ทำเลร้านกาแฟ

คนที่เพิ่งเริ่มคิดจะทำร้านกาแฟมักมีคำถามในใจเป็นล้านข้อ เมื่อปรึกษาคนที่พอจะรู้เรื่องกาแฟบ้างมักได้รับข้อคิดเตือนใจให้ความสำคัญกับเรื่อง “ทำเล” เป็นเรื่องแรก…และจนเป็นเรื่องสุดท้าย ทำเล ทำเล ทำเล… เปิดร้านกาแฟแค่มีเงินก็เปิดได้ แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น “ทำเล” ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด จนทำให้แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าแม้นทำเลดีจริง ต่อให้หลับตาใช้แขนข้างซ้ายชงกาแฟขาย มันก็คงอยู่รอดได้ไม่ยาก

แต่ความจริงคือ “ของดี” ใครๆ ก็อยากได้ ทำให้ “ทำเล” ที่ว่าดีจริงๆ นั้น มีราคาแพงเป็นธรรมดา ต้องแย่งชิงกัน ใครจะได้ไปบางทีเป็นเรื่องโชควาสนา ใครบุ่มบ่ามบ่าบิ่นชิงเอามาได้แต่เมื่อทำจริงๆ แล้วหากไร้ฝีมือยังถูก “ทำเล” ลงโทษด้วยค่าเช่าที่แสนแพง เรียกว่าขายได้ดีจริงแต่ไม่พอจ่ายค่าเช่า ทำเท่าไหร่เจ้าที่เอาไปหมด นี่ก็เป็นเรื่องฝีมือในการทำธุรกิจ

ซีททูคัพไม่ถึงกับประสบความสำเร็จในการทำร้านมากมายหรอกครับ แค่พอเอาตัวรอดได้ด้วยเหตุที่ตั้งใจให้ร้านเป็นเหมือน workshop เสียมากกว่า เพื่อใช้ทดลองและพัฒนากาแฟรวมถึงเทคนิคการทำร้านต่างๆ ไว้ใช้แนะนำให้กับลูกค้าโรงคั่วของเรา สำหรับเรื่องทำเลเปิดร้านกาแฟนั้น แนวคิดคือนอกจากจะมีคนให้เห็นจริงๆ แล้ว ท่านว่าที่เจ้าของร้านทั้งหลายยังต้องมองทะลุลงไปในหมู่คนเหล่านั้นว่ามีว่าที่ลูกค้าของเราหรือไม่ และมีจำนวนมากพอหรือเปล่า ผมสรุปเป็นแนวคิดในการมองทำเลสำหรับเปิดร้านไว้ง่ายๆ อย่างนี้นะครับ

  1. มองตัวเองก่อน แล้วค่อยย้อนมองทำเล ทุกคนมุ่งมองไปในที่ชุมนุมชน คือให้มีคนมากๆ ไว้ นั่นถูกต้องแล้ว แต่อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อนนะครับ ว่าเราเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร ชอบร้านแบบไหน แล้วอยากได้ลูกค้าแบบไหน หรืออยากจะขายกาแฟแบบไหน อย่าลืมว่าผู้ดื่มกาแฟมีหลากหลาย เช่นดื่มราคาสูง ดื่มราคาต่ำ ดื่มกาแฟร้อน ดื่มกาแฟเย็น ดื่มกาแฟแบบไทย หรือดื่มแบบสากล ดื่มเพื่อแก้ง่วง หรือดื่มเพราะชอบ หรือดื่มเพราะติด หรือดื่มตามเพื่อน หรือ ฯลฯ ลองวิเคราะห์ดูนะครับ ถามตัวเองว่าชอบที่จะขายใคร จากนั้นจึงไปมองทำเลที่หมายตาไว้ว่า “ใครคนนั้น” ท่ามกลางผู้คนอันมากมาย มีอยู่จริงหรือเปล่า และมีมากพอหรือเปล่า
  2. โฟกัส เป็นการย้ำคำในข้อ 1. ครับ ว่าหากหมายจะขายใครแล้ว ให้ทุ่มเททุกอย่างไปที่กลุ่มนั้น อย่าไปเผื่อใจให้ใครอื่น มิเช่นนั้นท่านจะมองทำเลพลาดได้ และจะทำให้รูปแบบร้านหรือรูปแบบธุรกิจขาดความชัดเจนพาให้ล้มเหลวในที่สุด
  3. เผื่อให้มาก ด้วยความที่การหาทำเลมันช่างยากเย็นไงครับ หลายคนพอเห็นบางทำเลว่า “พอไปได้” มักจะจินตนาการต่อไปต่างต่างนานาในแง่ดีทั้งนั้น เพราะไม่อยากจะเดินหาต่อกันแล้ว มันเหนื่อยแล้ว ผมก็เตือนได้แค่ขอให้อดทนครับ “รางวัล” มีไว้สำหรับผู้ที่เหนื่อยยากเท่านั้น เผื่อให้มากหมายความว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราหวังต้องมีมากกว่าที่เราต้องการหลายๆ เท่า อย่างเช่นในตึกชาญฯ มี 3,000 กลุ่มเป้าหมายของเรามีประมาณ 300 แต่จริงๆ แค่ 100 เดียวเราก็พออยู่ได้แล้ว

การเลือกทำเลผมถือเป็นรายวิชาทางธุรกิจที่มีค่าหน่วยกิจสูงครับ หลายคนที่เซียนๆ ในการดูทำเลมักจะลงวิชานี้ซ้ำหลายรอบ เสียค่าหน่วยกิจไปมากแล้ว แต่เท่าที่สังเกตหรือเคยพูดคุยด้วย ผมพบว่าพวกเขาเริ่มดูทำเลได้เฉียบคมขึ้นพร้อมๆ กับตัวตนที่ชัดเจนขึ้น จุดนี้เองเป็นจุดที่เป็นปัญหามากสำหรับมือใหม่หรือคนที่เพิ่งคิดทำร้าน เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องทำเล แต่เป็นเรื่องที่เรายังไม่รู้จักตัวเองและไม่สามารถกำหนดตัวตนของร้านที่กำลังจะทำนั้นได้ชัดเจนพอ…นั่นคือเราไม่รู้ว่าเราคือใคร ไม่รู้ว่าลูกค้าเป็นใครกันแน่ และลูกค้าก็ไม่รู้ว่าเราคืออะไร…แล้วเราจะขายกันยังไงล่ะครับ

ศิลปะในการมองทำเลสำหรับร้านกาแฟยังมีอีกมากมายครับ ผมแค่มองจากมุมเล็กๆ และเล่าแบบง่ายๆ แต่อันที่จริงการมองได้ง่ายๆ นั้นตัวเลขมันเต็มหัวไปหมดทั้งต้นทุนค่าเช่าค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำร้านนานๆ มันจะขึ้นใจ เห็นทำเลเห็นค่าเช่าจะพอบอกได้เลยว่าลูกค้าเท่าไหร่ถึงจะพอ ธุรกิจร้านกาแฟถือเป็นธุรกิจค้าปลีกอย่างหนึ่งก็จริงแต่มีลักษณะเฉพาะตัวบางอย่างที่ไม่เหมือนใคร ต้องเข้าร้านกาแฟให้มากและสังเกตให้มากครับ อาจจะจับจุดบางอย่างได้ ที่เหลือคงต้องรอเพื่อนๆ ที่ทำร้านอยู่แล้วมาแบ่งปันความคิดกันบ้าง

Share/Save/Bookmark

This entry was posted on Monday, August 25th, 2008 at 3:42 am and is filed under ร้านกาแฟ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

10 comments

 1 

ขอร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วยคนครับ คุณวุฒิ
ผมเองเมื่อครั้งเริ่มต้นธุรกิจกาแฟ ผมก็คิดเช่นคนอื่นๆ
ขอให้เป็นย่านชุมชน คนผ่านเยอะๆ กาแฟดีๆ หอมๆ คงจะไปรุ่งได้ไม่ยาก
ทำเลของผมอยู่หน้าย่าโม(โคราช) กลางเมือง ด้านหน้ามีป้ายรถเมล์ผ่านประมาณ10สาย
ด้านหลังติดห้างสรรพสินค้าใหญ่ มีคนผ่านหน้าหน้าไม่ต่ำกว่า ชม.ละ200 คนเป็นอย่างต่ำ
แต่ปรากฎว่าไม่ได้ขายดีตามที่คาดการณ์ไว้แต่ทีแรก
เพราะร้านของผมติดกระจก มีแอร์ ตั้งใจทำกาแฟให้ได้ดี Espresso ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ชาวบ้านเลยคิดว่าแพง ว่าหรูเกินกว่าที่เขาจะซื้อดื่มได้ ทั้งๆที่ราคาไม่ได้สูงไปกว่า กาฟคีออสยี่ห้อต่างๆทั่วไป และยังติดราคาบอกไว้ที่หน้าร้านด้วย
เอ๋ เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะเขาไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของผม เพราะเราดันทำกาแฟมาตรฐานที่สูง คนทั่วไปไม่ดื่มและรู้สึกเข้าถึงยาก กลุ่มลูกค้าของผมคือคนที่ต้องการเสพกาแฟจริงๆ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีรถขับมาดื่ม ทำเลของผมไม่มีที่จอดรถให้ลูกค้ากลุ่มนี้
นี่คือคำตอบ
ครั้นจะให้ตัวเองลดมาตรฐานกาแฟ ทำแบบบ้านๆทั่วไปเราก็ไม่Happy เป็นอย่างที่คุณวุฒิว่าไว้ คือต้องรู้ว่าตัวเราเองคือใครและเราจะขายใคร ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ได้
ทางออกของผมวันนี้ก็คือ เริ่มมองหาทำเลใหม่ ที่สามารถตอบคำถามให้ถูกต้อง ตรงประเด็นให้มากที่สุดครับ

August 25th, 2008 at 5:25 pm
 2 

ทำเลดีหายากจริงๆ เปิดขายหน้าบ้านดีกว่า ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ด้วย (จะมีคนมากินไหมเนี่ย)

ปล.ร้านพี่หมีใหญ่หาที่จอดรถยากจริงๆ เปิดสาขาใหม่ ขอให้มีที่จอดรถด้วยเป็นดี (ถ้าจอดในร่มจะยิ่งดี อิอิ)

August 26th, 2008 at 12:01 pm
caesarlab:
 3 

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับบทสัมภาษณ์ของคุณวุฒิใน Coffee t&i
“ยืนหยัดในสิ่งที่ทำและเป็นอยู่”
โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะตามมา

August 28th, 2008 at 1:35 pm
Na:
 4 

เป็นคนนึงที่กำลังจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ด้วยทำเลที่จะเปิดคือ หลังบ้าน ที่ติดกับอพาทเม้น และบ้านคน คือเป็นทางผ่าน จริงๆ ส่วนหน้าจะติดตลาดสด แต่ด้วยที่หน้าบ้านได้ขายของไปแล้ว และอีกอย่าง อยากจะจัดหลังบ้านให้มีสวนเล็กๆ หลังบ้านบรรยากาศเงียบ คนไม่ผลุกพล่าน จะตั้งโตะเล็กๆ ไว้สัก 2 ตัว นั่งจิบกาแฟ เพลินๆ ดูต้นไม้เล็กๆ ไป

แต่มีแต่คนค้านว่าจะขายได้เหรอ กาแฟสดราคาแพง คนแถวบ้านจะไม่กินกัน เพราะส่วนใหญ่จะกินแต่กาแฟโบราณ ถ้วยละ 12 แล้วขายหลังบ้านใครจะรู้

โดยส่าวนตัวจะคิดไว้แล้วว่าจะทำป้าย แล้วอีกอย่าที่เปิดก็เพราะใจรัก อยากทำ จึงตัดสินใจจะเปิด

มีคนทักทีก็ไขว้แขวที แต่พอมาอ่านข้อความนี้แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะ ไม่แน่ อาจจะมีคนชอบกินกาแฟ และมีกำลังซื้อเหมือนเราก็ได้ จริงไหมคะ

September 3rd, 2008 at 8:50 pm
 5 

เป็นกำลังใจให้นะครับคุณ Na ถ้าพอจะให้ช่วยอะไรได้ไม่ต้องเกรงใจนะครับ

September 5th, 2008 at 11:19 am
 6 

ขอบคุณมากคะ….ตอนนี้ก็กำลังดูเครื่องอยุ่คะ อยากได้ที่ไม่แพง เพราะมีงบน้อยมาก ดู saeco ไว้คะ

September 6th, 2008 at 12:51 pm
ผิง:
 7 

ได้เข้ามาอ่านเรื่องของการหาทำเลในการเปิดร้านวันนี้..มันทั้งให้กำลังใจและทำให้ท้อใจในเวลาเดียวกันเลยค่ะ เพราะหาทำเลมาหลายที่แล้ว ตระเวณดูที่จริง ค้นหาในเว๊บต่างๆ จนสุดท้ายได้ที่ที่คิดว่าสามารถจะทำร้านกาแฟได้อย่างที่ใจฝันไว้… แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า จะมีลูกค้าแวะเวียนมามากพอกับเงินลงทุนหรือเปล่า..เตรียมใจขาดทุน 6 เดือนแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่วาย ใจหาย..หนักใจ..กังวลใจ เกี่ยวกับใจก็เยอะ เกี่ยวกับตังค์ก็แยะ..เฮ้อ.. แต่ก็จะทำร้านออกมาอย่างที่ฝันไว้ค่ะ สู้ๆ..

September 7th, 2008 at 10:07 pm
 8 

คุณผิงเปิดร้านแล้วมาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

September 8th, 2008 at 12:05 am
 9 

เอาใจช่วยคุณผิงคะ…..

ตอนนีณาหยุดทุกอย่างไว้ก่อนคะ เพราะด้วยสภาพอากาศ แล้วเศรษฐกิจ รอหลังฝนค่อยลุยกันใหม่

September 16th, 2008 at 11:28 am
นพ:
 10 

การเลือกทำเลจะต้องดูความต้องการของลูกค้าบริเวณนั้นด้วย ก่อนการเลือกทำเลคุณจะต้องดูว่า คุณวางตำแหน่งสินค้าและบริการไว้อย่างไร สินค้าและบริการเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหน เช่นถ้าเป็นชาวบ้าน ตาสีตาสา มีเงินไม่มาก Life Styles เป็นแบบติดดินหาเช้ากินค่ำ ขายแบบรถเข็นดีกว่าครับ ร้อน เย็นเอาน้ำแข็ง LOT ทุบ หรือถุง ละ 10 15 มีถังไว้กันละลายดีกว่า ถ้าเป็นลูกค้ามีระดับ ทำร้านติดกระจกก่อนมีแอร์ สำคัญที่จอดรถ ๆๆๆๆๆๆๆๆ ลูกค้าคุณมีอำนาจซื้อ ลูกค้าเหล่านี้ อยู่ในเขต ไหนไม่สำคัญ เขามีรถ พาแฟนไป ร้านคุณโรแมนติก ดีที่สุด และดูว่าลูกค้ากลุ่มไหนมากกว่ากัน จะขายกาแฟแบบถุงชงหรือที่เรียกว่ากาแฟโบราณ หรือคั่ว คาปูชิโน่ แบบไหนคุ้ม ถ้าจะให้ดี ถ้าคุณไม่มีที่จอดรถ เช่า บูธในห้างดัง ๆ ดีกว่าคุ้มกว่า

December 5th, 2008 at 2:57 pm

Leave a reply

Name (*)
Mail (will not be published) (*)
URI
Comment