างเดียว แม้แต่เมล็ดกาแฟปีปัจจุบันยังสามารถเก่าได้ถือเป็นความบกพร่องอย่างหนึ่งบางครั้งเรียก fading หรือ bleaching ซึ่งเกิดจากการเก็บเมล็ดกาแฟไม่ถูกวิธีหรือสภาพความชื้นและอุณหภูมิของโกดังไม่เหมาะสมปัญหานี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อมาถึงปลายปีซึ่งเป็นช่วงที่กาแฟถูกเก็บมานานพอสมควรจนถึงรอยต่อที่กาแฟของปีใหม่หรือ new crop กำลังจะเก็บเกี่ยวกัน เรื่องเหล่านี้ผู้บริโภคทั่วๆ ไปไม่มีทางรู้หรอกครับเพราะเมื่อเมล็ดกาแฟคั่วมาแล้วมันจะมีสีดำเหมือนกันหมด</p>
<p>วิธีง่ายๆ ที่เราจะตรวจสอบได้นั่นคือสังเกตกลิ่นรสอย่างที่ว่ามา หากมั่นใจว่าเมล็ดเพิ่งคั่วมาใหม่ๆ และการชงถูกต้องทุกประการแล้ว แต่ยังไงกาแฟก็ไม่หอม เหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดจึงน่าจะเป็นเมล็ดกาแฟไม่ &#8220;สด&#8221; จริง เรื่องนี้เราไล่เรียงเอาจากโรงคั่วได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/11/fresh-coffee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

