เรามีแนวคิดในการเลือกเครื่องเอสเปรสโซคร่าวๆ แล้ว สำหรับมือใหม่ควรทำความเข้าใจกลไกหรือไฮโดรลิกของเครื่องเอสเปรสโซสักเล็กน้อย โดยเฉพาะระบบแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันกว้างขวางที่สุด

จากไดอะแกรมข้างบนนี้ จะเห็นว่าภายในเครื่องเอสเปรสโซระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น มีส่วนประกอบสำคัญอย่างน้อย 2 ส่วนคือ หม้อต้มน้ำ (ที่เห็นกลมๆ ลูกใหญ่) และ ปั้มน้ำ
หลักการทำงานของเครื่องแบบนี้ง่ายมาก คือในหม้อต้มน้ำจะมีฮีทเตอร์คอยต้มน้ำให้ร้อนประมาณ 115-120 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เกิดความดันในหม้อต้มราว 0.7-1.2 บาร์ โดยจะสอดกระบอกทองแดงเปล่าๆ ไว้ภายใน และเชื่อมต่อกระบอกนี้ไปยังหัวกรุ๊ปชงกาแฟ การชงกาแฟแต่ละครั้งจะเริ่มจากเมื่อเรากดปุ่มทำกาแฟ ปั้มน้ำจะดูดน้ำจากแหล่งน้ำเข้ามา(ที่เห็นเป็นเส้นสีฟ้า) แล้วอัดเข้าไปในกระบอกซึ่งฝังตัวอยู่ในหม้อต้มน้ำดัวยความดันประมาณ 9 บาร์ น้ำที่ถูกอัดเข้ามาจะรับความร้อนจากภายในหม้อต้ม ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเดินทางมาถึงที่หัวกรุ๊ปชงกาแฟน้ำเหล่านี้จะมีอุณภูมิสูงถึง 90 C ซึ่งสามารถชงกาแฟเอสเปรสโซได้พอดี
ที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนความร้อนนั้น น่าจะเนื่องจากน้ำที่เราใช้ชงกาแฟไม่ได้ถูกต้มโดยตรง แต่เราไปต้มน้ำอื่นก่อนแล้วค่อยเอาความร้อนนั้นมาทำให้น้ำชงกาแฟร้อน
จะเห็นว่าไฮโดรลิคแบบนี้เรียบง่าย สะดวกสบาย หากต่อท่อออกมาจากหม้อต้มจะให้ไอน้ำสำหรับอุ่นนม และน้ำร้อนสำหรับชงชาหรือกาแฟอเมริกาโน่ ซึ่งเราสามารถใช้งานไปพร้อมๆ กันได้ทั้งสามส่วน คือชงกาแฟ สตีมนม และปล่อยน้ำร้อนไปด้วย
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าน้ำที่ใช้ชงกาแฟนั้นเป็นน้ำที่สดใหม่ทุกครั้ง และอุณหภูมิไม่เคยถึงจุดเดือด ว่ากันว่าให้น้ำที่ “หวาน” และทำเอสเปรสโซได้อร่อยกว่า อีกทั้งน้ำชงกาแฟยังไม่ต้องสัมผัสกับฮีทเตอร์จึงไม่มีปฏิกริยาเคมีบางอย่างที่เราไม่ต้องการ

ความเข้าใจในระบบแลกเปลี่ยนความร้อนนี้จะนำมาซึ่งความเข้าใจในเรื่องอื่นๆ อีกหลายประการ เช่นเราสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงกาแฟนั้นมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิในหม้อต้มน้ำโดยตรง เสถียรภาพของอุณหภูมิน้ำชงขึ้นกับเสถียรภาพของอุณหภูมิในหม้อต้ม เราจึงสังเกตได้ว่าเครื่องเอสเปรสโซสำหรับใช้งานหนักนั้นจะมีหม้อต้มน้ำขนาดใหญ่ และมีฮีทเตอร์ต้มน้ำที่กำลังสูงตามกันไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถรักษาเสถียรภาพของอุณหภูมิได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบในส่วนอื่นๆ ที่เหลือด้วย ที่จะสามารถทำให้การชงมีความสม่ำเสมอที่สุด เรื่องนี้ผู้ผลิตแต่ละรายจึงอาจสามารถผลิตเครื่องที่มีประสิทธิภาพได้แตกต่างกันไป
นอกจากนี้การที่กระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนฝังอยู่ในหม้อต้มน้ำซึ่งมีอุณหภูมิสูงมาก ดังนั้นการชงกาแฟจากเครื่องลักษณะนี้เราจะต้องไล่น้ำก่อนชงเสมอ (ที่เรียก cooling flush) เนื่องจากในขณะที่เครื่องไม่ถูกใช้งานนั้นจะมีน้ำจำนวนหนึ่งค้างอยู่ในกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนทำให้น้ำเหล่านี้มีอุณภูมิสูงเกินไป หากไม่ไล่ออกก่อนจะทำให้กาแฟที่สกัดได้มีลักษณะของการถูกสกัดมากเกินไป เช่นขมไหม้ มีกลิ่นควัน ต่อเมื่อมีการใช้งานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ความจำเป็นในการไล่น้ำทิ้งจึงลดความสำคัญลงไป
RSS Feed
Twitter

Posted in
Tags: 








[...] โดยเฉพาะ “เครื่องแบบแลกเปลี่ยนความร้อน” ที่ใช้เป็นส่วนใหญ่ในท้องตลาด [...]
เข้าใจผิดมาตลอดนะเนี่ย นึกว่าต้มแล้วไหลออกมา
แต่ถ้าเป็นเครื่อง lever นี่ก็อีกอย่างนึงนะครับ
โดยเฉพาะระบบแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นระบบที่ใช้กัน”กว้างขวางที่สุด”
This is a new news today as I thought double boiler is.
ถ้าคุณ bobฯ คุ้นเคยกับพวกอเมริกันอาจทำให้คิดอย่างนั้นได้ครับ เพราะสตาร์บัคเอามาซ๊อคโก้ไปใช้ทุกสาขาในช่วงเริ่มต้น ด้วยเหตุที่เป็นเครื่องทำมือคุณภาพสูง และเป็น double boiler จึงช่วยให้สตีมได้โดยไม่ต้องห่วงการชง เนื่องจากตลาดอเมริกันดื่มกาแฟนมเยอะกว่า
ในขณะที่อิตาลีใช้ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเป็นหลักมาเกือบร้อยปีแล้ว เพราะเขาไม่ห่วงเรื่องสตีมสักเท่าไหร่ เน้นเอสเปรสโซกันมากกว่า
ผมชอบภาพประกอบอ่ะครับคุณวุฒิ
วาดเองหรือเปล่าครับ
เท่ดี
วาดเองครับ ใครเอาไปใช้ขอเครดิตด้วยนะครับ
เข้ามาชอบ ภาพประกอบด้วยคนครับ..
“ในขณะที่อิตาลีใช้ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเป็นหลักมาเกือบร้อยปีแล้ว เพราะเขาไม่ห่วงเรื่องสตีมสักเท่าไหร่ เน้นเอสเปรสโซกันมากกว่า”
Wow! This one is even more interesting and thank you very much.
Aussie/NZ boast the “tradition” of the espresso culture from Italy and milk drinks from cafés/coffee bars with their roots there were kinda let down for me vs. drinks served by those with little/no exposure to the area, IMHO
Khun Vudh’s comment explains a lot about the emphasis on espresso.
Or it’s just a coincident!
ภาพประกอบแนวแต่ดูง่ายดีครับ
ขอบคุณครับ
เพิ่งจะเข้าใจระบบ HX ก้อคราวนี้ วาดภาพประกอบได้เห็นภาพเลยครับ
ขอบคุณความรู้ดีๆครับ
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีก ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากสำหรับความรู้ครับ
ปล.ภาพประกอบสวยดีครับชอบที่ให้สีกับน้ำที่ผ่านท่อจากสีฟ้าไล่ไปเป็นสีแดง
ถ้ากลับภาพให้ทิศทางไหลของน้ำจากซ้ายไปขวาจะดูเข้าใจได้เร็วขึ้น หรือใส่ลูกศรประกอบทิศทางของน้ำก็ได้ครับ ^^