<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟซีททูคัพ &#124; Seat2Cup Coffee Bangkok TH &#187; เครื่องชงกาแฟ</title>
	<atom:link href="http://www.seat2cup.com/blog/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.seat2cup.com/blog</link>
	<description>เรื่องราวกาแฟ จากโรงคั่วกาแฟ ถึงร้านกาแฟ และผู้รักการดื่มกาแฟ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Apr 2018 16:47:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>การปรับอุณหภูมิน้ำชงกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2015/09/boilertemp/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2015/09/boilertemp/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2015 02:15:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กาแฟคั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=1713</guid>
		<description><![CDATA[อุณหภูมิน้ำชงกาแฟมีผลกับการสกัดและรสชาติกาแฟเสมอ โดยหลักการน้ำอุณหภูมิสุงกว่าจะสกัดหรือละลายสารประกอบที่ละลายได้หรือ soluble compound ได้มากกว่า ส่วนน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะละลายได้น้อยกว่า เครื่องชงกาแฟที่ถูกตั้งค่าต่างๆ มาจากโรงงานมักจะเป็นค่าที่เป็นกลางๆ หรือทดลองว่าพอใช้ได้แล้วในเงื่อนไขที่ง่ายสะดวกกับโรงงานเช่น เมล็ดกาแฟที่หาได้ คุณภาพน้ำของบริเวณที่โรงงานตั้งอยู่ รวมไปถึงทักษะความสามารถของผู้กำหนดค่าต่างๆ ในโรงงานนั้น นั่นหมายความว่าเมื่อเครื่องชงกาแฟเครื่องนั้นเดินทางมาถึงเราแล้ว ตัวแปรต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปมากแล้ว การปรับแต่งจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามากเหมือนกับนักดนตรีที่ต้องมีการปรับแต่งอุปกรณ์ของตัวเองเสมอเพื่อให้สัมผัสได้ดีและเสียงออกมาดีถูกต้องไม่เพี้ยน โดยหลักการง่ายๆ ที่เป็นพื้นฐานคือถ้าน้ำอุณหภูมิสูงเกินไปสำหรับระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟที่ใช้รสชาติที่ได้จะ flat ไม่มีมิติ ขาดความชุ่มฉ่ำ หรือถึงกับขมไหม้ เป็นอาการของ over extraction คือการสกัดที่มากเกินไป กลับกันถ้าน้ำอุณหภูมิต่ำไปแนวโน้มรสชาติจะเป็นในทาง under extraction คือรสบางอ่อน ขม เปรี้ยวไม่กลมกล่อม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อุณหภูมิน้ำชงกาแฟมีผลกับการสกัดและรสชาติกาแฟเสมอ โดยหลักการน้ำอุณหภูมิสุงกว่าจะสกัดหรือละลายสารประกอบที่ละลายได้หรือ soluble compound ได้มากกว่า ส่วนน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะละลายได้น้อยกว่า เครื่องชงกาแฟที่ถูกตั้งค่าต่างๆ มาจากโรงงานมักจะเป็นค่าที่เป็นกลางๆ หรือทดลองว่าพอใช้ได้แล้วในเงื่อนไขที่ง่ายสะดวกกับโรงงานเช่น เมล็ดกาแฟที่หาได้ คุณภาพน้ำของบริเวณที่โรงงานตั้งอยู่ รวมไปถึงทักษะความสามารถของผู้กำหนดค่าต่างๆ ในโรงงานนั้น นั่นหมายความว่าเมื่อเครื่องชงกาแฟเครื่องนั้นเดินทางมาถึงเราแล้ว ตัวแปรต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปมากแล้ว การปรับแต่งจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามากเหมือนกับนักดนตรีที่ต้องมีการปรับแต่งอุปกรณ์ของตัวเองเสมอเพื่อให้สัมผัสได้ดีและเสียงออกมาดีถูกต้องไม่เพี้ยน</p>
<p>โดยหลักการง่ายๆ ที่เป็นพื้นฐานคือถ้าน้ำอุณหภูมิสูงเกินไปสำหรับระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟที่ใช้รสชาติที่ได้จะ flat ไม่มีมิติ ขาดความชุ่มฉ่ำ หรือถึงกับขมไหม้ เป็นอาการของ over extraction คือการสกัดที่มากเกินไป กลับกันถ้าน้ำอุณหภูมิต่ำไปแนวโน้มรสชาติจะเป็นในทาง under extraction คือรสบางอ่อน ขม เปรี้ยวไม่กลมกล่อม</p>
<p><iframe src="//www.youtube.com/embed/wGELoC16goM" frameborder="0" width="480" height="270"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2015/09/boilertemp/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>reneka viva s 2009 &#124; review</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2009 16:38:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วีว่าเอส]]></category>
		<category><![CDATA[เรเนก้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=579</guid>
		<description><![CDATA[ร้านซีทฯ ที่ชาญอิสสระ 2 ใช้เครื่องชงเรเนก้า วีว่าเอส 710 มาตั้งแต่เปิดร้านเมื่อปลายปี 2006 ถึงวันนี้ยังไม่สามปีดีครับ ที่จริงเราไม่มีแผนและไม่มีงบซื้อเครื่องใหม่ แต่มาได้ข้อเสนอที่พิเศษจริงๆ จึงตัดสินใจเปลี่ยน ผมเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ได้ว่า วีว่าเอส เวอร์ชั่น 2009 นี้ ยังคงพื้นฐานโครงสร้างและระบบไฮโครลิกของวีว่าเอสตัวเดิมเกือบทั้งหมด เช่น กระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนอยู่ในแนวนอน เชื่อมติดหัวกรุ๊ปกับหม้อต้มน้ำ คุมความร้อนหม้อต้มน้ำด้วย PID ออกแบบให้โฟลมิเตอร์อยู่บริเวณน้ำเย็น ใช้ปั๊มแบบ magnatic เสียงเดินเงียบสไตล์เครื่องระดับไฮเอนด์ มี eco mode เพื่อ standby เครื่อง 24 ชั่วโมง ตั้งจังหวะการ pre infusion ได้ และ ฯลฯ ส่วนเพิ่มเติมสำคัญที่มีมาให้ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ได้แก่ความพยายามในการลดจุดอ่อนของเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนทั่วๆ ไป ที่อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำ หมายความว่าถ้าเราตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำไว้สูงเท่าไหร่ อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสูงตามกันไป ซึ่งเดิมทีไม่เป็นปัญหามากเนื่องจากในอิตาลี ผู้คนนิยมดื่มเอสเปรสโซกันมากกว่ากาแฟนม จนกระทั่งในยุคปัจจุบันนี้ที่เครื่องดื่มเอสเปรสโซแพร่หลายและได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเมนูกาแฟนมอย่างแคปปูชิโน่ หรือกาแฟลาเต้ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากกว่า ดังนั้นการสตีมนมจึงมีความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาเราอาจสังเกตได้ว่าในบาร์กาแฟชั้นนำนิยมใช้เครื่องเอสเปรสโซแบบที่หม้อต้มสำหรับสตีมแยกกันกับหม้อต้มสำหรับชงกาแฟ ทำให้สามารถตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำอิสสระจากกันได้ตามความต้องการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ร้านซีทฯ ที่ชาญอิสสระ 2 ใช้เครื่องชงเรเนก้า วีว่าเอส 710 มาตั้งแต่เปิดร้านเมื่อปลายปี 2006 ถึงวันนี้ยังไม่สามปีดีครับ ที่จริงเราไม่มีแผนและไม่มีงบซื้อเครื่องใหม่ แต่มาได้ข้อเสนอที่พิเศษจริงๆ จึงตัดสินใจเปลี่ยน</p>
<p><span id="more-579"></span>ผมเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ได้ว่า <a href="http://www.reneka.com/76.149.0.0.1.0.phtml" target="_blank">วีว่าเอส เวอร์ชั่น 2009</a> นี้ ยังคงพื้นฐานโครงสร้างและระบบไฮโครลิกของวีว่าเอสตัวเดิมเกือบทั้งหมด เช่น กระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนอยู่ในแนวนอน เชื่อมติดหัวกรุ๊ปกับหม้อต้มน้ำ คุมความร้อนหม้อต้มน้ำด้วย PID ออกแบบให้โฟลมิเตอร์อยู่บริเวณน้ำเย็น ใช้ปั๊มแบบ magnatic เสียงเดินเงียบสไตล์เครื่องระดับไฮเอนด์ มี eco mode เพื่อ standby เครื่อง 24 ชั่วโมง ตั้งจังหวะการ pre infusion ได้ และ ฯลฯ</p>
<p>ส่วนเพิ่มเติมสำคัญที่มีมาให้ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ได้แก่ความพยายามในการลดจุดอ่อนของเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนทั่วๆ ไป ที่อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำ หมายความว่าถ้าเราตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำไว้สูงเท่าไหร่ อุณหภูมิของน้ำชงกาแฟจะสูงตามกันไป ซึ่งเดิมทีไม่เป็นปัญหามากเนื่องจากในอิตาลี ผู้คนนิยมดื่มเอสเปรสโซกันมากกว่ากาแฟนม จนกระทั่งในยุคปัจจุบันนี้ที่เครื่องดื่มเอสเปรสโซแพร่หลายและได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเมนูกาแฟนมอย่างแคปปูชิโน่ หรือกาแฟลาเต้ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากกว่า ดังนั้นการสตีมนมจึงมีความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาเราอาจสังเกตได้ว่าในบาร์กาแฟชั้นนำนิยมใช้เครื่องเอสเปรสโซแบบที่หม้อต้มสำหรับสตีมแยกกันกับหม้อต้มสำหรับชงกาแฟ ทำให้สามารถตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำอิสสระจากกันได้ตามความต้องการ</p>
<p>วีว่า เอส เวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการแยกหม้อต้มน้ำออกจากกัน ผู้ผลิตยังคงเลือกใช้ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเช่นเดิม แต่ใช้วิธีควบคุมปริมาณน้ำเย็นที่ใช้ชงกาแฟด้วยการใช้วาล์วเปิดปิด ที่น่าจะเป็นเทคนิคเดียวกันที่เครื่องไฮเอนด์อย่าง <a href="http://emblema.faema.com/" target="_blank">emblema</a> ของ faema เลือกใช้ หมายความว่าเราสามารถตั้งอุณหภูมิหม้อต้มน้ำได้สูงเท่าที่ต้องการ และมาลดความร้อนของน้ำชงกาแฟด้วยการเปิดน้ำเย็นเข้ามาให้มากขึ้น เป็นการแก้ปัญหาง่ายๆ แต่ได้ผลดี และยังสามารถรักษาคุณงามความดีของเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนไว้ได้ทั้งหมด ส่วนอุณหภูมิของหัวกรุ๊ปที่จะสูงเกินไปยังใช้วิธีหล่อด้วยน้ำเย็นเป็นการระบายความร้อน เรื่องพวกนี้ถ้าอ่านแล้วงงๆ ให้ข้ามไปครับไม่ได้สลักสำคัญอะไรมาก มาดูรูปกันดีกว่าครับ</p>
<p><img class="alignnone" title="temp adjust" src="http://www.seat2cup.com/images/tempadjustb.jpg" alt="" width="504" height="378" /></p>
<p>ปุ่มที่เป็น knob ข้างๆ หัวกรุ๊ปนี่ล่ะครับตัวสำคัญ เอาไว้ปรับปริมาณน้ำเย็น หรือพูดง่ายๆ คือเอาไว้ปรับอุณหภูมิน้ำชงกาแฟของแต่ละหัวกรุ๊ป วิธีที่โรงงานแนะนำคือให้นับรอบเอาครับว่าหมุนไปกี่รอบ มีตารางเทียบให้ว่าแต่ละรอบอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปประมาณกี่องศา แต่โรงงานไม่ได้ทำเครื่องหมายที่ตัว knob มาให้ เราเลยใช้สติกเกอร์ติดทำเครื่องหมายไว้ (ที่เห็นแถบสีขาวๆ นั่นล่ะครับ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" title="reneka temp adjust" src="http://www.seat2cup.com/images/tempadjustc.jpg" alt="" width="504" height="378" /></p>
<p>การปรับต้องเปิดฝาด้านหน้าและสอดมือเข้าไป อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่บางครั้งอาจโดนหัวกรุ๊ปลวกมือบ้าง แต่ก็พอใช้การได้ครับ วิธี set ง่ายๆ เราจะใช้ key board ตั้งอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำให้สูงเท่าที่ต้องการก่อน กรณีนี้ผมตั้งไว้ที่ 122 C (ด้วย PID) ซี่งทำให้สตีมแห้งและนมเนียนแน่นมากแล้ว จากที่เครื่องเก่าเราตั้งไว้ที่ 117 C ให้โฟมนมที่ไม่เนียนแห้งเท่า  จากนั้นจึงมาหมุน knob ปรับน้ำเย็นโดยหมุนทวนเข็มนาฬิกาจนสุดทั้งสองหัวชง เพื่อเป็นการเปิดน้ำเย็นให้เข้ามากที่สุดแล้วจึงชงกาแฟชิม หากรู้สึกว่าน้ำชงเย็นเกินไปจึงค่อยๆ หมุนตามเข็มกลับมาทีละรอบจนกว่าจะได้อุณหภูมิชงกาแฟที่พอใจ และสามารถตั้งทั้งสองหัวให้อุณหภูมิต่างกันได้อิสสระ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" title="reneka anti pic system" src="http://www.seat2cup.com/images/antipica.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>โดยปกติหัวกรุ๊ปจะเชื่อมต่อเข้ากับหม้อต้ม เมื่ออุณหภูมิหม้อสูงกว่าเดิมผู้ผลิตจึงต้องลดความร้อนด้วยเทคนิค anti peak ด้วยการเสริมอุปกรณ์ระบายความร้อนเข้าไป เข้าใจว่ามีการใช้น้ำเย็นเข้ามาช่วยด้วย (อันนี้ยังไม่ถามไปนะครับ เดาเอาเอง) ดังที่เห็นในภาพด้านขวามือ ที่ชี้อยู่นั้นเป็น anti peak ที่ติดมาในเวอร์ชั่น 2009 นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" title="reneka powerful steamer" src="http://www.seat2cup.com/images/steama.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>สตีมแรง และแห้ง เพื่อโฟมนมที่เนียนนุ่มกว่า ไม่แพ้เครื่องแบบหม้อต้มน้ำหลายใบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" title="reneka espresso shot" src="http://www.seat2cup.com/images/crema09a.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>ในขณะที่ espresso shot ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" title="reneka new driptray" src="http://www.seat2cup.com/images/driptraya.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>เล็กๆ น้อยๆ ที่เปลี่ยนไปคือ ตระแกรงที่ drip tray ซึ่งเดิมเป็นแสตนเลสแผ่นเจาะรู แลดูสกปรกง่ายกว่า แต่ตัวใหม่ให้มาเป็นตะแกรงครับ ดูสะอาดขึ้นแม้จะใช้งานหนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignnone" title="reneka stop watch" src="http://www.seat2cup.com/images/watcha.jpg" alt="" width="504" height="378" /> </p>
<p>แถมให้นาฬิกาจับเวลาการทำ shot มาด้วย แต่น่าเสียดายที่ให้เลือกใช้จากหัวกรุ๊ปใดหัวกรุ๊ปหนึ่งเท่านั้น</p>
<p><object width="496" height="381" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/iyh64kpPWGg&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><embed width="496" height="381" type="application/x-shockwave-flash" src="http://www.youtube.com/v/iyh64kpPWGg&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="always" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" /></object></p>
<p>พอโฟมนมดี เราก็เทอาร์ตกันง่ายซิครับ โฟมนมจะจับกับครีมากาแฟเงาแว๊บ ดูน่าดื่มมากขึ้น แต่บาริสต้ายังต้องพอมีฝีมืออยู่บ้างนะครับ</p>
<p>รวมความว่าตัววีว่าใหม่นี้ อำนวยความสะดวกได้มากขึ้นครับ โดยเฉพาะเรื่องโฟมนม ส่วนการปรับเล่นอุณหภูมินั้นเราแทบไม่ได้เล่นเลยครับ เพราะชีวิตจริงในการชงกาแฟขายเราจะใช้กาแฟตัวหลักของเราซึ่งมีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่มีเวลามาปรับเล่นครับเพราะเราต้องขายกาแฟต่อเนื่องตลอดเวลา บางคนถามว่าแล้วกาแฟเบลนด์พิเศษอย่าง premium espresso  หรือกาแฟพิเศษอื่นๆ เราไม่ปรับอุณหภูมิหรือ ก็ตอบได้ว่า &#8220;ไม่ปรับครับ&#8221; เพราะเครื่องมี 2 หัวกรุ๊ปเท่านั้นแค่การใช้งานปกติก็จะไม่พอแล้ว หากเรารู้สึกว่าอุณหภูมิไม่เหมาะสมกับเบลนด์พิเศษ เราจะใช้วิธีอื่นๆ ชดเชยแทน</p>
<p>นอกจากนี้ผมยังถือว่า &#8220;เครื่อง&#8221; ยังเป็นแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ต้องใช้คนควบคุม เราต้องปรับอุณหภูมิ และจังหวะการ pre infusion ให้พอเหมาะ(ในการ setup เครื่องครั้งแรก) เพื่อให้ได้รสชาติกาแฟอย่างที่ต้องการ หลายคนที่คุ้นเครื่องชงแบบอิตาเลี่ยน เมื่อมาใช้ reneka viva มักรู้สึกว่ารสชาติไม่เต็มที่เท่า แต่สิ่งที่ต้องระลึกถึงคือตะแกรง double shot ที่โรงงานเรเนก้าให้มาตัว default จะมีขนาดเล็กเพียง 14 กรัมเท่านั้น ในขณะที่ตะแกรง default ของเครื่องอิตาเลี่ยนมักมีขนาด 18 กรัม การชิมรสชาติเทียบกันต้องจัดการกับเรื่องขนาดตะแกรงให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำกาแฟ หรือ brew ratio ด้วย สำหรับเราที่ซีททูคัพเลือกใช้ตะแกรงขนาด 16 กรัม และใช้วิธีกำหนดปริมาณน้ำกาแฟให้เหมาะสม ก็สามารถผลิตกาแฟรสชาติดี ในต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปได้แล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/08/reneka-viva-s-2009-review/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Slayer Espresso</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2009/03/slayer-espresso/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2009/03/slayer-espresso/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 18:23:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>
		<category><![CDATA[slayer espresso]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[แค่จะโน้ตไว้สั้นๆ ครับสำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านหูเรื่องนี้ Slayer ถือเป็นโปรเจ็คเครื่องเอสเปรสโซสุดเทพ ที่กำลังจะผลิตเพื่อจำหน่ายจริง(หมายความว่ายังไม่มีจำหน่ายในนาทีนี้) ได้ยินมาว่าผู้ก่อตั้งบางคนเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อตั้ง Synesso เมื่อหลายปีก่อน ความพิเศษของ Slayer น่าจะอยู่ที่การปรับความดันปั๊มน้ำได้อย่างอิสสระในแต่ละหัวกรุ๊ป ว่ากันว่าทำให้สามารถคั้นกาแฟที่บดละเอียดมากๆ หรือกาแฟที่คั่วเข้มให้ออกมาได้นุ่มนวลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นการปลดล็อครสชาติบางอย่างในกาแฟเอสเปรสโซตัวเดิม เป็นการขยายอาณาเขตความมหัศจรรย์ของโลกเอสเปรสโซให้กว้างขวางออกไปอีก เป็นความบ้าของคนบางคนที่อาจสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับอีกหลายคน หรืออาจเป็นแค่คำโฆษณาสไตล์อเมริกันที่หลายคนสะอิดสะเอียน จะเป็นอะไรเราคงได้เห็นกันในไม่ช้านะครับ ผมแค่กำลังคิดอยู่ว่าจะมีคนไทยคนไหนบ้าพอเอาเข้ามาเล่นหรือเอามาทำตลาดบ้างมั๊ย.. Slayer Espresso Machine @ Fratello &#8211; teaser from Chris Prefontaine on Vimeo. ยังมีวิดีโอเรื่องนี้ให้ดูอีกคลิกนี่เลยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แค่จะโน้ตไว้สั้นๆ ครับสำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านหูเรื่องนี้ <a href="http://www.slayerespresso.com/" target="_blank">Slayer</a> ถือเป็นโปรเจ็คเครื่องเอสเปรสโซสุดเทพ ที่กำลังจะผลิตเพื่อจำหน่ายจริง(หมายความว่ายังไม่มีจำหน่ายในนาทีนี้) ได้ยินมาว่าผู้ก่อตั้งบางคนเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อตั้ง <a href="http://www.synesso.com/index.shtml" target="_blank">Synesso</a> เมื่อหลายปีก่อน ความพิเศษของ Slayer น่าจะอยู่ที่การปรับความดันปั๊มน้ำได้อย่างอิสสระในแต่ละหัวกรุ๊ป ว่ากันว่าทำให้สามารถคั้นกาแฟที่บดละเอียดมากๆ หรือกาแฟที่คั่วเข้มให้ออกมาได้นุ่มนวลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นการปลดล็อครสชาติบางอย่างในกาแฟเอสเปรสโซตัวเดิม เป็นการขยายอาณาเขตความมหัศจรรย์ของโลกเอสเปรสโซให้กว้างขวางออกไปอีก เป็นความบ้าของคนบางคนที่อาจสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับอีกหลายคน หรืออาจเป็นแค่คำโฆษณาสไตล์อเมริกันที่หลายคนสะอิดสะเอียน จะเป็นอะไรเราคงได้เห็นกันในไม่ช้านะครับ ผมแค่กำลังคิดอยู่ว่าจะมีคนไทยคนไหนบ้าพอเอาเข้ามาเล่นหรือเอามาทำตลาดบ้างมั๊ย..<br />
<object width="400" height="267" data="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=3206799&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=3206799&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" /></object><br />
<a href="http://vimeo.com/3206799">Slayer Espresso Machine @ Fratello &#8211; teaser</a> from <a href="http://vimeo.com/user1298789">Chris Prefontaine</a> on <a href="http://vimeo.com">Vimeo</a>.</p>
<p>ยังมีวิดีโอเรื่องนี้ให้ดูอีก<a href="http://vimeo.com/3372757" target="_blank">คลิกนี่</a>เลยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2009/03/slayer-espresso/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องเอสเปรสโซสำหรับเปิดร้านกาแฟ</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Sep 2008 16:08:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเอสเปรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดร้านกาแฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=152</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งใจจะโน้ตไว้สั้นๆ ครับ เป็นข้อคิดนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเปิดร้าน แต่ถ้าเป็นมือเก่าคงไม่ต้องบอกอะไรเพราะท่านคงช่ำชองการเลือกเครื่องมือเครื่องไม้อยู่แล้ว โดยมากคนที่คิดจะเปิดร้านเมื่อได้ทำเลที่หมายตาแล้วมักเริ่มมองหาผู้สนับสนุนทางด้านกาแฟประกอบกันไป ส่วนใหญ่เจาะจงไปที่บริษัทจำหน่ายเครื่องชงกาแฟเป็นหลัก จากประสบการณ์ที่ได้จากลูกค้าและสังเกตจากคนที่เปิดร้านกาแฟผมสรุปข้อคิดแนวทางการเลือกเครื่องชงตามที่นึกได้เป็นข้อๆ อย่างนี้นะครับ เลือกเมล็ดกาแฟ หรือรสชาติกาแฟเสียก่อน  เพราะความเป็นจริงคือเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้ออาจให้รสชาติกาแฟที่ต่างกันได้ครับ ดังนั้นแนวทางที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะมีรสชาติกาแฟอย่างที่ต้องการในร้านของเรา คือนำเมล็ดกาแฟที่เราเลือกไว้แล้วไปทดลองกับเครื่องชงที่เราสนใจแล้วตรวจสอบรสชาติว่าเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ ทั้งนี้อย่าลืมว่ารสชาตินั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกด้วยเช่นเครื่องบด น้ำ และวิธีการชง เรียนกาแฟก่อนดีมั๊ย  ถ้าอ่านข้อ 1. แล้วงงหรือไม่มั่นใจ อาจจะต้องคิดถึงการ take course กาแฟ เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจไว้บ้าง ปัจจุบันมีสำนักสอนมากมายนะครับลองกูเกิ้ลได้ตามอัชฌาศํย อย่างน้อยจะทำให้เราไม่กลัวเครื่องสามารถทดลองใช้งาน และเข้าใจเรื่องรสชาติกาแฟมากขึ้นบ้าง แบรนด์ เครื่องชงเกือบทุกเครื่องในโลกติดยี่ห้อกันทั้งนั้นครับ แต่แบรนด์หมายถึงผู้ผลิตที่มีประวัติดีให้ความมั่นใจได้พอสมควร หากเป็นมือเก่าเขาสามารถขุดหาเครื่องดีๆ ที่ไม่ต้องมีแบรนด์หรือไม่ต้องมีชื่อเสียงมากก็ได้ แต่สำหรับมือใหม่การเลือกแบรนด์ที่ดีมีชื่อเสียงจะทำให้อุ่นใจได้ง่ายกว่า ส่วนเราจะรู้ว่ามีแบรนด์ใดที่น่าสนใจบ้างคงต้องตั้งงบไว้ แล้วสอบถามจากคนในแวดวงหรือกูเกิ้ลประกอบกัน สักพักจะมีชื่อแบรนด์มาประดับไว้ในใจไม่มากก็น้อย รูปโฉม เมื่อได้แบรนด์ที่สนใจมาจำนวนหนึ่งแล้ว การจะตัดสินใจลงไปว่าเอาเครื่องไหนดีอย่าลืมพิจารณาเรื่องรูปโฉมนะครับ เพราะมันจะต้องอยู่ตำตาตำใจเราไปอีกนาน บางคนเปรียบเหมือนภรรยา บางคนเปรียบเหมือนรถยนต์ นอกจากจะนิสัยดีแล้วหน้าตาต้องพอดูได้ด้วย เคยเห็นหลายคนเลือกจากเหตุผลอย่างเดียวนานวันเข้าก็เฝ้าแต่อิจฉาเครื่องสวยๆ ของคนอื่น และอย่าลืมว่าเครื่องชงกาแฟนั้นยังถือเป็นเครื่องตกแต่งร้านอย่างหนึ่งด้วย นอกจากจะหน้าตาดียังต้องเข้ากับการตกแต่งหรือธีมของร้านอีกด้วย ขนาดเหมาะสม เครื่องเอสเปรสโซขนาดเล็กหม้อต้มน้ำขนาด 1-2 ลิตรสามารถชงกาแฟได้วันหนึ่งเป็นร้อยถ้วย แต่จากตัวตนของร้านที่สัมพันธ์มาถึงทำเลจะบอกเราว่าเครื่องควรมีขนาดเท่าไหร่กันแน่ ถ้าเป็นลักษณะการขายของซีททูคัพเนื่องจากมีลูกค้าเข้าเป็นจำนวนมากในช่วงพักกลางวันเราจึงต้องการเครื่องขนาดตั้งแต่ 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งใจจะโน้ตไว้สั้นๆ ครับ เป็นข้อคิดนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเปิดร้าน แต่ถ้าเป็นมือเก่าคงไม่ต้องบอกอะไรเพราะท่านคงช่ำชองการเลือกเครื่องมือเครื่องไม้อยู่แล้ว</p>
<p><span id="more-152"></span></p>
<p>โดยมากคนที่คิดจะเปิดร้านเมื่อได้ทำเลที่หมายตาแล้วมักเริ่มมองหาผู้สนับสนุนทางด้านกาแฟประกอบกันไป ส่วนใหญ่เจาะจงไปที่บริษัทจำหน่ายเครื่องชงกาแฟเป็นหลัก จากประสบการณ์ที่ได้จากลูกค้าและสังเกตจากคนที่เปิดร้านกาแฟผมสรุปข้อคิดแนวทางการเลือกเครื่องชงตามที่นึกได้เป็นข้อๆ อย่างนี้นะครับ</p>
<ol>
<li><strong>เลือกเมล็ดกาแฟ หรือรสชาติกาแฟเสียก่อน</strong>  เพราะความเป็นจริงคือเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้ออาจให้รสชาติกาแฟที่ต่างกันได้ครับ ดังนั้นแนวทางที่ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะมีรสชาติกาแฟอย่างที่ต้องการในร้านของเรา คือนำเมล็ดกาแฟที่เราเลือกไว้แล้วไปทดลองกับเครื่องชงที่เราสนใจแล้วตรวจสอบรสชาติว่าเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ ทั้งนี้อย่าลืมว่ารสชาตินั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกด้วยเช่นเครื่องบด น้ำ และวิธีการชง</li>
<li><strong>เรียนกาแฟก่อนดีมั๊ย</strong>  ถ้าอ่านข้อ 1. แล้วงงหรือไม่มั่นใจ อาจจะต้องคิดถึงการ take course กาแฟ เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจไว้บ้าง ปัจจุบันมีสำนักสอนมากมายนะครับลองกูเกิ้ลได้ตามอัชฌาศํย อย่างน้อยจะทำให้เราไม่กลัวเครื่องสามารถทดลองใช้งาน และเข้าใจเรื่องรสชาติกาแฟมากขึ้นบ้าง</li>
<li><strong>แบรนด์ </strong>เครื่องชงเกือบทุกเครื่องในโลกติดยี่ห้อกันทั้งนั้นครับ แต่แบรนด์หมายถึงผู้ผลิตที่มีประวัติดีให้ความมั่นใจได้พอสมควร หากเป็นมือเก่าเขาสามารถขุดหาเครื่องดีๆ ที่ไม่ต้องมีแบรนด์หรือไม่ต้องมีชื่อเสียงมากก็ได้ แต่สำหรับมือใหม่การเลือกแบรนด์ที่ดีมีชื่อเสียงจะทำให้อุ่นใจได้ง่ายกว่า ส่วนเราจะรู้ว่ามีแบรนด์ใดที่น่าสนใจบ้างคงต้องตั้งงบไว้ แล้วสอบถามจากคนในแวดวงหรือกูเกิ้ลประกอบกัน สักพักจะมีชื่อแบรนด์มาประดับไว้ในใจไม่มากก็น้อย</li>
<li><strong>รูปโฉม </strong>เมื่อได้แบรนด์ที่สนใจมาจำนวนหนึ่งแล้ว การจะตัดสินใจลงไปว่าเอาเครื่องไหนดีอย่าลืมพิจารณาเรื่องรูปโฉมนะครับ เพราะมันจะต้องอยู่ตำตาตำใจเราไปอีกนาน บางคนเปรียบเหมือนภรรยา บางคนเปรียบเหมือนรถยนต์ นอกจากจะนิสัยดีแล้วหน้าตาต้องพอดูได้ด้วย เคยเห็นหลายคนเลือกจากเหตุผลอย่างเดียวนานวันเข้าก็เฝ้าแต่อิจฉาเครื่องสวยๆ ของคนอื่น และอย่าลืมว่าเครื่องชงกาแฟนั้นยังถือเป็นเครื่องตกแต่งร้านอย่างหนึ่งด้วย นอกจากจะหน้าตาดียังต้องเข้ากับการตกแต่งหรือธีมของร้านอีกด้วย</li>
<li><strong>ขนาดเหมาะสม </strong>เครื่องเอสเปรสโซขนาดเล็กหม้อต้มน้ำขนาด 1-2 ลิตรสามารถชงกาแฟได้วันหนึ่งเป็นร้อยถ้วย แต่จากตัวตนของร้านที่สัมพันธ์มาถึงทำเลจะบอกเราว่าเครื่องควรมีขนาดเท่าไหร่กันแน่ ถ้าเป็นลักษณะการขายของซีททูคัพเนื่องจากมีลูกค้าเข้าเป็นจำนวนมากในช่วงพักกลางวันเราจึงต้องการเครื่องขนาดตั้งแต่ 2 หัวกรุ๊ปและหม้อต้มขนาด 10 ลิตรขึ้นไป แม้ในช่วงอื่นของวันจะมีลูกค้าน้อยลง แต่เราไม่สามารถให้ลูกค้ารอเราได้ไม่ว่าช่วงเวลาใด เครื่องยิ่งใหญ่ยิ่งดียิ่งทำได้เร็วยิ่งได้เปรียบ และอย่าลืมว่าการขายกาแฟในเมืองไทยเราใช้ถ้วยขนาดใหญ่ ร้านกาแฟโดยมากจะใช้กาแฟขนาด double shot เป็นส่วนมาก ทำให้กำลังการผลิตยิ่งน้อยลงไปเมื่อเทียบกับบาร์ในอิตาลีที่ดื่มกันคนละ 1 shot เท่านั้น แต่หากร้านของท่านขายแบบทยอยขาย คือไม่มีลูกค้าจำนวนมากในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งการเลือกใช้เครื่องที่เล็กลงย่อมประหยัดและคุ้มค่ากว่า</li>
<li><strong>ดีลเลอร์ </strong>ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ เพราะดีลเลอร์ผู้ขายเครื่องให้เราจะเป็นผู้ดูแลแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องชงของเราไปตลอดเวลาการดำเนินการ ดีลเลอร์ไม่เพียงแต่ต้องซ่อมหรือป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดกับเครื่องแล้วยังต้องมีความเข้าใจเรื่องกาแฟพอสมควร หลายครั้งพบว่าดีลเลอร์เพียงแต่ซ่อมเครื่องให้ทำงานได้ แต่ไม่เข้าใจกาแฟและไม่สามารถทำให้รสชาติออกมาเป็นปกติอย่างที่ควรจะเป็นได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าดีลเลอร์รายใดใช้ได้ ทางหนึ่งคือสอบถามจากผู้ที่เป็นลูกค้าปัจจุบัน ไม่ก็ลองตั้งคำถามต่างๆ ใส่ดีลเลอร์รายนั้นๆ ดูซิครับหากตอบหรืออธิบายให้เราเข้าใจไม่ได้ให้ลองเปลี่ยนไปที่อื่นดีกว่า</li>
</ol>
<p>นึกได้เท่านี้ก่อนนะครับ ผมไม่ได้พูดเรื่อง specification มากนักเพราะอาจจะยากเกินไปสำหรับมือใหม่ แต่อย่างน้อยคนที่จะเปิดร้านควรเข้าใจคร่าวๆ ในเรื่องระบบไฮโดรลิกหรือการทำความร้อนของเครื่องเอสเปรสโซ โดยเฉพาะ <a href="http://www.seat2cup.com/blog/2010/07/heat-exchange/" target="_blank">&#8220;เครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อน&#8221;</a> ที่ใช้เป็นส่วนใหญ่ในท้องตลาด ว่ากลไกเป็นอย่างไร จะช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อรวมถึงการใช้งานด้วย ส่วนเรื่องทางเทคนิคที่มากกว่านี้ผมเชื่อว่าเครื่องในท้องตลาดส่วนใหญ่มีราคาตามคุณภาพกันไป หากได้ตระเวณไปดูกับหลายๆ ดีลเลอร์แล้วน่าจะพอเปรียบเทียบกันได้และสามารถหาเครื่องที่เหมาะสมลงตัวได้ไม่ยาก&#8230;ขอให้โชคดีนะครับ</p>
<p><strong><a href="http://www.seat2cup.com/blog/2012/04/espresso-machine/" target="_blank">เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี ? | แนะนำแบรนด์เครื่องชงกาแฟชั้นนำของโลก</a></strong></p>
<p><strong>ปรึกษาการเลือกเครื่องชงกาแฟที่ฟอรรั่ม </strong><a href="http://coffee.thai-forum.net" target="_blank"><strong>กาแฟพิเศษ</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/09/mc4-coffeebar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สปอนเซอร์เครื่องเอสเปรสโซรายใหม่ WBC</title>
		<link>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/espro-mc-sponsor/</link>
		<comments>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/espro-mc-sponsor/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 Aug 2008 13:38:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เครื่องชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Nuova Simonelli]]></category>
		<category><![CDATA[WBC]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเอสเปรสโซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seat2cup.com/blog/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งประกาศได้วันสองวันนี้เองครับ สำหรับสปอนเซอร์เครื่องเอสเปรสโซและเครื่องบดกาแฟที่จะใช้ในการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกในปี 2009-2011 ได้แก่เครื่องชงเอสเปรสโซจาก Nuova Simonelli รุ่น Aurelia ขนาด 3 หัวกรุ๊ป และเครื่องบด K30 จาก MahlKoenig ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นพอสมควรครับ หลังจากที่ La Marzocco ผูกขาดการเป็นผู้สนับสนุนในรายการนี้มายาวนาน  ส่วนตัวผมแล้วไม่ค่อยได้สนใจรายละเอียดเรื่องการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันมากนัก เพราะคิดว่าเครื่องที่จะได้ใช้ในการแข่งขันในที่สุดนั้นน่าจะเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้อยู่แล้ว การได้รับเลือกอาจถือเป็นการรับรองได้แบบกว้างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นคือเครื่องที่ดีที่สุดในโลก การเสนอตัวเป็นผู้สนับสนุนนั้นมีเป้าหมายทางการตลาดของตัวผู้เสนอเองผมไม่ถือเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่งในรายการนี้ การแข่งขันควรจะมีเพียงอย่างเดียวคือ &#8220;ความสามารถของคนชงหรือบาริสต้า&#8221; เท่านั้น แต่ถ้าผมเป็นบาริสต้าที่มีสิทธิในการแข่งขัน ผมจะแอบดีใจเล็กน้อยที่จะได้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นนิดหน่อยสำหรับการได้เป็นสปอนเซอร์ของ Nuova Simonelli ครั้งนี้ เพราะหากรุ่นที่ใช้เป็น  Aurelia ที่มี specification เดิมๆ เหมือนเครื่องที่มีอยู่ในท้องตลาด ถือเป็นเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนหรือ heat exchange แบบเดียวกับที่ผมและเพื่อนๆ อีกมากมายใช้กันอยู่ จะทำให้การเตรียมตัวเตรียมรสชาติกาแฟเพื่อใช้แข่งขันนั้นง่ายดายขึ้น เสียงวิพากษ์คงมีสะพัดไปในบล็อกกาแฟทั่วโลก แต่ถึงอย่างไรต้องขอแสดงความยินดีกับ Nuova Simonelli และ MahlKonig ด้วยความจริงใจครับ เพราะอย่างน้อยการได้รับเป็นผู้สนับสนุนนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเรื่องการเงินแล้ว ยังหมายถึงมาตรฐานความสามารถในการผลิตเครื่องระดับคุณภาพสูงอีกด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งประกาศได้วันสองวันนี้เองครับ สำหรับสปอนเซอร์เครื่องเอสเปรสโซและเครื่องบดกาแฟที่จะใช้ในการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกในปี 2009-2011 ได้แก่เครื่องชงเอสเปรสโซจาก Nuova Simonelli รุ่น <a title="เครื่องชงกาแฟ Nuova Simonelli Aurelia" href="http://www.nuovasimonelli.it/espresso_coffee_machines/view.aspx?Action=link&amp;Id=13917" target="_blank">Aurelia</a> ขนาด 3 หัวกรุ๊ป และเครื่องบด K30 จาก <a title="เครื่องบดกาแฟจาก Mahlkoenig" href="http://www.mahlkoenig.com/" target="_blank">MahlKoenig</a> ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นพอสมควรครับ หลังจากที่ <a href="http://www.lamarzocco.com/fb80.html" target="_blank">La Marzocco </a>ผูกขาดการเป็นผู้สนับสนุนในรายการนี้มายาวนาน </p>
<p><span id="more-138"></span>ส่วนตัวผมแล้วไม่ค่อยได้สนใจรายละเอียดเรื่องการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันมากนัก เพราะคิดว่าเครื่องที่จะได้ใช้ในการแข่งขันในที่สุดนั้นน่าจะเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้อยู่แล้ว การได้รับเลือกอาจถือเป็นการรับรองได้แบบกว้างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นคือเครื่องที่ดีที่สุดในโลก การเสนอตัวเป็นผู้สนับสนุนนั้นมีเป้าหมายทางการตลาดของตัวผู้เสนอเองผมไม่ถือเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่งในรายการนี้ การแข่งขันควรจะมีเพียงอย่างเดียวคือ &#8220;ความสามารถของคนชงหรือบาริสต้า&#8221; เท่านั้น</p>
<p>แต่ถ้าผมเป็นบาริสต้าที่มีสิทธิในการแข่งขัน ผมจะแอบดีใจเล็กน้อยที่จะได้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นนิดหน่อยสำหรับการได้เป็นสปอนเซอร์ของ Nuova Simonelli ครั้งนี้ เพราะหากรุ่นที่ใช้เป็น  Aurelia ที่มี specification เดิมๆ เหมือนเครื่องที่มีอยู่ในท้องตลาด ถือเป็นเครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อนหรือ heat exchange แบบเดียวกับที่ผมและเพื่อนๆ อีกมากมายใช้กันอยู่ จะทำให้การเตรียมตัวเตรียมรสชาติกาแฟเพื่อใช้แข่งขันนั้นง่ายดายขึ้น</p>
<p>เสียงวิพากษ์คงมีสะพัดไปในบล็อกกาแฟทั่วโลก แต่ถึงอย่างไรต้องขอแสดงความยินดีกับ Nuova Simonelli และ MahlKonig ด้วยความจริงใจครับ เพราะอย่างน้อยการได้รับเป็นผู้สนับสนุนนั้น นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเรื่องการเงินแล้ว ยังหมายถึงมาตรฐานความสามารถในการผลิตเครื่องระดับคุณภาพสูงอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.seat2cup.com/blog/2008/08/espro-mc-sponsor/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
