<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH &#187; เอสเปรสโซ</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%8b/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Apr 2018 16:47:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>การประเมินกาแฟเอสเปรสโซ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2012/11/espresso-evaluation/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2012/11/espresso-evaluation/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Nov 2012 07:34:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[ชิมกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1493</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งใจไว้ว่าจะทำ espresso tasting class อีกสักครั้งก่อนจะหมดปีนี้ แต่ยังหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ เลยมาเติมเรื่องการชิมเอสเปรสโซสำหรับมือใหม่หัดชิมเอาไว้ทำความเข้าใจเรื่องรสชาติให้ง่ายขึ้นอีกนิดไปพลางๆ ก่อน เริ่มจาก tasting card ที่ผมได้เผยแพร่ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว หากอ่านแล้วยังไม่รู้ว่าจะพรรณนาอย่างไร ผมทำคำขยายความแบบง่ายๆ ตามภาพด้านล่างนี้ ง่ายๆ ตรงไปตรงมาครับ ไม่ซับซ้อนสละสลวยอะไร แต่ใช้ได้จริงๆ ฟังแล้วรู้เรื่องจริงๆ หากสำหรับมือใหม่การเรียนรู้แต่ละคำนั้นอาจใช้เวลาและการฝึกสังเกตสักหน่อย หากาแฟชิมให้หลากหลายถ้าจับคู่เปรียบเทียบจะยิ่งง่ายและจะค่อยๆ คุ้นเคยไปเอง ผมยังยืนยันว่า tasting card เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากในการสำรวจรสชาติของเอสเปรสโซ เพื่อให้รู้ว่าเอสเปรสโซถ้วยที่อยู่ตรงหน้าเรานั้นรสชาติเป็นอย่างไร เมื่อคุ้นเคยกับการใช้ tasting card และการให้คะแนนแต่ละหัวข้อแล้ว ลำดับต่อไปคือการรวมคะแนน เพื่อประเมินหรือเปรียบเทียบกาแฟให้ได้ว่าเอสเปรสโซถ้วยไหนดีกว่าถ้วยไหน เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันพอสมควรเพราะบางคนถือว่าเรื่องรสชาติเป็นเรื่องอัตวิสัยคือแต่ละคนมีแนวที่ชอบแตกต่างกันไป เอสเปรสโซที่อร่อยของคนหนึ่ง อาจไม่ใช่เอสเปรสโซที่อร่อยปากอีกคนหนึ่งได้ แต่สำหรับการประเมินกาแฟของมืออาชีพเรามุ่งความสนใจไปที่ความจริงในกาแฟเป็นลำดับแรกก่อน และยึดหลักความดีคือความจริง ความไม่ดีคือความจริง ดีแล้วจะชอบหรือไม่ชอบนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่ลืมว่าความชอบส่วนตัวของลูกค้าแต่ละคนนั้นก็เป็นความจริงเช่นกัน ผมจะยกตัวอย่างเอสเปรสโซที่ไม่ดี เช่น ครีมาสีซีดจางหายเร็ว กลิ่นเหม็นไหม้ ขมมาก ขมทื่อ ขื่นไปทั้งช่องปาก กลืนแล้วยังขมขื่นติดปากนาน เอสเปรสโซอย่างนี้ใครจะชอบนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความจริงคือเอสเปรสโซถ้วยนี้ถือเป็นเอสเปรสโซที่ไม่ดี นักชิมที่เชี่ยวชาญทุกคนต้องลงความเห็นไปในแนวทางเดียวกันจะมีใครเห็นแย้งไม่ได้ แม้จะเห็นไปในแนวทางเดียวกันแต่ระดับคะแนนที่ให้นั้นอาจแตกต่างกันได้บ้างตามประสาทสัมผัสและทักษะการให้คะแนนหรือความพร้อมของนักชิมคนนั้นในวันนั้นซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ประเด็นสำคัญคือการคิดคะแนนรวมอาจได้ผลที่ต่างกันมากหรืออาจถึงกับต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่านักชิมแต่ละคนนั้นจะกำหนดบริบทในการมองเอสเปรสโซถ้วยนั้นอย่างไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งใจไว้ว่าจะทำ <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2012/06/espressotasting6/" target="_blank">espresso tasting class</a> อีกสักครั้งก่อนจะหมดปีนี้ แต่ยังหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ เลยมาเติมเรื่องการชิมเอสเปรสโซสำหรับมือใหม่หัดชิมเอาไว้ทำความเข้าใจเรื่องรสชาติให้ง่ายขึ้นอีกนิดไปพลางๆ ก่อน เริ่มจาก <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2011/08/tastingcard/" target="_blank">tasting card</a> ที่ผมได้เผยแพร่ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว หากอ่านแล้วยังไม่รู้ว่าจะพรรณนาอย่างไร ผมทำคำขยายความแบบง่ายๆ ตามภาพด้านล่างนี้</p>
<p><a href="http://www.seat2cup.com/tastingcard2.pdf" target="_blank"><img class="alignnone" title="espresso tasting card" src="http://www.seat2cup.com/images/tastingcard2.jpg" alt="" width="473" height="316" /></a></p>
<p><span id="more-1493"></span>ง่ายๆ ตรงไปตรงมาครับ ไม่ซับซ้อนสละสลวยอะไร แต่ใช้ได้จริงๆ ฟังแล้วรู้เรื่องจริงๆ หากสำหรับมือใหม่การเรียนรู้แต่ละคำนั้นอาจใช้เวลาและการฝึกสังเกตสักหน่อย หากาแฟชิมให้หลากหลายถ้าจับคู่เปรียบเทียบจะยิ่งง่ายและจะค่อยๆ คุ้นเคยไปเอง ผมยังยืนยันว่า tasting card เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากในการสำรวจรสชาติของเอสเปรสโซ เพื่อให้รู้ว่าเอสเปรสโซถ้วยที่อยู่ตรงหน้าเรานั้นรสชาติเป็นอย่างไร</p>
<p>เมื่อคุ้นเคยกับการใช้ tasting card และการให้คะแนนแต่ละหัวข้อแล้ว ลำดับต่อไปคือการรวมคะแนน เพื่อประเมินหรือเปรียบเทียบกาแฟให้ได้ว่าเอสเปรสโซถ้วยไหนดีกว่าถ้วยไหน เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันพอสมควรเพราะบางคนถือว่าเรื่องรสชาติเป็นเรื่องอัตวิสัยคือแต่ละคนมีแนวที่ชอบแตกต่างกันไป เอสเปรสโซที่อร่อยของคนหนึ่ง อาจไม่ใช่เอสเปรสโซที่อร่อยปากอีกคนหนึ่งได้ แต่สำหรับการประเมินกาแฟของมืออาชีพเรามุ่งความสนใจไปที่ความจริงในกาแฟเป็นลำดับแรกก่อน และยึดหลักความดีคือความจริง ความไม่ดีคือความจริง ดีแล้วจะชอบหรือไม่ชอบนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็ไม่ลืมว่าความชอบส่วนตัวของลูกค้าแต่ละคนนั้นก็เป็นความจริงเช่นกัน ผมจะยกตัวอย่างเอสเปรสโซที่ไม่ดี เช่น ครีมาสีซีดจางหายเร็ว กลิ่นเหม็นไหม้ ขมมาก ขมทื่อ ขื่นไปทั้งช่องปาก กลืนแล้วยังขมขื่นติดปากนาน เอสเปรสโซอย่างนี้ใครจะชอบนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความจริงคือเอสเปรสโซถ้วยนี้ถือเป็นเอสเปรสโซที่ไม่ดี นักชิมที่เชี่ยวชาญทุกคนต้องลงความเห็นไปในแนวทางเดียวกันจะมีใครเห็นแย้งไม่ได้</p>
<p>แม้จะเห็นไปในแนวทางเดียวกันแต่ระดับคะแนนที่ให้นั้นอาจแตกต่างกันได้บ้างตามประสาทสัมผัสและทักษะการให้คะแนนหรือความพร้อมของนักชิมคนนั้นในวันนั้นซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ประเด็นสำคัญคือการคิดคะแนนรวมอาจได้ผลที่ต่างกันมากหรืออาจถึงกับต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่านักชิมแต่ละคนนั้นจะ<strong>กำหนดบริบท</strong>ในการมองเอสเปรสโซถ้วยนั้นอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษาแบบง่ายๆ เพื่อทำความเข้าใจนะครับ เช่นถ้าผมต้องการ<strong>เอสเปรสโซดื่มง่าย มีรสชาติที่เรียบร้อยดีไม่มีตำหนิ</strong> จาก tasting  card ด้านบนที่มีอยู่ 10 หัวข้อนั้น ผมจะไม่เอาคะแนนของรสเปรี้ยวมาคิดด้วยเพราะเปรี้ยวมากไปก็ไม่ดีแต่ก็ไม่จำเป็นว่าต้องไม่เปรี้ยวเลย คะแนนของรสขมผมให้เป็นลบเพราะไม่ต้องการเอสเปรสโซที่ขมมาก คะแนนของรสดิบฝาดปร่าให้เป็นลบและเพิ่มน้ำหนักด้วยการคูณสองเนื่องจากต้องการเอสเปรสโซที่เรียบร้อยไม่ควรมีตำหนิแบบนี้ ถ้าทำอย่างนี้จะเห็นว่าแม้ผมมีผู้เชียวชาญอีกคนหนึ่งที่ร่วมชิมไปพร้อมกัน ใช้ tasting card แบบเดียวกัน และบังเอิญให้คะแนนเท่ากันทุกหัวข้อ แต่หากระบบการรวมคะแนนแตกต่างกันเนื่องจากมี &#8220;สิ่งที่ต้องการ&#8221; หรือ &#8220;บริบท&#8221; ในการมองเอสเปรสโซต่างกัน ผลของคะแนนรวมย่อมแตกต่างกันได้</p>
<p>ดังนั้นการฝึกฝนเพื่อเป็นนักชิมหรือนักประเมินกาแฟที่ดีนอกจากจะต้องหมั่นฝึกชิมรสชาติให้ชำนาญแล้ว ยังต้องฝึกสร้างบริบท(context) <strong>แนวคิดหรือ concept</strong> ในการชิมไปพร้อมๆ กันด้วย เช่นเอสเปรสโซที่ทำเครื่องดื่มผสมนมได้ดี เอสเปรสโซที่ใช้ในเครื่องดื่มเย็นได้ดี เอสเปรสโซที่ดื่มเปล่าๆ ได้ดี เอสเปรสโซสไตล์อิตาเลี่ยน เอสเปรสโซที่เน้นความแปลกใหม่แบบหัวก้าวหน้า เอสเปรสโซใช้ในบาร์กาแฟที่ไม่พิถีพิถันในการชง เอสเปรสโซสำหรับคนไทย หรือ ฯลฯ เมื่อกำหนดได้ชัดเจนแล้วจึงมาออกแบบระบบการคิดคะแนนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผลที่ได้คือ<strong>กระบวนการประเมินกาแฟที่ยุติธรรม</strong>และสามารถเชื่อมโยงเข้ากับการใช้งานจริงหรือรสนิยมส่วนบุคคลของลูกค้าจริงๆ ได้ โดยเฉพาะในมุมของนักชิมที่เป็นนักชงหรือผู้ผลิตกาแฟ นี่จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเลือกหรือสร้างสรรค์รสชาติกาแฟที่เหมาะสมต่อการใช้งาน รวมถึงเป็นเครื่องมือในการควบคุณภาพของเครื่องดื่มในคาเฟ่ของตัวเองด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2012/11/espresso-evaluation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Seat2Cup Espresso</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/11/seat2cup-espresso/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2010/11/seat2cup-espresso/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Oct 2010 20:09:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1025</guid>
		<description><![CDATA[ไม่อยากจะเรียกว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่หรือเวอร์ชั่นล่าสุดอะไรเพราะที่จริงการทำกาแฟของเรามีการปรับตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผมถือว่า espresso blend ของซีททูคัพตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจนอาจนับเป็นการเข้าสู่ยุคที่ 2  จากที่เริ่มต้นเรากำหนดสัดส่วนของกาแฟไทยไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เพื่อรักษาต้นทุนไว้ทำให้ราคาขายส่งต่อกิโลกรัมไม่เกิน 500 บาท จนมาถึงนาทีนี้เราเริ่มมีเมล็ดกาแฟจากอินโดนีเซียที่ราคาต่ำลงแล้วด้วยการนำเข้าภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน เอสเปรสโซเบลนด์ในเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของเราจึงมีสัดส่วนของเมล็ดกาแฟนำเข้ามากขึ้น โดยโครงสร้างหลักๆ ยังคงเป็นกาแฟไทยคุณภาพระดับ specialty จากทั้งดอยช้างและดอยสะเก็ด ที่เพิ่มเข้ามาเป็นกาแฟจากอินโดนีเซีย และมีกาแฟจากอเมริกากลางมาช่วยด้วยเพื่อให้เอสเปรสโซมีความสมดุลย์กลมกลืนดื่มง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ต้นทุนโดยรวมขยับขึ้นไปบ้างเราจึงจำเป็นต้องปรับราคาขายส่งเป็น 600 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังคงราคาขายปลีกไว้ที่ 200 บาทต่อถุง 220 g สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ เอสเปรสโซมีบอดี้มากขึ้น สัมผัสเนื้อกาแฟได้ชัดเจนทำให้รู้สึกว่ากาแฟมีรสชาติมากขึ้น กาแฟสามารถคั่วได้อ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกว่ามีรสเปรี้ยวคมบาด ในขณะที่ให้กลิ่นหอมตามธรรมชาติของกาแฟอย่างกลิ่นถั่วและผลไม้โดยไม่มีกลิ่นควันมารบกวน มีความลึกของรสชาติมากกว่าเดิมด้วยกลิ่นรสของเครื่องเทศจากกาแฟอินโดนีเซีย ถือเป็นเอสเปรสโซที่ดื่มได้ง่ายๆ ถูกต้องตามประเพณีอิตาเลียน  แนะนำการใช้งาน เอสเปรสโซ แนะนำให้ใช้ชงหลังจากวันคั่วอย่างน้อย 10 วัน และพยายามใช้ให้หมดหลังคั่วภายใน 20 วัน หากเปิดซองแล้วควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว การใช้กาแฟที่ไม่คั่วมาใหม่จนเกินไปจะทำให้ครีมาละเอียดคงตัวดี กลิ่นของเอสเปรสโซสดใสสะอาดขึ้นไม่มีกลิ่นแก๊สมารบกวน ได้กลิ่นโทสต์ ถั่ว และตามด้วยผลไม้ เมื่อเย็นลงกลิ่นผลไม้จะหวานขึ้นจนเหมือนพวกเรซินปนมากับเครื่องเทศ หากได้กลิ่นนี้หมายถึงกาแฟเย็นพอ และควรจะดื่มได้แล้ว แนะนำให้ชงด้วยกาแฟ 8 กรัม สกัดเป็นเอสเปรสโซ 25 ml ภายในเวลาประมาณ 24 วินาที จะให้น้ำกาแฟที่มีความข้นพอ และความสมดุลย์ของรสกำลังดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่อยากจะเรียกว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่หรือเวอร์ชั่นล่าสุดอะไรเพราะที่จริงการทำกาแฟของเรามีการปรับตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผมถือว่า espresso blend ของซีททูคัพตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจนอาจนับเป็นการเข้าสู่ยุคที่ 2  จากที่เริ่มต้นเรากำหนดสัดส่วนของกาแฟไทยไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เพื่อรักษาต้นทุนไว้ทำให้ราคาขายส่งต่อกิโลกรัมไม่เกิน 500 บาท จนมาถึงนาทีนี้เราเริ่มมีเมล็ดกาแฟจากอินโดนีเซียที่ราคาต่ำลงแล้วด้วยการนำเข้าภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน เอสเปรสโซเบลนด์ในเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของเราจึงมีสัดส่วนของเมล็ดกาแฟนำเข้ามากขึ้น โดยโครงสร้างหลักๆ ยังคงเป็นกาแฟไทยคุณภาพระดับ specialty จากทั้งดอยช้างและดอยสะเก็ด ที่เพิ่มเข้ามาเป็นกาแฟจากอินโดนีเซีย และมีกาแฟจากอเมริกากลางมาช่วยด้วยเพื่อให้เอสเปรสโซมีความสมดุลย์กลมกลืนดื่มง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ต้นทุนโดยรวมขยับขึ้นไปบ้างเราจึงจำเป็นต้องปรับราคาขายส่งเป็น 600 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังคงราคาขายปลีกไว้ที่ 200 บาทต่อถุง 220 g</p>
<p><span id="more-1025"></span>สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ เอสเปรสโซมีบอดี้มากขึ้น สัมผัสเนื้อกาแฟได้ชัดเจนทำให้รู้สึกว่ากาแฟมีรสชาติมากขึ้น กาแฟสามารถคั่วได้อ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกว่ามีรสเปรี้ยวคมบาด ในขณะที่ให้กลิ่นหอมตามธรรมชาติของกาแฟอย่างกลิ่นถั่วและผลไม้โดยไม่มีกลิ่นควันมารบกวน มีความลึกของรสชาติมากกว่าเดิมด้วยกลิ่นรสของเครื่องเทศจากกาแฟอินโดนีเซีย ถือเป็นเอสเปรสโซที่ดื่มได้ง่ายๆ ถูกต้องตามประเพณีอิตาเลียน </p>
<p><img class="alignnone" title="epsresso" src="http://www.seat2cup.com/images/esprocup.jpg" alt="" width="510" height="382" /></p>
<p><strong>แนะนำการใช้งาน</strong></p>
<p><strong>เอสเปรสโซ</strong></p>
<p>แนะนำให้ใช้ชงหลังจากวันคั่วอย่างน้อย 10 วัน และพยายามใช้ให้หมดหลังคั่วภายใน 20 วัน หากเปิดซองแล้วควรใช้ให้หมดภายในวันเดียว การใช้กาแฟที่ไม่คั่วมาใหม่จนเกินไปจะทำให้ครีมาละเอียดคงตัวดี กลิ่นของเอสเปรสโซสดใสสะอาดขึ้นไม่มีกลิ่นแก๊สมารบกวน ได้กลิ่นโทสต์ ถั่ว และตามด้วยผลไม้ เมื่อเย็นลงกลิ่นผลไม้จะหวานขึ้นจนเหมือนพวกเรซินปนมากับเครื่องเทศ หากได้กลิ่นนี้หมายถึงกาแฟเย็นพอ และควรจะดื่มได้แล้ว แนะนำให้ชงด้วยกาแฟ 8 กรัม สกัดเป็นเอสเปรสโซ 25 ml ภายในเวลาประมาณ 24 วินาที จะให้น้ำกาแฟที่มีความข้นพอ และความสมดุลย์ของรสกำลังดี คือไม่เปรี้ยวและไม่ขม</p>
<p><strong>กาแฟลาเต้ร้อน</strong></p>
<p>ผมทดลองทำโดยใช้ กาแฟ 16 กรัม สกัดเป็นเอสเปรสโซ 50 ml ลงในถ้วยขนาด 300 ml ให้กาแฟลาเต้ที่นุ่มนวล หวาน เมื่อกลืนแล้วไม่มีรสขมหรือความรู้สึกเหมือนขี้เถ้าติดช่องปากและลำคอ  ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาล</p>
<p><strong>กาแฟลาเต้เย็น</strong></p>
<p>ใช้กาแฟ 16 กรัม สกัดเป็นเอสเปรสโซ 60 ml ผสมกับนมสด 120 ml เมื่อใส่น้ำแข็งแล้วดื่มทันทีจะได้กาแฟที่นุ่มนวลดี ไม่ขมไม่เปรี้ยว ให้ความหอมดีแต่ไม่ใช่หอมฉุนแบบกาแฟคั่วเข้ม รสชาติของกาแฟเต็มที่ แต่เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายอาจรู้สึกว่ากาแฟเจือจางลงค่อนข้างเร็ว จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ดื่มแบบค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ</p>
<p><strong>กาแฟเย็นแบบผสมนมข้น</strong></p>
<p>กาแฟ 16 กรัม สกัดเป็นเอสเปรสโซ  60 ml เช่นกัน เราทดลองใช้นมข้นจืด 60 ml และนมสด 60 ml และเพิ่มความหวานด้วยน้ำเชื่อม 20 ml ให้กาแฟเย็นที่มีรสชาติเข้มข้นดีแต่ไม่ขมและไม่ฉุนแบบกาแฟเย็นทั่วไปที่ใช้กาแฟคั่วเข้มกว่า จุดเด่นคือรสชาติสมดุลย์ไม่เปรี้ยวไม่ขม ความเข้มข้นของกาแฟรวมกับความข้นของนมที่ผสมเข้าไปทำให้รสชาติอยู่นานขึ้นแม้น้ำแข็งจะละลายไปบ้าง สำหรับท่านที่ชอบดื่มหวานและมันอาจใช้นมข้นหวานผสมเข้าไปด้วยจะทำให้ได้รสชาติมากขึ้นอีก</p>
<p>ความตั้งใจในการทำเบลนด์นี้คือเป็นคลาสิคอิตาเลี่ยนที่อ้างอิงได้ โดยเฉพาะท่านที่อยากรู้จักเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆ จากฝีมือโรงคั่วไทย เป็นเบลนด์ที่มีราคาไม่สูงเกินไปสามารถใช้งานและแข่งขันได้จริง กาแฟไม่ขมแต่ก็ไม่เปรี้ยวสามารถใช้กับเมนูต่างๆ ได้ทุกรูปแบบ สามารถรักษารสชาติให้สม่ำเสมอตลอดทั้งปีเพื่อความมั่นใจในรสชาติสำหรับการชงขายให้กับลูกค้าร้านกาแฟ ผู้ที่คุ้นเคยกาแฟเอสเปรสโซของซีททูคัพอยู่แล้วน่าจะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้และเข้าใจความคิดในการทำเบลนด์นี้ได้มากขึ้น แต่สำหรับท่านที่ไม่เคยดื่มกาแฟตัวนี้มาก่อนท่านจะได้สัมผัสกาแฟเอสเปรสโซสไตล์อิตาเลี่ยยนขนานแท้โดยมีเมล็ดกาแฟไทยผสมอยู่ในปริมาณพอเหมาะที่ให้รสไม่เปรี้ยวไม่ขมหากหวานกลมกล่อมดื่มง่ายให้รสชาติของกาแฟแท้ๆ ต่างจากกาแฟคั่วเข้มซึ่งพบตามท้องตลาดทั่วไปที่ขมอมควันและเหมือนมีขี้เถ้าติดคอในขณะที่มีความข้นของน้ำกาแฟน้อยให้รสชาติกาแฟน้อยกว่า</p>
<p>ร้านกาแฟที่สนใจสั่งซื้อราคาส่งติดต่อ <a href="mailto:vudh@seat2cup.com">vudh@seat2cup.com</a>  หรือ 086 316หก629 หรือซื้อปลีกทางไปรษณีย์ที่ <a href="http://www.seat2cupwebshop.com" target="_blank">Seat Web Shop</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2010/11/seat2cup-espresso/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเอสเปรสโซช็อตแบบซีทฯ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2010/02/seatesproshotvdo/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2010/02/seatesproshotvdo/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Feb 2010 03:52:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วีดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=801</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้มีอะไรใหม่ครับ แค่จะอัพเดทภาพให้สดใสขึ้นเท่านั้นเอง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้มีอะไรใหม่ครับ แค่จะอัพเดทภาพให้สดใสขึ้นเท่านั้นเอง </p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="396" height="250" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/7uACS_Qyv9A&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="396" height="250" src="http://www.youtube.com/v/7uACS_Qyv9A&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2010/02/seatesproshotvdo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคมีของ perfect shot</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/perfect-shot2/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/perfect-shot2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 18:49:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=575</guid>
		<description><![CDATA[คุณมดแดงไฟเพื่อนที่ดีของเราจากสำนักกาแฟฮาร์ดคอร์ ได้เขียนตอบกระทู้หนึ่งในร้อยตะวัน.คอม เกี่ยวกับเรื่องการบดแล้วเลยมาถึงเรื่อง perfect shot ซึ่งผมเคยเกริ่นไว้บ้างแล้วในเรื่อง &#8220;ชงกาแฟให้ได้ perfect shot&#8221; คุณมดฯ อธิบายเคมีบางอย่างซึ่งจะช่วยให้เข้าใจการชงกาแฟแบบเอสเปรสโซและรสชาติที่เกิดขึ้นได้มาก อาจจะลึกไปสักหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น แต่น่าจะมีประโยชน์มากโดยเฉพาะกับพวกฮาร์ดคอร์ทั้งหลาย ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าในขณะที่ชงกาแฟนั้นมันกำลังเกิดอะไรขึ้น และอะไรมีผลกระทบบ้าง บังเอิญว่ากระทู้นี้หัวข้อเป็นเรื่องอื่นครับ ผมก็เกรงว่ามันจะไหลหายไปกับสายลม จะเป็นการเสียของไปเปล่าๆ เลยขออนุญาตเอามาลิงค์ไว้ตรงนี้อีกทีนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณมดแดงไฟเพื่อนที่ดีของเราจากสำนักกาแฟฮาร์ดคอร์ ได้เขียนตอบ<a href="http://www.roytawan.com/cafe/view.php?id=12056" target="_blank">กระทู้หนึ่งในร้อยตะวัน.คอม</a> เกี่ยวกับเรื่องการบดแล้วเลยมาถึงเรื่อง perfect shot ซึ่งผมเคยเกริ่นไว้บ้างแล้วในเรื่อง <a href="http://www.seat2cup.com/blog/perfect-shot/" target="_blank">&#8220;ชงกาแฟให้ได้ perfect shot&#8221;</a> คุณมดฯ อธิบายเคมีบางอย่างซึ่งจะช่วยให้เข้าใจการชงกาแฟแบบเอสเปรสโซและรสชาติที่เกิดขึ้นได้มาก อาจจะลึกไปสักหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น แต่น่าจะมีประโยชน์มากโดยเฉพาะกับพวกฮาร์ดคอร์ทั้งหลาย ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าในขณะที่ชงกาแฟนั้นมันกำลังเกิดอะไรขึ้น และอะไรมีผลกระทบบ้าง</p>
<p>บังเอิญว่ากระทู้นี้หัวข้อเป็นเรื่องอื่นครับ ผมก็เกรงว่ามันจะไหลหายไปกับสายลม จะเป็นการเสียของไปเปล่าๆ เลยขออนุญาตเอามาลิงค์ไว้ตรงนี้อีกทีนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/07/perfect-shot2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารับกาแฟกันได้แล้วครับ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/06/get_coffee/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/06/get_coffee/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 14:46:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[cupping]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟอินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[โรบัสต้าอินเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=505</guid>
		<description><![CDATA[Ernesto Illy เคยบอกว่าโรบัสต้าเป็นได้แค่ &#8220;กาแฟลิง&#8221; คือมีไว้ให้ลิงกินเท่านั้น ในกาแฟอิลลี่จึงไม่มีกาแฟพันธุ์นี้เป็นส่วนผสมเลย แต่นั่นคงเป็นเพราะเจ้าพ่อวงการกาแฟผู้นี้ยังไม่ได้สัมผัสกาแฟโรบัสต้าระดับโลกที่สามารถทำเอสเปรสโซได้คุณภาพอย่างน่าอัศจรรย์ใจ หรืออีกความคิดคือเขาอาจเคยได้ทดลองมาบ้าง แต่ปริมาณกาแฟโรบัสต้าระดับไฮเอนด์มีไม่เพียงพอต่อการผลิตระดับยักษ์ของอิลลี่เอง อิลลี่จึงไม่สนใจใช้กาแฟพันธุ์นี้  สารภาพว่าส่วนตัวได้แรงบันดาลใจตอนที่เหลือบไปเห็นรีวิวกาแฟจาก Paradise Roasters ในคอฟฟี่รีวิว จึงลองเอา Butter Cup Bold ที่หาได้แล้วในเมืองไทยนำมาคั่วเล่นดูบ้าง   ผมเห็นด้วยกับรีวิวที่ฝรั่งทำไว้ทุกประการราวกับว่าเป็นกาแฟตัวเดียวกัน จะมีเพิ่มเติมตรงที่เราได้คาราเมลด้วย และบางทีรู้สึกเหมือน Butterscotch ถือเป็นเอสเปรสโซระดับ outstanding อย่างไม่มีข้อกังขา smooth buttery และ mellow สุดๆ กาแฟมี sweet มี acidy taste ทั้งๆ ที่ปกติแล้วกาแฟโรบัสต้าจะไม่มี แต่เข้าใจว่าเกิดขึ้นจาก fermentation และด้วยพันธุ์ที่ปรับปรุงมาอย่างดี บวกกับกระบวนการที่เนี๊ยบสุดๆ ล้างมาสะอาดเอี่ยม ทำให้ไม่รู้สึก harsh หรือ burnt rubber ตามประสาโรบัสต้าทั่วไปมาบดบัง ความขมแบบยาไม่มี แต่ยังมีความขมบางอย่างผมเข้าใจว่าเป็นคาเฟอีน หรือบวกกับ trigonelline ซึ่งยังเหลือค่อนข้างมากเพราะกาแฟคั่วอ่อน จึงแนะนำให้ใส่น้ำตาลซัก 1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Ernesto_Illy" target="_blank">Ernesto Illy</a> เคยบอกว่าโรบัสต้าเป็นได้แค่ &#8220;กาแฟลิง&#8221; คือมีไว้ให้ลิงกินเท่านั้น ในกาแฟอิลลี่จึงไม่มีกาแฟพันธุ์นี้เป็นส่วนผสมเลย แต่นั่นคงเป็นเพราะเจ้าพ่อวงการกาแฟผู้นี้ยังไม่ได้สัมผัสกาแฟโรบัสต้าระดับโลกที่สามารถทำเอสเปรสโซได้คุณภาพอย่างน่าอัศจรรย์ใจ หรืออีกความคิดคือเขาอาจเคยได้ทดลองมาบ้าง แต่ปริมาณกาแฟโรบัสต้าระดับไฮเอนด์มีไม่เพียงพอต่อการผลิตระดับยักษ์ของอิลลี่เอง อิลลี่จึงไม่สนใจใช้กาแฟพันธุ์นี้</p>
<p><span id="more-505"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-506 aligncenter" title="bcb_review4" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2009/06/bcb_review4.jpg" alt="bcb_review4" width="432" height="324" /></p>
<p> สารภาพว่าส่วนตัวได้แรงบันดาลใจตอนที่เหลือบไปเห็น<a href="http://www.coffeereview.com/review.cfm?ID=1864" target="_blank">รีวิวกาแฟจาก Paradise Roasters</a> ในคอฟฟี่รีวิว จึงลองเอา <a href="http://seat2cupcoffee.blog.com/2818146/" target="_blank">Butter Cup Bold</a> ที่หาได้แล้วในเมืองไทยนำมาคั่วเล่นดูบ้าง</p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-507 aligncenter" title="bcb_review2" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2009/06/bcb_review2.jpg" alt="bcb_review2" width="432" height="324" /></p>
<p>ผมเห็นด้วยกับรีวิวที่ฝรั่งทำไว้ทุกประการราวกับว่าเป็นกาแฟตัวเดียวกัน จะมีเพิ่มเติมตรงที่เราได้คาราเมลด้วย และบางทีรู้สึกเหมือน Butterscotch ถือเป็นเอสเปรสโซระดับ outstanding อย่างไม่มีข้อกังขา smooth buttery และ mellow สุดๆ กาแฟมี sweet มี acidy taste ทั้งๆ ที่ปกติแล้วกาแฟโรบัสต้าจะไม่มี แต่เข้าใจว่าเกิดขึ้นจาก fermentation และด้วยพันธุ์ที่ปรับปรุงมาอย่างดี บวกกับกระบวนการที่เนี๊ยบสุดๆ ล้างมาสะอาดเอี่ยม ทำให้ไม่รู้สึก harsh หรือ burnt rubber ตามประสาโรบัสต้าทั่วไปมาบดบัง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-508 aligncenter" title="bcb_review3" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2009/06/bcb_review3.jpg" alt="bcb_review3" width="432" height="324" /></p>
<p>ความขมแบบยาไม่มี แต่ยังมีความขมบางอย่างผมเข้าใจว่าเป็นคาเฟอีน หรือบวกกับ trigonelline ซึ่งยังเหลือค่อนข้างมากเพราะกาแฟคั่วอ่อน จึงแนะนำให้ใส่น้ำตาลซัก 1 ช้อนชาครับ ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-509 aligncenter" title="bcb_review1" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2009/06/bcb_review1.jpg" alt="bcb_review1" width="432" height="324" /></p>
<p>ที่ลองกันที่ซีททูคัพเราชงกันแบบง่ายๆ ครับ น้ำกาแฟไหลค่อนข้างเร็วคือ 3/4 ออนซ์ในเวลาประมาณ 20 วินาที สามารถให้ espresso shot ที่ดีมากๆ แล้ว เสียดายที่เราจดจ่ออยู่กับ espresso เท่านั้นเลยไม่ได้ทดลองกับนมเลย เพราะเมื่อโดนเอสเปรสโซไปแล้วก็มือไม้อ่อนดื่มต่ออีกไม่ไหวครับสงสัยคาเฟอีนมันล้น</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-517" title="bcb_review51" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2009/06/bcb_review51.jpg" alt="bcb_review51" width="432" height="324" /><a href="http://www.seat2cup.com/blog/5th-aniversary/" target="_blank">ท่านที่ลงชื่อไว้</a>มารับได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเสาร์ที่ 27 เดือนนี้นะครับ ท่านที่อยู่ต่างจังหวัดทะยอยส่งให้แล้ว ใครชอบไม่ชอบอย่างไรลองวิจารณ์กันดูครับไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/06/get_coffee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟดอยสะเก็ด 2009 กับเอสเปรสโซ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/04/doisaked-roasted-coffee/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/04/doisaked-roasted-coffee/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2009 16:34:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[cupping]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟดอยสะเก็ด]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=414</guid>
		<description><![CDATA[เป็นรีวิวว์ที่ค้างคาไว้หลายวันแล้วครับ ว่ากาแฟไทยแท้จากดอยสะเก็ดเมื่อเอามาทำเอสเปรสโซแบบ single origin จะเป็นอย่างไร เมื่อจบงานคัปปิ้งที่เชียงใหม่เลยถือเป็นอารมณ์ต่อเนื่องที่จะเอามาชิมเป็นเรื่องเป็นราวซักที กาแฟชุดนี้เป็นกาแฟจากสวนบริเวณใกล้เคียงกับบ้านของน้องสุวรรณจากไร่กาแฟพรหมมา ถือเป็นดอยสะเก็ดที่ปลูกในชัยภูมิที่ดีและผ่านกระบวนการอย่างตั้งใจ ผมคั่วในระดับ medium to dark ไว้และบรรจุในถุงอย่างดีกว่าสิบวันแล้ว เชื่อว่ามีการ degass เรียบร้อยดีแล้ว ผลการทดสอบตามความสามารถส่วนตัวของผมพบว่า เมื่อทำเป็นเอสเปรสโซช็อต จะให้กลิ่นผลไม้จำพวกกล้วย เจือด้วยมะพร้าว คล้ายกับแนวกาแฟจากบราซิลหรืออินเดีย กลิ่นที่ซ่อนตามมาเป็นผลไม้รสเปรี้ยวอย่างพวกส้ม มีความเข้มข้นหรือบอดี้ปานกลาง อาฟเตอร์เทสเบาบาง ติดรสขม และความรู้สึกแบบดาร์กช็อคโกแล้ตเล็กน้อย เมื่อทำเป็นอเมริกาโน ยังให้โทนของกล้วยอยู่ และปนมาด้วยกลิ่นพวกโรสต์นัท เจือด้วยผลไม้สด ให้รู้สึกถึงรสชาติบางอย่างที่เคยได้จากกาแฟทิปปิก้า (เป็นไปได้ว่ากาแฟสวนนี้มีพันธุ์ทิปปิก้าปนมาด้วยแต่ไม่มาก) บางครั้งยังรู้สึกถึงกลิ่นหอมของเกสรดอกไม้อ่อนๆ แบบ honey suckle อาฟเตอร์เทสเบาบางและติดขมเล็กน้อย ผมถือว่าเป็นกาแฟไทยที่ทำได้ดีมากตัวหนึ่งครับ แต่หากเทียบกับกาแฟระดับ specialty ของแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงของโลก อาจพบว่าเราด้อยกว่าตรงที่มีติดขมเล็กน้อย มีรสเฝื่อนเจือเข้ามาทำให้ไม่ลื่นและสบายปากนัก อซิดิตี้เบาบาง ทำให้รู้สึกว่ารสชาติมันน้อยและไม่หวานชวนดื่ม เมื่อกลืนไปแล้วสิ่งที่ตกค้างเป็นอาฟเตอร์เทสเลยไม่ค่อยมีอะไรเหลือให้ประทับใจ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นรีวิวว์ที่ค้างคาไว้หลายวันแล้วครับ ว่ากาแฟไทยแท้จากดอยสะเก็ดเมื่อเอามาทำเอสเปรสโซแบบ single origin จะเป็นอย่างไร เมื่อจบงาน<a href="http://www.seat2cup.com/blog/doi-sa-ked-coffee/" target="_blank">คัปปิ้งที่เชียงใหม่</a>เลยถือเป็นอารมณ์ต่อเนื่องที่จะเอามาชิมเป็นเรื่องเป็นราวซักที<span id="more-414"></span></p>
<p><img class="alignnone" title="doi saked roasted coffee" src="http://www.seat2cup.com/images/P41629732.jpg" alt="" width="438" height="328" /></p>
<p>กาแฟชุดนี้เป็นกาแฟจากสวนบริเวณใกล้เคียงกับบ้านของน้องสุวรรณจากไร่กาแฟพรหมมา ถือเป็นดอยสะเก็ดที่ปลูกในชัยภูมิที่ดีและผ่านกระบวนการอย่างตั้งใจ ผมคั่วในระดับ medium to dark ไว้และบรรจุในถุงอย่างดีกว่าสิบวันแล้ว เชื่อว่ามีการ degass เรียบร้อยดีแล้ว ผลการทดสอบตามความสามารถส่วนตัวของผมพบว่า</p>
<p>เมื่อทำเป็นเอสเปรสโซช็อต จะให้กลิ่นผลไม้จำพวกกล้วย เจือด้วยมะพร้าว คล้ายกับแนวกาแฟจากบราซิลหรืออินเดีย กลิ่นที่ซ่อนตามมาเป็นผลไม้รสเปรี้ยวอย่างพวกส้ม มีความเข้มข้นหรือบอดี้ปานกลาง อาฟเตอร์เทสเบาบาง ติดรสขม และความรู้สึกแบบดาร์กช็อคโกแล้ตเล็กน้อย</p>
<p>เมื่อทำเป็นอเมริกาโน ยังให้โทนของกล้วยอยู่ และปนมาด้วยกลิ่นพวกโรสต์นัท เจือด้วยผลไม้สด ให้รู้สึกถึงรสชาติบางอย่างที่เคยได้จากกาแฟทิปปิก้า (เป็นไปได้ว่ากาแฟสวนนี้มีพันธุ์ทิปปิก้าปนมาด้วยแต่ไม่มาก) บางครั้งยังรู้สึกถึงกลิ่นหอมของเกสรดอกไม้อ่อนๆ แบบ honey suckle อาฟเตอร์เทสเบาบางและติดขมเล็กน้อย</p>
<p>ผมถือว่าเป็นกาแฟไทยที่ทำได้ดีมากตัวหนึ่งครับ แต่หากเทียบกับกาแฟระดับ specialty ของแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงของโลก อาจพบว่าเราด้อยกว่าตรงที่มีติดขมเล็กน้อย มีรสเฝื่อนเจือเข้ามาทำให้ไม่ลื่นและสบายปากนัก อซิดิตี้เบาบาง ทำให้รู้สึกว่ารสชาติมันน้อยและไม่หวานชวนดื่ม เมื่อกลืนไปแล้วสิ่งที่ตกค้างเป็นอาฟเตอร์เทสเลยไม่ค่อยมีอะไรเหลือให้ประทับใจ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/04/doisaked-roasted-coffee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 ปัจจัยเอสเปรสโซที่บาริสต้าต้องรู้</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/01/baristamaster/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/01/baristamaster/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2009 03:52:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=322</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อเกิดความผิดพลาด คนคั่วและคนชงมักจะโทษกันไปมา การทำกาแฟคุณภาพถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำงานด้วยความรับผิดชอบ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าน้ำยังต้องพึ่งเรือ ชีวิตคนคั่วกาแฟคงต้องขึ้นอยู่กับบาริสต้า เพราะถ้าขาดเขาแล้วกาแฟที่อุตส่าห์คั่วอุตส่าห์เบลนด์มาคงหมดความหมาย หรืออีกแง่หนึ่งคือถ้าบาริสต้าทำแย่ๆ กาแฟคั่วและคนคั่วคงไม่พ้นโดนตำหนิไปด้วย ถือเป็นเรื่องปกติในการทำกาแฟโดยเฉพาะการชงแบบเอสเปรสโซ ที่มีปัจจัยรายละเอียดในการชงมากมาย ทำให้ยากลำบากในการประเมินคุณภาพกาแฟ บ่อยครั้งจึงพบว่ามีการโยนกลองโทษกันไปมาระหว่าง &#8220;คนคั่ว&#8221;  &#8220;คนชง&#8221; หรือบางครั้ง &#8220;เครื่องชง&#8221; ยังตกเป็นจำเลยได้</p>
<p><span id="more-322"></span></p>
<p>ผมสังเกตว่าคนคั่วกาแฟเอสเปรสโซในยุคปัจจุบัน ทุกคนมีความรู้ในการชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ หลายคนเคยผ่านงานเป็นบาริสต้าในบาร์มาแล้วเป็นปีๆ ตัวผมเองสมัยที่ทำร้านที่รางน้ำเคยมีเหตุในกินนอนในร้านอยู่เกือบ  6 เดือน เคยตื่นมาเปิดเครื่องยกเก้าอี้เปิดร้านตอน 6 โมงเช้า และเก็บร้านตอน 4 ทุ่มมาแล้ว เคยสัมผัสความเงียบเหงาของร้าน และความคึกคักแบบร้านแทบแตกหรือการชงกาแฟแบบมือเป็นระวิง ได้ผ่านปัญหาการชงและปัญหาการบริการลูกค้าด้วยตัวเองมาพอสมควร จนวันนี้ที่ถอยออกมาจากบาร์จึงยังทำให้เข้าใจความรู้สึกของน้องๆ บาริสต้าที่อยู่ในนั้นได้บ้าง ทุกวันนี้เราทำงานด้วยกันในฐานะคนคั่วและคนชงในการพยายามควบคุมคุณภาพกาแฟ ช่วยกันหาวิธีทำงานจนถือว่าสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่พอใจได้ตามสมควร</p>
<p>ต่อเมื่อต้องมาพัฒนาตัว <a href="http://www.seat2cup.com/blog/premium-espresso-blend/" target="_blank"><strong>premium espresso</strong></a> ทำให้ผมต้องพึ่งพาบาริสต้าคู่ใจหนักขึ้นไปอีกเพราะกาแฟชงยากขึ้น อ่อนไหวมากขึ้นคือปัจจัยเปลี่ยนนิดหน่อย แต่รสชาติเปลี่ยนเยอะ บาริสต้าที่รู้ใจก็เลยไม่ค่อยได้ดั่งใจ ผมจึงถือโอกาสรวบรวมข้อคิดที่ได้มาท้าทายคนที่เป็นบาริสต้าอีกครั้ง ถือเป็นการทบทวนว่าในการทำงานของท่านในแต่ละวันนี้ท่านได้คิดถึงหรือตระหนักต่อเรื่องเหล่านี้หรือไม่</p>
<p><strong>5 ปัจจัยเอสเปรสโซ (ที่ผมคิดได้ว่า) บาริสต้าควรจะต้องรู้</strong></p>
<p>1. <strong>ความสดของกาแฟ</strong>  บาริสต้าต้องรู้ถึงอาการของกาแฟที่สดมากไป (too fresh) และรู้วิธีที่จะชงมัน มิเช่นนั้นเขาจะนำพาข้อบกพร่องออกมาได้อย่างไร้ที่ติ</p>
<p>2. <strong>สภาพของน้ำ</strong> เรื่องนี้ไม่ง่าย แต่บาริสต้าควรจะสงสัยไว้ด้วย เพราะสภาพน้ำในแต่ละวันอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ และจะเปลี่ยนแปลงมากหากระบบกรองน้ำที่ใช้ไม่มีประสิทธิภาพสูงพอ หากใช้น้ำจากถังเรื่องจะง่ายขึ้นนิดหน่อย อาการที่มีผลจากน้ำเห็นได้ตั้งแต่ลักษณะของครีมา ไปจนถึง acidity ในน้ำกาแฟ</p>
<p>3. <strong>extraction time</strong> ที่ต้องควบคุมให้ได้ สำหรับเอสเปรสโซ extraction time ถือว่าสำคัญมาก บาริสต้านอกจากจะต้องเข้าใจ[<a href="http://vudh.wordpress.com/2008/04/24/brewing_principle/" target="_blank">หลักพื้นฐานในการชงกาแฟ</a>]แล้ว ยังต้องมีทักษะในการควบคุม extraction time ที่ดีมากๆ ด้วย ในที่นี้ผมหมายถึงการตวงกาแฟที่สม่ำเสมอ แรงกดที่เท่ากันทุกครั้ง เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบรสชาติของ shot ต่อ shot และรสชาติจาก extraction time ที่เปลี่ยนไปในแต่ละวินาทีได้ยุติธรรมที่สุด ถ้าท่านยังไม่เคยชงเอสเปรสโซให้เวลาเท่ากันได้ (บวกลบไม่เกินครึ่งวินาที) เป็นจำนวน 10 ถ้วยติดต่อกัน ผมขอเชิญชวนให้ลองทำดูครับ</p>
<p>4. <strong>temperature surfing</strong> หรือการเล่นกับอุณหภูมิ เพราะการชงจากเครื่องเอสเปรสโซส่วนใหญ่เราต้อง flush น้ำออกก่อนชงเสมอ และจังหวะในการ flush น้ำนั้นมีผลกับอุณภูมิซึ่งบาริสต้าต้องเข้าใจ ถ้าเป็นกาแฟคุณภาพกลางๆ อาจไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นกาแฟคุณภาพสูง อุณภูมิที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยจะสะท้อนออกมาเป็นรสชาติที่ต่างไปอย่างสังเกตได้</p>
<p>5. <strong>ความร้อนของถ้วย</strong> เรื่องนี้จะต้องพิถีพิถันเช่นกันครับ เพราะปลาอาจตายน้ำตื้นได้ เนื่องจากการดื่มกาแฟนั้นเป็นการเก็บความรู้สึกโดยรวม ถ้วยที่ร้อนและเย็นจะให้ความรู้สึกในการดื่มต่างกัน จังหวะการให้กลิ่นและรายละเอียดของกลิ่นต่างกัน ทำให้จังหวะในการดื่มและรสชาติที่ได้ต่างกันไปด้วย ผมพบว่าถ้วยที่เย็นจะให้รายละเอียดของกลิ่นออกมาเร็วกว่า ถ้ากาแฟมี acidity สูงและเป็นกาแฟที่ dynamic เราจะได้รสเปรี้ยวมากกว่า ถ้าลองชงจาก double shot พร้อมกันโดยให้ถ้วยหนึ่งร้อนอีกถ้วยหนึ่งเย็นแล้วชิมพร้อมกัน บางครั้งให้ความรู้สึกเหมือนกาแฟคนละตัวเลยทีเดียว  ส่วนตัวผมชอบใช้ถ้วยที่อุณหภูมิประมาณ 40 c</p>
<p>เอาเท่านี้ก่อนได้มั๊ยครับ ทั้งที่จริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมาก มากจนถ้าให้พูดไปเรื่อยๆ จะไม่จบกันง่ายๆ หรือยิ่งพูดมากไปคนที่ไม่เข้าใจจะกล่าวหาว่าเอ๊ะทำไมเรื่องมากจัง ถ้ามันชงยากอย่างนี้ไม่ต้องไปกินมันจะดีกว่ามั๊ย ผมก็เห็นด้วยว่าเรื่องมันมากเสียจริงต่อเมื่อได้ทดลองอย่างจริงจังกับพรีเมี่ยมเอสเปรสโซที่กำลังทำอยู่ทำให้พบว่าถ้าบาริสต้าไม่ใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้พลาดอะไรดีๆ ที่คนคั่วและตัวกาแฟเองพยายามจะนำเสนอออกมา ตัวอย่างเช่นใน<a href="http://www.seat2cup.com/blog/premium-espresso-blend/" target="_blank"><strong>พรีเมี่ยมเอสเปรสโซ</strong></a>ของเรามีกลิ่น &#8220;บลูเบอรี่&#8221; ที่ได้จากกาแฟเยเมนที่เบลนด์เข้าไป เมื่อมาถึงมือบาริสต้า เขาสามารถทำให้กลิ่นนี้ออกมาชัด หรือมีมากเกินไปจนเป็นกลิ่นไวน์เน่า หรือแม้แต่ทำให้กลิ่นนี้หายไปเลยก็ได้</p>
<p>ตรงนี้แหละครับที่เมื่อบาริสต้าและโรงคั่วพูดไม่ตรงกันแล้ว ก็จะเกิดการตำหนิกันไปมาจนหาข้อสรุปไม่ได้ พลอยทำให้ลำบากต่อการพัฒนาคุณภาพกาแฟไปด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/01/baristamaster/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Premium Espresso Blend</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/10/premium-espresso-blend/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/10/premium-espresso-blend/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2008 15:39:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=252</guid>
		<description><![CDATA[อันที่จริงซีททูคัพเราทดลองทำพรีเมี่ยมเบลนด์นี้มาเป็นปีแล้วครับแต่ก็ไม่ได้สรุปสักที ไม่สรุปคือไม่สรุปว่าจะทำเบลนด์ยังไงแน่ ไม่สรุปก็หมายถึงยังไม่มีจะขาย เมื่อทดลองคั่วเบลนด์ออกมาครั้งใดก็เอามาให้ลูกค้าที่บาร์ดื่มกันมีเสียงตอบรับต่างๆ ไป ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง เปรี้ยวไปบ้าง ขมไปบ้าง แต่เมื่อวางแผนไว้ว่าต้องออกขายให้ได้ภายในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พรีเมี่ยมเอสเปรสโซเบลนด์ของเราจึงออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ที่เรียกพรีเมี่ยมด้วยเหตุว่าเป็นเบลนด์ที่เราวางตำแหน่งไว้ที่ top range คือดีที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องต้นทุน ผลจากการทดลองมาเป็นเวลานานบวกกับการรอเมล็ดกาแฟบางตัว สรุปสุดท้ายจึงมาลงตัวที่ครึ่งหนึ่งใช้อราบิก้าจากคาลีเทวราปุระ เอสเตท แคว้นชิกมังกาลอร์ อินเดีย คั่วแยกใช้เวลา 18 นาทีเป็นการปูพื้นไว้ อีกครึ่งหนึ่งเราตัดสินใจใช้เยเมนอิสเมลีผสมกับอราบิก้าแบบ pulped natural ของอินเดียจากฮาลีย์เอสเตท ผลลัพธ์คือเอสเปรสโซที่ไม่หนักมาก ไม่ขม เปรี้ยวเล็กน้อยนุ่มนวล เต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ตอนชิมครั้งแรกผมรู้สึกเหมือนกินบิสกิตที่แอบใส่ผงกะหรี่ลงไปด้วย สไปซี่ ครีมมี่ โกโก้ แอบซ่อนด้วยผลไม้สุกหวาน โดยมีกลิ่นมะพร้าวคั่วเป็นแบ็กกราวด์ ดื่มได้ลื่นสบาย เริ่มหวาน หวาน และจบหวาน เมื่อลองดื่มเป็นกาแฟนม รสจะอ่อน แต่ก็ทำให้นมหวานมากๆ คนที่ชอบลาเต้หรือคาปูชิโน่ติดขมจะต้องผิดหวัง เบลนด์นี้จึงเหมาะกับคนที่สงสัยว่าทำไมฝรั่งชาติยุโรปจึงดื่มเอสเปรสโซกันนัก เอสเปรสโซที่ไม่ขมเป็นอย่างไร ดื่มได้แม้ไม่ต้องใส่น้ำตาลจริงๆ หรือ และเนื่องจากกาแฟที่ใช้สำหรับเบลนด์นี้มีราคาสูงพอสมควร จึงต้องคั่วตามคำสั่งเท่านั้นนะครับไม่มีการ stock ท่านที่ต้องการใช้ได้โปรดสั่งล่วงหน้า (สั่งซื้อกาแฟออนไลน์ที่เว็บช็อป) และสำหรับท่านที่ต้องการชิมทดสอบเชิญได้ที่หน้าบาร์ของเรานะครับ เราทดสอบเบลนด์กัน เลยถ่ายวิดิโอไว้ด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อันที่จริงซีททูคัพเราทดลองทำพรีเมี่ยมเบลนด์นี้มาเป็นปีแล้วครับแต่ก็ไม่ได้สรุปสักที ไม่สรุปคือไม่สรุปว่าจะทำเบลนด์ยังไงแน่ ไม่สรุปก็หมายถึงยังไม่มีจะขาย เมื่อทดลองคั่วเบลนด์ออกมาครั้งใดก็เอามาให้ลูกค้าที่บาร์ดื่มกันมีเสียงตอบรับต่างๆ ไป ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง เปรี้ยวไปบ้าง ขมไปบ้าง แต่เมื่อวางแผนไว้ว่าต้องออกขายให้ได้ภายในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พรีเมี่ยมเอสเปรสโซเบลนด์ของเราจึงออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก</p>
<p><a href="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/premiumespro3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-257" title="premiumespro3" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/premiumespro3.jpg" alt="" width="380" height="285" /></a></p>
<p><a href="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/premiumespro2.jpg"></a></p>
<p><span id="more-252"></span></p>
<p>ที่เรียกพรีเมี่ยมด้วยเหตุว่าเป็นเบลนด์ที่เราวางตำแหน่งไว้ที่ top range คือดีที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องต้นทุน ผลจากการทดลองมาเป็นเวลานานบวกกับการรอเมล็ดกาแฟบางตัว สรุปสุดท้ายจึงมาลงตัวที่ครึ่งหนึ่งใช้อราบิก้าจากคาลีเทวราปุระ เอสเตท แคว้นชิกมังกาลอร์ อินเดีย คั่วแยกใช้เวลา 18 นาทีเป็นการปูพื้นไว้ อีกครึ่งหนึ่งเราตัดสินใจใช้เยเมนอิสเมลีผสมกับอราบิก้าแบบ pulped natural ของอินเดียจากฮาลีย์เอสเตท ผลลัพธ์คือเอสเปรสโซที่ไม่หนักมาก ไม่ขม เปรี้ยวเล็กน้อยนุ่มนวล เต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ตอนชิมครั้งแรกผมรู้สึกเหมือนกินบิสกิตที่แอบใส่ผงกะหรี่ลงไปด้วย สไปซี่ ครีมมี่ โกโก้ แอบซ่อนด้วยผลไม้สุกหวาน โดยมีกลิ่นมะพร้าวคั่วเป็นแบ็กกราวด์ ดื่มได้ลื่นสบาย เริ่มหวาน หวาน และจบหวาน</p>
<p>เมื่อลองดื่มเป็นกาแฟนม รสจะอ่อน แต่ก็ทำให้นมหวานมากๆ คนที่ชอบลาเต้หรือคาปูชิโน่ติดขมจะต้องผิดหวัง เบลนด์นี้จึงเหมาะกับคนที่สงสัยว่าทำไมฝรั่งชาติยุโรปจึงดื่มเอสเปรสโซกันนัก เอสเปรสโซที่ไม่ขมเป็นอย่างไร ดื่มได้แม้ไม่ต้องใส่น้ำตาลจริงๆ หรือ</p>
<p>และเนื่องจากกาแฟที่ใช้สำหรับเบลนด์นี้มีราคาสูงพอสมควร จึงต้องคั่วตามคำสั่งเท่านั้นนะครับไม่มีการ stock ท่านที่ต้องการใช้ได้โปรดสั่งล่วงหน้า (สั่งซื้อกาแฟออนไลน์ที่<a title="ร้านกาแฟออนไลน์" href="http://www.seat2cupwebshop.com" target="_blank">เว็บช็อป</a>) และสำหรับท่านที่ต้องการชิมทดสอบเชิญได้ที่<a title="บาร์กาแฟซีททูคัพ" href="http://www.seat2cup.com/coffeebar.html" target="_blank">หน้าบาร์</a>ของเรานะครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="359" height="293" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/6wmHrwOrpio&amp;hl=en&amp;fs=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="359" height="293" src="http://www.youtube.com/v/6wmHrwOrpio&amp;hl=en&amp;fs=1" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>เราทดสอบเบลนด์กัน เลยถ่ายวิดิโอไว้ด้วย ไฟล์ใหญ่สักหน่อยใครที่เนตแรงๆ ไม่กลัวช้าลองเปิดดูได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/10/premium-espresso-blend/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Seat Espro Shot (VDO)</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/10/espresso-vdo/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/10/espresso-vdo/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Oct 2008 17:45:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องบดกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[eureka]]></category>
		<category><![CDATA[grind on demand]]></category>
		<category><![CDATA[reneka]]></category>
		<category><![CDATA[timer]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=225</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้เป็นที่นิยมกันมากครับ ที่ซีทเราเลยขอทดลองดูบ้าง คือใช้ timer เข้ามาช่วยในการทำช็อตกาแฟ เมื่อติดตั้งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทดลองทำช็อตต่อเนื่องดูพบว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก แม้ว่าจะยังไม่ได้ชั่งน้ำหนักกาแฟหาความคลาดเคลื่อนแต่เมื่อจับเวลาในการคั้นผลคือบวกลบไม่เกิน 2 วินาทีจากการทำช็อตร่วมสิบครั้ง ถือเป็น solution ของการผลิตกาแฟในบาร์ที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่ง ตอนนี้บาริสต้าของเราติดใจแล้ว เพราะมือไม่เปื้อนและทำงานได้รวดเร็วขึ้น การฝึกหัดพนักงานหน้าใหม่ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะช่วยลดความผิดพลาด กาแฟค้างในโถพักน้อยมากจนถือว่าไม่มีเลย และช็อตกาแฟไว้ใจได้มากขึ้น  ทั้งนี้จุดที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับการใช้งานระบบนี้คือ ต้องปัดกาแฟหลายครั้งจนกว่ากาแฟจะลงมาหมด ข้อนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมลังเลไม่ลงมือสักที แต่เมื่อมาใช้จริงถือว่าไม่ได้มากจนเกินไป และถ้าเครื่องบดมีกลไลที่นุ่มนวลแล้วจะทำให้เราปัดกาแฟได้สบายมือขึ้น (แต่ในวิดีโอ บาริสต้าของเราตื่นกล้องเล็กน้อยนะครับ เลยปัดกาแฟนานไปหน่อย) กาแฟต้องบดลงมาตรง ร่วน และพูนเป็นภูเขา จะทำให้การ tamp มีประสิทธิภาพ เนื้อก้อนเค้กกาแฟสม่ำเสมอ ในกรณีนี้เครื่องบด anfim จึงได้รับความนิยมมากเนื่องจากกาแฟลงมาตรงดีเหลือเกิน แต่ของซีททูคัพเราใช้เครื่องบด eureka mdm จึงต้องเพิ่มอุปกรณ์เสริมคือต่อกรวยลงมาเล็กน้อยเชื่อว่าให้ผลลัพธ์ดีไม่แพ้กัน (สังเกตในวิดีโอกาแฟจะลงมาพูนเป็นรูปภูเขาและไม่หกกระจัดกระจาย) การปรับเครื่องบดอาจสร้างความสับสนเล็กน้อย เพราะความหยาบละเอียดจะมีผลกับระยะเวลาในการบดด้วย ผมจึงใช้วิธีปรับความละเอียดให้ได้พอสมควรก่อนแล้วจึงมาตั้งเวลาที่เหมาะสม เมื่อใช้ระบบนี้ไปสักพักจะคุ้นเคยขึ้นครับ ขอขอบคุณคุณมดเอ็กเพรสซิโว่เชียงใหม่ที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอีกครั้งจนต้องลงมือทำ(ทั้งที่คิดเรื่องนี้มานานแล้วแต่ออกจะขี้เกียจเลยไม่ได้เริ่มซักที) มิสเตอร์เจมส์ ฮอฟแมนแห่งสแควร์ไมล์โรสเตอร์ที่ให้ความมั่นใจว่าระดับแชมป์โลกยังเลือกใช้โซลูชั่นนี้ และคุณแอนดี้เอสแห่งโฮมบาริสต้าดอทคอมที่ให้แนวคิดเรื่องอุปกรณ์เสริม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนนี้เป็นที่นิยมกันมากครับ ที่ซีทเราเลยขอทดลองดูบ้าง คือใช้ timer เข้ามาช่วยในการทำช็อตกาแฟ เมื่อติดตั้งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทดลองทำช็อตต่อเนื่องดูพบว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก แม้ว่าจะยังไม่ได้ชั่งน้ำหนักกาแฟหาความคลาดเคลื่อนแต่เมื่อจับเวลาในการคั้นผลคือบวกลบไม่เกิน 2 วินาทีจากการทำช็อตร่วมสิบครั้ง ถือเป็น solution ของการผลิตกาแฟในบาร์ที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่ง ตอนนี้บาริสต้าของเราติดใจแล้ว เพราะมือไม่เปื้อนและทำงานได้รวดเร็วขึ้น การฝึกหัดพนักงานหน้าใหม่ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะช่วยลดความผิดพลาด กาแฟค้างในโถพักน้อยมากจนถือว่าไม่มีเลย และช็อตกาแฟไว้ใจได้มากขึ้น</p>
<p><span id="more-225"></span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="388" height="282" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/rxwZXDluI-c&amp;hl=en&amp;fs=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="388" height="282" src="http://www.youtube.com/v/rxwZXDluI-c&amp;hl=en&amp;fs=1" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p> ทั้งนี้จุดที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับการใช้งานระบบนี้คือ</p>
<ol>
<li>ต้องปัดกาแฟหลายครั้งจนกว่ากาแฟจะลงมาหมด ข้อนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมลังเลไม่ลงมือสักที แต่เมื่อมาใช้จริงถือว่าไม่ได้มากจนเกินไป และถ้าเครื่องบดมีกลไลที่นุ่มนวลแล้วจะทำให้เราปัดกาแฟได้สบายมือขึ้น (แต่ในวิดีโอ บาริสต้าของเราตื่นกล้องเล็กน้อยนะครับ เลยปัดกาแฟนานไปหน่อย)</li>
<li>กาแฟต้องบดลงมาตรง ร่วน และพูนเป็นภูเขา จะทำให้การ tamp มีประสิทธิภาพ เนื้อก้อนเค้กกาแฟสม่ำเสมอ ในกรณีนี้เครื่องบด anfim จึงได้รับความนิยมมากเนื่องจากกาแฟลงมาตรงดีเหลือเกิน แต่ของซีททูคัพเราใช้เครื่องบด eureka mdm จึงต้องเพิ่มอุปกรณ์เสริมคือต่อกรวยลงมาเล็กน้อยเชื่อว่าให้ผลลัพธ์ดีไม่แพ้กัน (สังเกตในวิดีโอกาแฟจะลงมาพูนเป็นรูปภูเขาและไม่หกกระจัดกระจาย)</li>
<li>การปรับเครื่องบดอาจสร้างความสับสนเล็กน้อย เพราะความหยาบละเอียดจะมีผลกับระยะเวลาในการบดด้วย ผมจึงใช้วิธีปรับความละเอียดให้ได้พอสมควรก่อนแล้วจึงมาตั้งเวลาที่เหมาะสม เมื่อใช้ระบบนี้ไปสักพักจะคุ้นเคยขึ้นครับ</li>
</ol>
<p>ขอขอบคุณคุณมดเอ็กเพรสซิโว่เชียงใหม่ที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอีกครั้งจนต้องลงมือทำ(ทั้งที่คิดเรื่องนี้มานานแล้วแต่ออกจะขี้เกียจเลยไม่ได้เริ่มซักที) มิสเตอร์เจมส์ ฮอฟแมนแห่ง<a href="http://www.squaremileblog.com/" target="_blank">สแควร์ไมล์โรสเตอร์</a>ที่ให้ความมั่นใจว่าระดับแชมป์โลกยังเลือกใช้โซลูชั่นนี้ และคุณแอนดี้เอสแห่ง<a href="http://www.home-barista.com" target="_blank">โฮมบาริสต้าดอทคอม</a>ที่ให้แนวคิดเรื่องอุปกรณ์เสริม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/10/espresso-vdo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชงกาแฟให้ได้ perfect shot</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/perfect-shot/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/perfect-shot/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2008 19:41:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[perfect shot]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟเอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เพอร์เฟคช็อต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=207</guid>
		<description><![CDATA[โปรยหัวแบบให้ดูง่ายเสียอย่างนั้นเองนะครับ เพราะที่จริงแล้วมันก็ไม่ง่ายแบบนับหนึ่ง.สอง.. สำหรับคนที่อ่านมาเยอะ ชงกาแฟมาแยะ หรือเข้าเรียน เทคคอร์สกาแฟมาแล้ว คงพอเข้าใจบ้างว่า perfect shot หมายถึงอะไร ผมเลยขออนุญาติถามซ้ำเสียเลยว่า &#8220;แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะครับ&#8221; ผมมักถามคำถามนี้กับผู้เข้าอบรมกาแฟเสมอ ถ้าไม่เคยได้ยินมาเลยก็แล้วไป แต่ถ้าเคยได้ยินมาบ้าง..ไหนลองอธิบายหน่อยได้มั๊ย.. ส่วนใหญ่เงียบงัน บางคนบอก &#8220;ก็ชงให้มันได้เวลา 20-30 วินาทีงัยคะ&#8221; บางคนตอบมาง่ายๆ เลยว่า &#8220;คือช็อตที่กาแฟอร่อย&#8221; อันหลังนี่ผมว่าน่าฟังที่สุด ข้อมูลที่เคยได้ยินได้ฟังและผมคล้อยตามในเหตุผล จึงมักใช้อธิบายคนที่อยากเข้าใจเรื่อง perfect shot แบบง่ายๆ อย่างนี้.. ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าในกาแฟมีสารประกอบมากมายซึ่งจะถูกน้ำสกัดออกมาได้เร็วช้าต่างกัน อาจแบ่งเป็นกลุ่มๆ คือที่ถูกสกัดได้เร็วที่สุดเป็นพวกกรดผลไม้ ตามมาด้วยสารประกอบที่ให้กลิ่นปิ้งๆ ย่างๆ กลิ่นไม้ หรือถั่ว และที่ถูกสกัดช้ากว่าได้แก่พวกคาราเมลซึ่งเกิดจากความร้อนในการคั่วกาแฟและทำให้น้ำตาลในกาแฟไหม้ที่เรียกคาราเมลไลซ์ ส่วนที่ถูกสกัดออกมาช้าที่สุดได้แก่พวกที่ให้กลิ่นแนวขี้เถ้า หรือขมทื่อ หากอ่านถึงตรงนี้แล้วยังตั้งหลักไม่ทัน ผมขอเบรคไว้นิดหนึ่งว่า เรากำลังพูดถึงการสกัดกาแฟหรือการชงกาแฟโดยวิธีเอสเปรสโซอยู่ครับ การสกัดหมายถึงการให้น้ำไหลผ่านกาแฟไปโดยน้ำมีหน้าที่เป็นตัวทำละลายและดึงเอารสชาติต่างๆ ของกาแฟไปกับตัวมัน ซึ่งโดยทั่วไปหากบดกาแฟละเอียดมาก หรือแพ็คกาแฟแน่นมาก น้ำจะไหลฝ่าออกไปได้ยาก ช้า ทำให้สกัดรสชาติออกมาได้มาก หากใช้กาแฟที่บดหยาบ แพ็คไม่แน่นน้ำย่อมไหลผ่านไปได้ง่ายกว่าการสกัดรสชาติจะน้อยกว่า เป็นที่มาของการทำความเข้าใจช็อตกาแฟเอสเปรสโซ 3 ลักษณะดังนี้ ช็อตที่สกัดน้อยไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โปรยหัวแบบให้ดูง่ายเสียอย่างนั้นเองนะครับ เพราะที่จริงแล้วมันก็ไม่ง่ายแบบนับหนึ่ง.สอง.. สำหรับคนที่อ่านมาเยอะ ชงกาแฟมาแยะ หรือเข้าเรียน เทคคอร์สกาแฟมาแล้ว คงพอเข้าใจบ้างว่า <strong>perfect shot</strong> หมายถึงอะไร ผมเลยขออนุญาติถามซ้ำเสียเลยว่า &#8220;แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะครับ&#8221;</p>
<p><span id="more-207"></span></p>
<p>ผมมักถามคำถามนี้กับผู้เข้าอบรมกาแฟเสมอ ถ้าไม่เคยได้ยินมาเลยก็แล้วไป แต่ถ้าเคยได้ยินมาบ้าง..ไหนลองอธิบายหน่อยได้มั๊ย.. ส่วนใหญ่เงียบงัน บางคนบอก &#8220;ก็ชงให้มันได้เวลา 20-30 วินาทีงัยคะ&#8221; บางคนตอบมาง่ายๆ เลยว่า &#8220;คือช็อตที่กาแฟอร่อย&#8221; อันหลังนี่ผมว่าน่าฟังที่สุด</p>
<p>ข้อมูลที่เคยได้ยินได้ฟังและผมคล้อยตามในเหตุผล จึงมักใช้อธิบายคนที่อยากเข้าใจเรื่อง perfect shot แบบง่ายๆ อย่างนี้..</p>
<p>ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าในกาแฟมีสารประกอบมากมายซึ่งจะถูกน้ำสกัดออกมาได้เร็วช้าต่างกัน อาจแบ่งเป็นกลุ่มๆ คือที่ถูกสกัดได้เร็วที่สุดเป็นพวกกรดผลไม้ ตามมาด้วยสารประกอบที่ให้กลิ่นปิ้งๆ ย่างๆ กลิ่นไม้ หรือถั่ว และที่ถูกสกัดช้ากว่าได้แก่พวกคาราเมลซึ่งเกิดจากความร้อนในการคั่วกาแฟและทำให้น้ำตาลในกาแฟไหม้ที่เรียกคาราเมลไลซ์ ส่วนที่ถูกสกัดออกมาช้าที่สุดได้แก่พวกที่ให้กลิ่นแนวขี้เถ้า หรือขมทื่อ</p>
<p>หากอ่านถึงตรงนี้แล้วยังตั้งหลักไม่ทัน ผมขอเบรคไว้นิดหนึ่งว่า เรากำลังพูดถึง<strong>การสกัดกาแฟหรือการชงกาแฟโดยวิธีเอสเปรสโซ</strong>อยู่ครับ การสกัดหมายถึงการให้น้ำไหลผ่านกาแฟไปโดยน้ำมีหน้าที่เป็นตัวทำละลายและดึงเอารสชาติต่างๆ ของกาแฟไปกับตัวมัน ซึ่งโดยทั่วไปหากบดกาแฟละเอียดมาก หรือแพ็คกาแฟแน่นมาก น้ำจะไหลฝ่าออกไปได้ยาก ช้า ทำให้สกัดรสชาติออกมาได้มาก หากใช้กาแฟที่บดหยาบ แพ็คไม่แน่นน้ำย่อมไหลผ่านไปได้ง่ายกว่าการสกัดรสชาติจะน้อยกว่า เป็นที่มาของการทำความเข้าใจช็อตกาแฟเอสเปรสโซ 3 ลักษณะดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>ช็อตที่สกัดน้อยไป</strong> หรือ under extracted shot หมายถึงช็อตที่น้ำไหลผ่านกาแฟเร็วเกินไป สิ่งที่ถูกสกัดได้ง่ายจะถูกน้ำพาลงมาก่อน ได้แก่รสเปรี้ยวฝาดของกรดผลไม้  รสขมของสารประกอบพวกแบบปิ้งๆ ย่างๆ</li>
<li><strong>ช็อตที่สกัดได้เรียบร้อยดี</strong> หรือ good extracted shot  รสเปรี้ยวจากกรดผลไม้จะนุ่มนวลมากขึ้นไม่บาดฝาดลิ้น และสารประกอบที่ให้กลิ่นรสของพวกปิ้งๆ ย่างๆ ที่กล่าวไป จะถูกสกัดออกมาผสมผสานกันกลมกล่อมพอดี</li>
<li><strong>ช็อตที่สกัดมากไป</strong> หรือ over extracted shot น้ำผ่านออกมาได้ยากขึ้น ช้าขึ้น พวกที่สกัดได้ช้าจะออกมาแล้วครับ ได้แก่พวกขมทื่อ ขี้เถ้า กลิ่นควันต่างๆ ออกมากลบรสที่ดีๆ ไปหมด</li>
</ol>
<p><a href="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/espresso-shot.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-218" title="การชงกาแฟเอสเปรสโซ" src="http://www.seat2cup.com/blog/wp-content/uploads/2008/09/espresso-shot.jpg" alt="" width="291" height="493" /></a></p>
<p>เรื่องนี้มีคนทำวิจัยขนาดย่อมไว้ซึ่งผมได้อ่านมานานมากแล้วจำไม่ได้ว่าใครเขียน จับแต่ใจความมาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ รายละเอียดเชิงวิชาการยังมีอีกมากมายถ้าท่านสนใจคงต้องหาอ่านเอาเองเช่นเคย แต่สำหรับมือใหม่หากทำความเข้าใจเรื่องพื้นฐานที่กล่าวมานี้ได้ เชื่อว่าจะทำให้ชงกาแฟได้อร่อยขึ้นอย่างมีเหตุมีผล ที่เรียกว่า perfect shot ย่อมอยู่ในข่ายของช็อตแบบข้อ 2 ด้านบนนี้ เวลาที่เราใช้หรือการจับเวลาในการสกัดกาแฟนั้นเป็นเรื่องรอง รสชาติเป็นเรื่องใหญ่ ท่านสามารถฝึกฝนความชำนาญได้จากการทำช็อตกาแฟเยอะๆ ใช้เวลาการสกัดต่างๆ กัน และชิมมันทุกถ้วยที่ทำ อาจใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรือเป็นหลายปี ไม่มีทางลัดครับ นี่คือการทำความเข้าใจกับ <strong>perfect shot</strong> ที่แท้จริง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/perfect-shot/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
